
พระวาจาของพระเจ้าเป็นพลวัต กล่าวคือพระวาจาของพระเจ้าเติบโตและแผ่ขยายมากขึ้น และผู้มีความเชื่อก็เพิ่มจำนวนขึ้นด้วย(เทียบ กจ 12:24) และ “มีพลังในตัวเองที่เราไม่อาจคาดคิดล่วงหน้าได้พระวรสารกล่าวถึงเมล็ดพันธุ์ที่เมื่อหว่านไปแล้ว จะเจริญเติบโตด้วยตัวมันเองแม้เมื่อชาวนานอนหลับ (เทียบ มก 4: 26-29)พระศาสนจักรต้องยอมรับอิสรภาพที่ไม่อาจควบคุมได้ ซึ่งมีประสิทธิผลและรูปแบบที่หลากหลาย พระวาจานี้อยู่เหนือความคาดหมายและวิธีการคิดของเราเสมอ”พระศาสนจักรยืนยันเช่นเดียวกับพระนางมารีย์ว่า “ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” (ลก 1:38)
พระศาสนจักรจึงวางตนเป็นผู้รับใช้แห่งการประกาศพระวาจาของพระเจ้าเป็นผู้ปกป้องพระวาจาของพระเจ้าที่สัตย์ซื่ออย่างไรก็ดี องค์พระผู้เป็นเจ้าเองได้ทรงมอบพระวาจานี้แก่พระศาสนจักร ไม่ใช่เพื่อปกปิดไว้แต่เพื่อพระวาจาของพระเจ้าจะได้ส่องแสงส่องสว่างสำหรับทุกคน
ดังนั้น พระวาจาของพระเจ้าจึงเป็นจุดกำเนิดของพันธกิจของพระศาสนจักร“เป็นพระวาจาของพระเจ้านี้เอง ที่ผลักดันให้เราไปสู่พี่น้องชายหญิงของเราเป็นพระวาจาที่ส่องสว่าง ชำระล้างนำการกลับใจ เราเป็นเพียงผู้รับใช้พระวาจาเท่านั้น” ![]()
*บทที่ 9* -DC 284-
ภาพ: ไบเบิ้ลคอนเทสต์ ครั้งที่ 14 “กิจการอัครสาวก...กิจการของเรา” (13/02/2016)







































