วันที่ ๑๔ สิงหาคม
นักบุญมักซีมีเลียน กอลเบ
Saint Maximilian Kolbe
องค์อุปถัมภ์ : ต่อต้านการติดยา, ครอบครัว, ผู้ถูกจองจำ, นักหนังสือพิมพ์, นักโทษการเมือง, นักโทษ, นักเคลื่อนไหว
ท่านเป็นพระสงฆ์คณะฟรังซิสกันชาวโปแลนด์ เป็นมิสชันนารีและเป็นมรณสักขีท่านเสียชีวิตในค่ายกักกันเอาชวิทช์ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ ท่านเป็นที่จดจำในฐานะ "มรณสักขีแห่งความรัก" เพราะยอมสละชีวิตตายแทนเพื่อนนักโทษคนหนึ่ง พระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ตั้งท่านเป็นนักบุญวันที่
๑๐ ตุลาคม ๑๙๘๒
ท่านยังทำงานโดดเด่นด้านแพร่ธรรม ท่านใช้สื่อสมัยใหม่ประกาศพระวรสาร ท่านมีความศรัทธาพิเศษต่อพระนางมารีย์ผู้ปฏิสนธินิรมล ท่านก่อตั้งองค์กร Militia Immaculata (กองกำลังของแม่พระปฏิสนธินิรมล) ซึ่งยังคงสืบสานภารกิจชักจูงบุคคลและสังคมเข้าสู่ศาสนจักรคาทอลิกโดยอุทิศถวายแด่พระนางมารีย์พรหมจารี
ตามประวัติชีวิต ท่านถูกเรียกจากพระนางมารีย์ให้ดำเนินชีวิตศักดิ์สิทธิ์และเป็นมรณสักขี ในวัยเด็กท่านอารมณ์ร้อนและทำตัวไม่ดี ท่านได้สวดขอพระนางให้ช่วยนำทาง และเล่ากันว่าพระนางปรากฏองค์แก่ท่าน ถือมงกุฎ ๒ วงวงหนึ่งสีขาวแทนความบริสุทธิ์และอีกวงสีแดงแทนการเป็นมรณสักขีเมื่อถูกถามว่าจะเลือกมงกุฏใด ท่านตอบว่าท่านต้องการทั้งสอง เหตุการณ์นี้ได้เปลี่ยนชีวิตท่าน
ท่านสมัครเข้าบ้านเณรเล็กเมื่ออายุ ๑๓ ปี ท่านปฏิญาณตนในคณะฟรังซิสกันเมื่ออายุ ๒๐ ปี และศึกษาจนสำเร็จปริญญาเอกด้านปรัชญาในปีถัดมา แต่ท่านเป็นวัณโรคเรื้อรัง ซึ่งทำลายปอดไปข้างหนึ่งและอีกข้างอ่อนแอ
ในปี ๑๙๑๗ ท่านก่อตั้ง Militia Immaculata เพื่อรับมือกับกลุ่มต่อต้านคาทอลิกที่เรียกว่ากลุ่ม Freemasons อิตาเลียน การก่อตั้งกลุ่มบังเอิญตรงกับเหตุการณ์ปฏิวัติบอลเชวิกในรัสเซียและการประจักษ์ของพระแม่ที่ฟาติมา โปรตุเกส
ท่านกลับไปทำงานที่โปแลนด์ในช่วงทศวรรษ ๒๐ ที่นั่น ท่านทำงานส่งเสริมความเชื่อคาทอลิกผ่านทางหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ซึ่งมียอดพิมพ์จำนวนสูงมาก
ปี ๑๙๓๐ ท่านย้ายไปทำงานที่ญี่ปุ่น และก่อตั้งหนังสือพิมพ์คาทอลิกญี่ปุ่นพร้อมกับตั้งอาราม
ท่านกลับคืนโปแลนด์ปี ๑๙๓๓ เยอรมันบุกโปแลนด์ท่านถูกจับและได้รับการปล่อยตัวช่วงสั้นๆ ซึ่งท่านพิมพ์นิตยสารฉบับสุดท้ายก่อนถูกจับอีกครั้งและถูกส่งตัวไปค่ายกักกันเอาชวิทซ์ในปี ๑๙๔๑
ต้นเดือนสิงหาคมของปีนั้น นักโทษ ๑๐ คนโดนสั่งประหารชีวิตด้วยวิธีให้อดตายเพราะมีเพื่อนนักโทษหลบหนี นักโทษคนหนึ่งร้องไห้คร่ำครวญ เขามีภรรยาและลูกหลายคน มักซีมีเลียน กอลเบ จึงอาสาขอรับความตายแทนเขา
ผู้รอดชีวิตจากค่ายนั้นให้การว่าพวกนักโทษประหารที่ต้องอดอาหาร พากันสวดภาวนาและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า นำโดยพระสงฆ์ผู้อาสารับความตายอย่างทรมานกับพวกเขา
หลังจากนั้น 2 สัปดาห์ในคืนก่อนวันฉลองการเสด็จสู่สวรรค์ของพระนางมารีย์ พวกทหารดูแลค่ายตัดสินใจเร่งความตายของคุณพ่อกอลเบให้เร็วขึ้นด้วยการฉีดกรดคาร์บอลิกเข้าตัว ร่างกายของท่านถูกเผาในวันตรงกับวันฉลองแม่พระเสด็จขึ้นสวรรค์
