วันที่ ๑๓ สิงหาคม
นักบุญมักซีมุส
Saint Maximus
"การควบคุมความอิจฉา ความโกรธเคือง ความรำคาญต่อผู้ทำผิดต่อท่านยังไม่ใช่ความรัก เพราะแม้ปราศจากความรัก บุคคลก็ยังสามารถควบคุมตนที่จะไม่ตอบแทนความเลวด้วยความเลวได้ แต่การตอบแทนความชั่วร้ายด้วยความดีชนิดที่เป็นไปเองตามธรรมชาติต่างหากที่เป็นความรักของชีวิตฝ่ายจิตที่สมบูรณ์" นักบุญมักซีมุส
นักบุญมักซีมุสเป็นที่รู้จักในชื่อ "นักเทววิทยา" และ "มักซีมุสผู้ฟังแก้บาป" ท่านเกิดที่เมืองคอนสแตนติโนเปิล ประมาณปี ๕๘๐ และเสียชีวิตในการถูกอัปเปหิวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๖๖๒ ท่านทำงานร่วมกับพระสันตะปาปามาร์ติน ที่ ๑ ต่อสู้กับพวกนอกรีต Monothelist และเข้าร่วมสังคายนาลาเตรันปี ๖๔๙ ท่านเป็นนักปราชญ์ของนักเทววิทยาในเรื่องการบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระวจนาตถ์และรหัสนิยมเคร่งครัด
ท่านมาจากครอบครัวสูงศักดิ์ของเมืองคอนสแตนติโนเปิล ท่านทำงานเป็นเลขานุการให้จักรพรรดิเฮราคลิตุส ซึ่งโปรดปรานท่านมาก แต่มักซีมุสกลับปลีกตัวจากโลก ใช้ชีวิตในการรำพึงภาวนาในอารามที่ครีโซโปลีส ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเมืองคอนสแตนติโนเปิล ท่านได้เป็นอธิการอาราม แต่ต้องออกจากอารามเพราะความอาฆาตของศัตรู
ท่านพยายามปกป้องข้อความเชื่อเที่ยงแท้ ทำให้ถูกกล่าวหาว่าทรยศ ท่านถูกจับกุมตัวและบังคับด้วยกำลังให้กลับไปเมืองคอนสแตนติโนเปิล ที่นั่น ท่านผ่านวันเวลาทุกข์ยากในที่คุมขัง จนกระทั่งถึงอายุ ๘๒ ปี จึงถูกพิพากษาครั้งสุดท้าย
ท่านถูกประกาศว่ามีความผิดด้านข้อคำสอน ร่วมกับนักบุญมาร์ตินและนักบุญโซโฟรนิอุส ผู้ปกครองเมืองสั่งให้ทุบตีพวกท่าน ตัดลิ้นและมือขวา ลากประจานให้คนทั้งเมืองเห็น และถูกส่งตัวไปคุมขัง ภายใต้คำสั่งเนรเทศตลอดชีวิต
จดหมายของชาวโรมันคนหนึ่ง ชื่อ อนาธาซีอุส บอกให้เราทราบถึงความทุกข์ทรมานในการเดินทางไปเมือง Colchis ที่ซึ่งพวกท่านถูกแยกขังในป้อม เขาบอกเราว่านักบุญมักซีมุสเห็นล่วงหน้าถึงวันที่ท่านจะตาย และแสงสว่างน่าอัศจรรย์ปรากฏทุกคืนบนหลุมฝังศพของท่าน
ท่านมักซีมุสตายเพื่อคำสอนที่เที่ยงแท้และด้วยความนบนอบต่อศาสนจักรโรม ท่านเป็นหนึ่งในนักเขียนเด่นด้านเทววิทยาของศาสนจักรกรีก และได้รับเกียรตินามว่า นักเทววิทยา
