วันที่ ๑๐ สิงหาคม
นักบุญลอเรนซ์, สังฆานุกรและมรณสักขี
Saint Lawrence, Deacon and Martyrs
องค์อุปถัมภ์ : กรุงโรม, ต่อต้านไฟ, ต้านอาการปวดเอว, บรรณาสาร, ผู้รักษาบรรณสาร, เสื้อเกราะ ยุทธภัณฑ์, คนขายเนื้อ, เชฟ, ดาวตลก, หนังสือ, สื่อ, สังฆานุกร, ช่างกระจก, ผู้ยากไร้, คนอนาถา, ภัตตาคาร, สามเณราลัย, เด็กโรงเรียนประจำ, ช่างฟอกหนัง, พ่อค้าไวน์, นักทำไวน์, เด็กนักเรียน
สิ่งสื่อแทนถึงท่าน : ไม้กางเขน, พระวรสาร, ตะแกรง, สังฆานุกรถือหนังสือ / ตะแกรง / ถุงเงิน / กระเป๋าเงิน
นักบุญลอเรนซ์เป็นมรณสักขีในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ปี ๒๕๘ ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการเบียดเบียนพระศาสนจักรโดยจักรพรรดิวาเลรีอัน ท่านเสียชีวิตพร้อมกับพระสงฆ์ชาวโรมันคนอื่นๆ จำนวนมาก ท่านเป็นหนึ่งในสังฆานุกรคนสุดท้ายของโรม
ท่านเป็นอัครสังฆานุกรในโรม ในช่วงประมาณศตวรรษที่ ๓ และเป็น “ผู้พิทักษ์ทรัพย์ของคริสตจักร” ในยามที่คริสตศาสนถูกละเมิดเป็นสิ่งนอกกฎหมาย ในวันที่ ๖ สิงหาคม ปี ๒๕๘ โดยคำประกาศของพระราชกฤษฎีกาของจักพรรดิ วาเลเรี่ยน ยังผลให้พระสันตะปาปา ซิกตุส ที่ ๒ และ สังฆานุกรอีก ๖ คน ถูกประหารด้วยการตัดศีรษะ คงเหลือเพียงท่านลอว์เรนซ์ เป็นเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในคริสตจักรในโรมแต่ลำพัง และท่านก็ใช้โอกาสนั้นในการทำให้ทรัพย์สินของทางคริสตจักร แพร่กระจายออกไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจทางโรมันจักยื่นมือมาถึง
ในวันที่ ๑๐ สิงหาคม เป็นคราวของท่าน ในการถูกจับกุมตัวไปประหารชีวิต ร่วมกับการถูกสั่งให้นำสินทรัพย์ทั้งหมดที่ท่านรับฝากเฝ้าดูแปลจากองค์พระสันตะปาปา ออกมา เมื่อท่านถูกพาตัวไปถึง ท่านถูกพาตัวไปร่วมกับบรรดาคนพิการ ผู้ยากไร้ ผู้เจ็บป่วย และคนตาบอด อื่นๆ ทำให้ท่านป่าวประกาศออกมาว่า ทรัพย์สมบัติที่แท้จริงของคริสตจักร ก็คือบรรดามรณสักขีที่พร้อมจะตายเพื่อความเชื่อเหล่านี้นี่เอง
ท่านลอเรนซ์ให้ความสำคัญกับผู้ยากไร้ และผู้เจ็บไข้มากเป็นพิเศษ และนั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านถูกยกเป็นองค์อุปถัมภ์ของพวกเค้าด้วย นอกจากนี้ ผลงานที่สำคัญของท่าน คือการปกป้องทรัพย์สิน ศาสนภัณฑ์ และ ศาสนสารสำคัญๆ ของคริสตจักรเอาไว้ ซึ่งนั่นรวมถึงข้อมูลเอกสารสำคัญๆ ทางศาสนาด้วย และนั่นทำให้ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์เกี่ยวกับหนังสือ สาร และสื่อ และสุดท้าย ความกล้า และ ความเชื่อของท่านที่ยอมที่จักถูกย่างบนตะแกรงร้อนจนตาย หากไม่ยอมละทิ้งความเชื่อ ก็ทำให้ท่านเป็นองค์อุปถัมภ์ของการครัว เชฟ และกิจการเกี่ยวกับอาหารด้วย
หลังท่านสิ้นชีวิตไปแล้ว เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นในวันฉลองของท่าน คือ เกิดฝนดาวตกห่าใหญ่พาดผ่านท้องฟ้าขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นั้น ได้ถูกขนานนามเรียกกันในยุคกลางว่า “หยาดน้ำตาอันลุกโชน แห่ง นักบุญลอเรนซ์”
ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักบุญองค์อุปถัมภ์ของโรม ร่วมกับนักบุญเปโตรและเปาโล
