ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2011
ทำไมคนเราจึงไม่ยอมรับความจริง
(มัทธิว 21:33-43)
           

               ในฐานะที่มีส่วนรับรู้เกี่ยวกับงานของโรงเรียนอยู่บ้าง จึงได้รับรู้ถึงความทุกข์ของคุณครูหลายๆท่านที่โดนบรรดาผู้ปกครองต่อว่าต่อขาน หรือบางครั้งถึงกับลงไม้ลงมือเอาเรื่องคุณครูที่ลงโทษเด็กหรือส่งจดหมายรายงานความประพฤติของเด็กๆ ซึ่งแทนที่ผู้ปกครองจะรับฟังแล้วช่วยกันตักเตือนแก้ไขหรือให้การอบรมลูกหลานของพวกเขา แต่กลับไม่ยอมรับความจริงนั้น เข้าข้างลูกหลานของตน หรือใช้วิธีง่ายๆคือปฏิเสธไม่ยอมรับรายงานที่คุณครูส่งมาให้


               เหตุการณเช่นนี้เกิดขึ้นกับพระเยซูเจ้ามาแล้ว พูดไปแล้วก็ไม่น่าเชื่อว่า คนที่ทำความดีแบบพระเยซูเจ้า จะมีคนไม่ยอมรับ ดูซิพระองค์เสด็จไปที่ไหนก็ทำแต่ความดีที่นั้น พระองค์ทรงชี้ทางให้ประชาชนดำเนินชีวิตอย่างดีเพื่อจะได้มีความสุขแท้จริง พระองค์สอนให้รักและให้อภัยต่อกันและกัน พระองค์ทรงพูดและกระทำตามคำพูดนั้น แต่ก็มีคนจำนวนมากไม่ชอบพระองค์ ปฏิเสธพระองค์ ด่าว่าพระองค์ และที่สุดลงโทษพระองค์

             ทำไมคนเราจึงไม่ยอมรับความจริง ไม่ยอมรับคนดี ไม่ยอมรับศาสนา ไม่ยอมรับคำสอนของพระเยซู ???????

            คงมีหลากหลายเหตุผลด้วยกัน แต่เหตุผลประการหนึ่งที่สำคัญมากก็คือ ความจริงอาจทำให้เขาต้องเจ็บปวดหรือต้องสูญเสียอะไรบ้างอย่างที่เรายึดติดอยู่ก็ได้

            การยอมรับความจริงนี้ไม่ได้หมายถึงแค่การยอมรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณงามความดีและความรักของพระเจ้าเท่านั้น แต่เป็นการยอมรับความจริงที่ว่า เรามนุษย์นั้นจะต้องตอบสนองต่อความดีและความรักที่พระเจ้ามีต่อเราอย่างเหลือล้น และสิ่งที่พระองค์ทรงเรียกร้องเรานั้นก็คือ การยอมรับพระองค์ที่ไม่ใช่แค่การยอมรับด้วยปากหรือคำพูดเท่านั้น แต่เป็น “การเปลี่ยนแปลง” ชีวิตของตนเองเลยทีเดียว เป็นการเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรมของตนเอง เมื่อความจริงที่เราต้องเผชิญนั้นเป็นความอ่อนแอของเรา เป็นความล้มเหลวของเรา เป็นความบกพร่องของเรา เป็นนิสัยที่ไม่ดีของเรา เป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้ใครมาแตะต้องเรา ฯลฯ ที่สุด สิ่งที่เรากลัว หรือทำให้เราไม่ยอมรับความจริงหรือความดี คือ เรากลัวที่จะต้อง “เปลี่ยนแปลง” ตนเองนั้นเอง(เหมือนผู้ปกครอบที่ไม่ยอมรับว่าลูกของตนประพฤติผิด)

พระวาจาของพระเจ้าประจำสัปดาห์นี้ พระเยซูเจ้าทรงสอนเราเป็นเรื่องเปรียบเทียบดังนี้
             “ท่านทั้งหลาย จงฟังอุปมาอีกเรื่องหนึ่งเถิด คหบดีผู้หนึ่งปลูกองุ่นไว้สวนหนึ่ง ทำรั้วล้อม ขุดบ่อย่ำองุ่น สร้างหอเฝ้า ให้ชาวสวนเช่า แล้วก็ออกเดินทางไปต่างเมือง เมื่อใกล้ถึงฤดูเก็บผล เจ้าของสวนจึงให้ผู้รับใช้ไปพบคนเช่าสวนเพื่อรับส่วนแบ่งจากผลผลิต แต่คนเช่าสวนได้จับคนใช้ ทุบตีคนหนึ่ง ฆ่าอีกคนหนึ่ง เอาหินทุ่มอีกคนหนึ่ง เจ้าของสวนจึงส่งผู้รับใช้จำนวนมากกว่าพวกแรกไปอีก คนเช่าสวนก็ทำกับพวกนี้เช่นเดียวกัน ในที่สุด เจ้าของสวนได้ส่งบุตรชายของตนไปพบคนเช่าสวน คิดว่า ‘คนเช่าสวนคงจะเกรงใจลูกของเราบ้าง’ แต่เมื่อคนเช่าสวนเห็นบุตรเจ้าของสวนมา ก็พูดกันว่า ‘คนนี้เป็นทายาท เราจงฆ่าเขาเสียเถิด เราจะได้มรดกของเขา’ “เขาจึงจับบุตรเจ้าของสวน นำตัวออกไปนอกสวนแล้วฆ่าเสีย ดังนี้ เมื่อเจ้าของสวนมา เขาจะทำอย่างไรกับคนเช่าสวนพวกนั้น” บรรดาผู้ฟังตอบว่า “เจ้าของสวนจะกำจัดพวกใจอำมหิตนี้อย่างโหดเหี้ยม และจะยกสวนให้คนอื่นเช่า ซึ่งจะแบ่งผลคืนให้เขาตามกำหนดเวลา”  (มัทธิว 21:33-43)

             เราทราบดีว่า เจ้าของสวนคือพระบิดา บุตรของเจ้าของสวนคือพระเยซู สวนองุ่นคืออาณาจักรพระเจ้า แล้วคนเช่าสวนหมายถึงใคร ใครคือคนที่ไม่ยอมรับพระเยซูเจ้า ใครคือผู้ปฏิเสธความจริง ใครคือผู้ปฏิเสธพระเยซูเจ้า ใครที่ทำร้ายพระเยซูเจ้า

             เราอาจจะตอบว่า ก็คือคนที่ไม่มีศาสนา คนที่ไม่มีความเชื่อ แต่เมื่อเราอ่านพระวาจาของพระเจ้าแล้ว เราจะเห็นว่าพระเยซูเจ้าทรงเล่าเรื่องนี้ให้บรรดาหัวหน้าสมณะและผู้อาวุโสของประชาชนฟัง บุคคลทั้งสองกลุ่มนี้ถือว่าตนเองเป็นพวกที่มีความรู้ทางเรื่องศาสนาดี เป็นคนเคร่งครัดในสายตาของคนอื่นๆ ดังนั้นพระเยซูเจ้าไม่ได้สอนบรรดาคนที่ไม่นับถือศาสนาหรือคนไม่เชื่อเรื่องศาสนา แต่พูดสอนกับคนที่ถือว่าตนเองรู้เรื่องศาสนาดีโดยตรงเลยทีเดียว

             ดังนั้นจุดนี้จึงเป็นประเด็นที่ให้เราต้องตั้งคำถามกับตนเอง ใครกันแน่ที่ปฏิเสธพระเยซูเจ้า ใครกันแค่ที่ลงโทษพระเยซูเจ้า ความศรัทธาที่แท้จริงอยู่ทีไหน เป็นแค่เรื่องการยอมรับภายนอกหรือการยอมรับที่ออกมาจากหัวใจ

           คำสอนของพระเยซูเจ้าเป็นสิ่งที่ท้าทายเราอย่างมากทีเดียว และบางครั้งสำหรับบางคนเป็นเรื่องที่น่ากลัวด้วยซ้ำไป เพราะการฟังหรือการยอมรับพระเยซูเจ้านั้นหมายถึงการนำเอาคำสั่งสอนที่เราฟังและเชื่อนั้นไปปฏิบัติจริงในชีวิต เราคงจำคำสอนเด่นๆของพระเยซูเจ้าที่ว่า เช่น ผู้ใดไม่แบกกางเขนของตนและติดตามเรา ผู้นั้นเป็นศิษย์ของเราไม่ได้เช่นเดียวกัน - ถ้าท่านให้อภัยผู้ทำความผิด พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ ก็จะประทานอภัยแก่ท่านด้วย - แต่ถ้าท่านไม่ให้อภัยผู้ทำความผิด พระบิดาของท่านก็จะไม่ประทานอภัยแก่ท่านเช่นเดียวกัน” - ถ้าพี่น้องของท่านทำผิดจงไปตักเตือนเขาตามลำพัง ถ้าเขาเชื่อฟัง ท่านจะได้พี่น้องกลับคืนมา – เราต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์ ฯลฯ

               ตัวอย่างคำสอนของพระเยซูเจ้าที่ยกขึ้นมานี้ ถ้าเราบอกกับตนเองว่า “รู้แล้ว” แล้วก็ทำเฉย นี้ก็แสดงว่าเรายอมรับแต่เพียงภายนอกเท่านั้น เราทำท่าเหมือนกับว่ายอมรับพระเยซูเจ้า แต่แท้จริงเราเป็นผู้ที่  “ปฏิเสธ” พระเยซูเจ้านั้นเอง มิใช่ใครที่ไหน

               แต่ถ้าเรายอมรับแบกกางเขน คือ ภาระหน้าที่ของตนเอง ความเจ็บไข้ได้ป่วย ความไม่สะดวกสบาย ความไม่ได้อะไรตามใจของเราบ้าง ถ้าเราให้อภัยแก่คนที่ทำความผิดกับเรา ถ้าเราตักเตือนพี่น้องที่ทำความผิดให้กลับมาในทางที่ถูกต้อง ถ้าเราเชื่อฟังพระเจ้า ฯลฯ นี้แหละแสดงว่าเรายอมรับและศรัทธาต่อพระเยซูเจ้าอย่างแท้จริง
เรามีโอกาสได้รับฟังพระวาจาของพระเจ้าทุกวันอาทิตย์ แต่เรามักจะคิดว่าพระวาจาตอนนี้หรือตอนนั้นเหมาะกับคนๆโน้นคนๆนี้ โดยลืมไปว่าพระวาจาของพระเจ้ามุ่งตรงมายังตัวของเราเอง ไม่ใช่ใครเลย เราต้องนำพระวาจาของพระเจ้าไปปฏิบัติจริงๆ มิใช่บอกให้คนอื่นไปปฏิบัติ

           ความจริงหรือคำสอนอาจจะทำให้เราเจ็บปวด แต่การยอมรับความจริงจะช่วยทำให้เราเป็นคนที่สะอาดบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น คำสอนของพระเจ้าทำให้เราหลุดพ้นจากความแก่ตัวและมีจิตใจที่เต็มไปด้วยความรักเยี่ยงพระเยซูเจ้า อย่าแปลกใจหรือเที่ยวมองหาว่าใครปฏิเสธหรือไม่ยอมรับพระเยซูเจ้า จนลืมมองมาที่ตนเอง

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...
"ครูคำสอนผู้จาริกแห่งความหวัง” (Pilgrims of Hope)งานชุมนุมครูคำสอนระดับชาติ ครั้งที่ 7 ศูนย์คริสตศาสนธรรมราชบุรีจัดการแสวงบุญให้กับครูคำสอน ในโอกาสไปร่วม งานชุมนุมครูคำสอนระดับชาติ ครั้งที่...
การประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนแห่งเอเชีย
🎯การประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนแห่งเอเชีย "ก้าวเดินไปด้วยกันในฐานะพยานแห่งความหวัง" คุณครูกฤติยา อุตสาหะ เจ้าหน้าที่ศูนย์คริสตศาสนธรรมและอาจารย์พิเศษ วิทยาลัยแสงธรรมร่วมประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนของสภาพระสังฆราชในทวีปเอเชียณ ศูนย์คาทอลิกพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 39 พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเจ้าหรือ พระองค์ทรงอยู่ในพระตรีเอกภาพด้วยหรือ ?
พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเจ้าหรือ พระองค์ทรงอยู่ในพระตรีเอกภาพด้วยหรือ ? YOUCAT 39...
Youcat 113 ที่กล่าวว่า ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้าหมายความว่าอะไร ?
ที่กล่าวว่า ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้าหมายความว่าอะไร ? Youcat 113...
Youcat 089 พระเยซูเจ้าทรงสัญญาถึงพระอาณาจักรของพระเจ้ากับผู้ใด ?
พระเยซูเจ้าทรงสัญญาถึงพระอาณาจักรของพระเจ้ากับผู้ใด ? YOUCAT 89 บอกกับเราว่า.....

พระวาจานำชีวิต

พระบิดา พระบุตร พระจิต ทรงเป็นประเจ้าหนึ่งเดียว
เชิญชวนเราอ่านพระวาจาพระเจ้าที่พูดถึงพระบิดา พระบุตร พระจิต ขอให้ความเป็นหนึ่งเดียวของสามพระบุคคลนำเราให้มีความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าและกับเพื่อนพี่น้องด้วย มธ....
พระเยซูเจ้าทรงสมัครใจ เต็มใจในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า
พระเยซูเจ้าทรงสมัครใจ เต็มใจในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า เพื่อให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์ในพระองค์ ให้พระวาจาพระเจ้าเป็นเสียงแรกที่เราจะฟังและนำไปปฏิบัติเช่นเดียวกับพระองค์ พระยาห์เวห์...
พระเยซูเจ้าทรงเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต
พระเยซูเจ้าทรงเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครที่เชื่อในพระองค์จะได้รับชีวิตนิรันดร์ มารับพระวาจาพระเจ้าที่ให้กำลังใจและให้ความมั่นใจว่า ถ้าเราเชื่อและดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์เราจะได้รับชีวิตนิรันดร์ ทูตสวรรค์กล่าวแก่สตรีทั้งสองคนว่า...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC267 ผู้สูงอายุต้องได้รับการสอนคำสอนอย่างเพียงพอ
ผู้สูงอายุต้องได้รับการสอนคำสอนอย่างเพียงพอ ได้รับการเอาใจใส่ในมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของเงื่อนไขแห่งความเชื่อของพวกเขา “ในกรณีที่ผู้สูงอายุอาจจะมีความเชื่อที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง การสอนคำสอนต้องเป็นลักษณะการนำไปสู่ความสมบูรณ์ของกระบวนการแห่งความเชื่อ ด้วยท่าทีของการขอบคุณและการมีความหวังในชีวิตหน้าอย่างเต็มเปี่ยม...
DC266 พระศาสนจักรมองว่าผู้สูงอายุเป็นของขวัญจากพระเจ้า เป็นทรัพยากรสำหรับชุมชนและถือว่างานอภิบาลพวกเขาเป็นงานที่สำคัญ
ผู้สูงอายุเป็นผู้ที่มีมรดกแห่งความทรงจำและมักจะรักษาคุณค่าของสังคมการตัดสินใจทางสังคมและการเมืองที่ไม่ยอมรับศักดิ์ศรีของพวกเขาจะถูกมองว่าบุคคลนั้นมุ่งต่อต้านสังคม “พระศาสนจักรไม่สามารถและไม่ต้องการที่จะปฏิบัติตามความคิดว่าความไม่อดทน และความเฉยเมยและการดูหมิ่นในวัยชราว่ามีน้อยลง” แต่พระศาสนจักรมองว่าผู้สูงอายุเป็นของขวัญจากพระเจ้า เป็นทรัพยากรสำหรับชุมชนและถือว่างานอภิบาลพวกเขาเป็นงานที่สำคัญ...
DC265  สมาคมของพระศาสนจักรกระบวนการหรือกลุ่มต่าง ๆ ควรยอมรับเพื่อการมีส่วนแบ่งปันในการอบรมผู้ใหญ่ที่เป็นคริสตชน
ในที่สุด สมาคมของพระศาสนจักรกระบวนการหรือกลุ่มต่าง ๆ ควรยอมรับเพื่อการมีส่วนแบ่งปันในการอบรมผู้ใหญ่ที่เป็นคริสตชน เพื่อให้แน่ใจว่ามีการร่วมกันก้าวเดินที่คงที่และหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญที่ความเป็นจริงเหล่านี้มักจะนำเสนอชีวิตคริสตชนที่เป็นการพบปะส่วนตัวและการดำรงอยู่กับพระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงพระชนม์ในบริบทของประสบการณ์กลุ่มและความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

1.png8.png8.png3.png5.png6.png1.png
วันนี้2072
เมื่อวานนี้5525
สัปดาห์นี้12932
เดือนนี้38488
ทั้งหมด1883561

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

15
Online

วันพุธ, 10 มิถุนายน 2569 11:29