ตามรอยเท้านักบุญ | 5 พฤศจิกายน
นักบุญเศคาริยาห์และนักบุญเอลีซาเบธ
(Saints Zechariah and Elizabeth)
“คู่สามีภรรยาแห่งความเชื่อผู้เรียนรู้ที่จะวางใจ และผู้มองเห็นพระพรของพระเจ้า”

บางครั้งความเชื่อไม่ได้หมายถึง.. การเข้าใจทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำแต่หมายถึงการเรียนรู้ที่จะวางใจในพระองค์แม้ในวันที่เรายังมีคำถามและบางครั้ง ความเชื่อก็ปรากฏผ่านหัวใจที่สามารถมองเห็นพระพรของพระเจ้าในชีวิตของผู้อื่นและร่วมยินดีกับพระพรนั้นอย่างจริงใจชีวิตของเศคาริยาห์และเอลีซาเบธช่วยให้เรามองเห็นความเชื่อทั้งสองมิตินี้อย่างงดงาม
ประวัติของท่าน
เศคาริยาห์และเอลีซาเบธเป็นคู่สามีภรรยาที่พระวรสารนักบุญลูกากล่าวถึงในฐานะบิดามารดาของนักบุญยอห์นผู้ทำพิธีล้าง
เศคาริยาห์เป็นสมณะชาวยิวในหมวดของอาบียาห์ส่วนเอลีซาเบธสืบเชื้อสายจากอาโรนพระคัมภีร์กล่าวถึงทั้งสองว่าเป็นผู้ชอบธรรมเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าและปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระองค์อย่างไม่มีที่ติ (ลก. 1:5–6)
แม้ทั้งสองจะดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าแต่ก็ต้องเผชิญกับความทุกข์ใจเพราะไม่มีบุตร และต่างมีอายุมากแล้ว
วันหนึ่ง..ขณะที่เศคาริยาห์กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพระวิหารทูตสวรรค์กาเบรียลปรากฏแก่ท่านและประกาศว่าเอลีซาเบธจะให้กำเนิดบุตรชายชื่อ “ยอห์น”ผู้จะเตรียมประชาชนให้พร้อมต้อนรับองค์พระผู้เป็นเจ้า (ลก 1:13–17)ข่าวนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวแห่งความเชื่อที่พระเจ้าทรงกระทำในชีวิตของทั้งสอง
เรื่องราวที่น่าจดจำ
1. เศคาริยาห์ - จากความสงสัยสู่การวางใจ
เมื่อทูตสวรรค์ประกาศว่าเอลีซาเบธจะมีบุตรเศคาริยาห์กลับสงสัยว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไรเพราะทั้งตนเองและภรรยาต่างมีอายุมากแล้วท่านจึงไม่สามารถพูดได้จนกว่าสิ่งที่พระเจ้าทรงประกาศไว้จะสำเร็จเป็นจริง (ลก. 1:18–20)
ความเงียบของเศคาริยาห์กินเวลาหลายเดือนแต่พระคัมภีร์ไม่ได้เล่ารายละเอียดว่าท่านคิดหรือรู้สึกอย่างไรตลอดช่วงเวลานั้นสิ่งที่เราเห็นได้ชัดคือ เมื่อถึงวันที่แปดหลังจากบุตรเกิดบรรดาญาติมิตรต้องการตั้งชื่อเด็กว่าเศคาริยาห์ตามชื่อบิดาแต่เอลีซาเบธยืนยันว่าเด็กต้องชื่อ “ยอห์น”เมื่อทุกคนถามเศคาริยาห์ ท่านขอกระดานมาเขียนว่า “เขาชื่อยอห์น” (ลก 1:63)
ทันใดนั้น ท่านก็กลับมาพูดได้ และกล่าวสรรเสริญพระเจ้าจากผู้ที่เคยตั้งคำถามด้วยความสงสัยเศคาริยาห์ได้แสดงออกถึงการยอมรับพระวาจาของพระเจ้าเรื่องราวของท่านจึงเป็นแบบอย่างของความเชื่อที่ค่อย ๆ เติบโตจากความไม่เข้าใจไปสู่การวางใจ
ความเชื่อของเราเองก็อาจเป็นเช่นนั้นบางครั้งเราภาวนา แต่ยังไม่เห็นคำตอบบางครั้งเรารู้ว่าพระเจ้าทรงรักเราแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมบางสิ่งจึงเกิดขึ้นในชีวิตเศคาริยาห์เตือนเราว่า..ความสงสัย..ไม่จำเป็นต้องเป็นจุดสิ้นสุดของความเชื่อหากเรายังคงเปิดใจรับฟังพระเจ้าและเรียนรู้ที่จะวางใจในพระองค์
2. เอลีซาเบธ - ผู้มองเห็นและยินดีในพระพรของพระเจ้า
เมื่อเอลีซาเบธตั้งครรภ์นางตระหนักว่าพระเจ้าทรงเมตตาและโปรดให้นางพ้นจากความอับอายที่เคยได้รับจากผู้คน (ลก. 1:25)
แต่เรื่องราวของเอลีซาเบธไม่ได้จบลงที่ความยินดีจากการได้รับบุตรในเดือนที่หกของการตั้งครรภ์พระนางมารีย์เสด็จมาเยี่ยมนางที่แถบภูเขาในแคว้นยูเดียทันทีที่เอลีซาเบธได้ยินคำทักทายของพระนางมารีย์ทารกในครรภ์ก็ดิ้นด้วยความยินดีและเอลีซาเบธได้รับพระจิตเจ้าอย่างเต็มเปี่ยมนางกล่าวถวายพระพรแด่พระนางมารีย์ และเรียกพระนางว่า“พระมารดาขององค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า” (ลก 1:43)
จากนั้นนางยังกล่าวยกย่องพระนางมารีย์ว่าเป็นผู้มีความสุขเพราะทรงเชื่อว่าพระวาจาที่พระเจ้าตรัสไว้จะสำเร็จเป็นจริง(ลก. 1:45) สิ่งที่งดงามในเหตุการณ์นี้คือ..
เอลีซาเบธไม่ได้มองเห็นเพียงพระพรที่ตนเองได้รับแต่ยังมองเห็นพระพรอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงประทานแก่พระนางมารีย์นางไม่ได้เปรียบเทียบพระพรของตนกับพระพรของผู้อื่น
แต่กลับกล่าวถวายพระพรและร่วมยินดีด้วยใจจริงเอลีซาเบธจึงเป็นแบบอย่างของผู้ที่มีหัวใจเปิดกว้างต่อการทำงานของพระจิตเจ้าหัวใจที่เปี่ยมด้วยความเชื่อไม่เพียงรู้จักขอบพระคุณสำหรับสิ่งที่ตนได้รับแต่ยังสามารถชื่นชมยินดีเมื่อเห็นพระเจ้าทรงกระทำสิ่งดีงามในชีวิตของผู้อื่น
เมื่อทั้งสองร่วมกันตอบรับพระประสงค์ของพระเจ้า
เหตุการณ์การตั้งชื่อยอห์น เผยให้เห็นความเชื่อของทั้งสองที่มาบรรจบกันเอลีซาเบธยืนยันชื่อที่ทูตสวรรค์ได้แจ้งไว้ส่วนเศคาริยาห์ก็เขียนยืนยันชื่อเดียวกันทั้งสองยอมรับพระประสงค์ของพระเจ้าแม้จะแตกต่างจากความคาดหวังของญาติมิตรหลังจากเศคาริยาห์กลับมาพูดได้ ท่านได้รับพระจิตเจ้าอย่างเต็มเปี่ยมและกล่าวบทเพลงสรรเสริญพระเจ้า ซึ่งเรียกว่า Benedictus (ลก 1:67–79)
บทเพลงนี้ไม่ได้กล่าวถึงเพียง ความยินดีที่ตนเองมีบุตรแต่ประกาศถึงความซื่อสัตย์ของพระเจ้าต่อพระสัญญาแห่งความรอดเศคาริยาห์และเอลีซาเบธจึงไม่ได้เป็นเพียงคู่สามีภรรยาที่ได้รับพระพรให้มีบุตรในวัยชราแต่เป็นผู้มีส่วนร่วมในแผนการแห่งความรอดของพระเจ้าบุตรชายของทั้งสองคือยอห์นผู้ทำพิธีล้างผู้จะเตรียมหนทางสำหรับการเสด็จมาของพระเยซูคริสตเจ้า
บทสรุป
นักบุญเศคาริยาห์และนักบุญเอลีซาเบธเป็นคู่สามีภรรยาที่มีประสบการณ์ความเชื่อแตกต่างกันแต่ทั้งสองต่างมีส่วนร่วมในพระประสงค์เดียวกันของพระเจ้า
เศคาริยาห์สอนให้เราเรียนรู้ที่จะวางใจ แม้ในวันที่ยังมีคำถาม
เอลีซาเบธสอนให้เรามองเห็นพระพรของพระเจ้า และร่วมยินดีกับพระพรที่ผู้อื่นได้รับชีวิตของทั้งสองเตือนเราว่าความเชื่อไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการรอคอยให้พระเจ้าประทานสิ่งที่เราปรารถนาแต่เป็นการเปิดใจให้พระองค์ทรงนำชีวิตของเราไปตามพระประสงค์
“ความเชื่อทำให้เราเรียนรู้ที่จะวางใจในพระเจ้าและความรักทำให้เราร่วมยินดีเมื่อเห็นพระพรของพระองค์ในชีวิตผู้อื่น”