วันที่ ๖ ธันวาคม
นักบุญนิโคลาสแห่งไมรา
Saint Nicholas of Myra
องค์อุปถัมภ์ : ต่อต้านการจองจำ, ต่อต้านโจรผู้ร้าย, ต่อต้านขโมย, เภสัชกร, นักธนู, คนทำลัง, คนอบขนม, นายเรือ, เด็กผู้ชาย, ผู้กลั่น, เจ้าสาว, เชลย, เด็กๆ, ช่างซ่อมถัง, คนงานท่า, คนขายยา, ชาวประมง, คนขัดรองเท้า, เจ้าบ่าว, ผู้พิพากษา, ผู้ไมได้รับความยุติธรรม, กรรมกรท่าเรือ, หญิงสาว, ชาวเล, พ่อค้าแม่ค้า, ฆาตกรผู้กลับใจใหม่, คู่แต่งงานใหม่, นักเรียน, ผู้แสวงบุญ, ผู้ยากไร้, คนอนาถา, คนทำน้ำหอม, นักโทษ, เด็กในโรงเรียน, คนปั่นด้าย, โจรที่กลับใจใหม่, หญิงสาวที่ไม่ได้แต่งงาน, นักเดินทาง, ช่างต่อเรือ
สิ่งสื่อแทนถึงท่าน : สมอเรือ, บอล 3 ลูก, ถุงเงิน 3 ถุง, ลูกบอลทองคำ 3 ลูกบนหนังสือ, กระเป๋าเงิน, เรือ, บิชอป ห้ามพายุ / ถือถุงเงิน / กับลูกบอล 3 ลูก / กับเด็ก 3 คน / กับเด็ก 3 คน ในอ่างน้ำ
วันนี้ คริสตชนรำลึกถึงสังฆราชท่านหนึ่งในยุคแรกของพระศาสนจักร ซึ่งมีชื่อเสียงในความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และรักพวกเด็กๆ ท่านเกิดเมื่อปลายศตวรรษที่ ๓ หรือ ๔ ใน Lycia ซึ่งอยู่ในเอเชียไมเนอร์ นักบุญนิโคลาสแห่งไมราเป็นแรงบันดาลใจและเป็นที่มาของซานตาคลอสในยุคของเรา
เมื่อเป็นหนุ่ม ท่านจาริกแสวงบุญไปที่ปาเลสไตน์และอียิปต์เพื่อศึกษาในสำนักของปิตาจารย์ทะเลทราย เมื่อเดินทางกลับถิ่นเกิดในอีกหลายปีให้หลัง ท่านก็ได้รับการบวชเป็นสังฆราชแห่งไมราแทบจะในทันที ไมราปัจจุบันคือเมือง Demre เป็นเมืองชายฝั่งของประเทศตุรกี
เริ่มต้นเมื่อท่านนิโคลาส มีอายุได้ ๙ ปี บิดามารดาของท่านก็เสียชีวิต จากนั้นท่านจึงทุ่มเทความรักให้แก่คนยากจน โดยแอบเอาอาหารเสื้อผ้าและเงินทองไปให้อย่างลับๆ ในเวลากลางคืน ในวัยหนุ่ม นิโคลาส เดินทางไปอิสราเอลที่ถือกันว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์และในระหว่างเดินทาง เรือได้เผชิญกับพายุหนักตลอด ๒ วัน ๒ คืน นิโคลาสจึงอธิษฐานขอพระเจ้าทรงช่วยเหลือและคุ้มครอง จนกระทั่งในวันที่สาม เรือก็มาถึงฝั่งเมืองไมราที่อยู่ทางทิศตะวันตกของตุรกี
นิโคลาส จึงมองหาคริสตจักรเพื่อที่เขาจะไปขอบคุณพระเจ้า พอดีคริสตจักรในเมืองนั้นกำลังคัดเลือก บิชอปคนใหม่ เมื่อ นิโคลาส เข้าไปในคริสตจักรแห่งนั้น ก็ได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวในที่สุด (ตามตำนานเล่าว่า ในท่ามกลางคณะผู้เลือกตั้ง มีคนหนึ่งได้รับนิมิตจากพระเจ้าในคืนก่อนการเลือกตั้งว่า ในวันรุ่งขึ้นเมื่อมีบุคคลภายนอกคนหนึ่งก้าวเข้ามาในคริสตจักรขณะที่มีการเลือกตั้ง ก็ให้แต่งตั้งคนนั้นเป็นบิชอป ในทันที) นิโคลาส ได้กลายเป็นที่เคารพรักของชาวเมืองนั้น ในฐานะผู้นำฝ่ายวิญญาณที่มีความรัก ความเมตตาและจิตใจที่กว้างขวาง ยาวนานถึง ๕๐ ปี และเสียชีวิตในวันที่ ๖ ธันวาคม ค.ศ. ๓๔๓ (บางตำราว่าราว ค.ศ. ๓๕๐)
ในยุคเบียดเบียนศาสนาคริสต์โดยจักรพรรดิ Diocletian ท่านถูกจับขังคุกและได้รับการปล่อยตัวหลังจากพระเจ้าคอนสแตนตินมหาราชก้าวขึ้นสู่อำนาจและประกาศให้คริสตศาสนาเป็นศาสนาทางการของจักรวรรดิโรมัน
มีตำนานอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับ นิโคลาส เช่น ท่านช่วยลูกสาว ๓ คน ในครอบครัวยากจนครอบครัวหนึ่งให้พ้นจากการเป็นโสเภณี หรือการที่ท่านโยนถุงทองคำเข้าไปทางหน้าต่างบ้านหลังหนึ่งเพื่อช่วยให้ลูกสาวแต่ละคนในครอบครัวนั้นได้มีโอกาสเข้าสู่พิธีแต่งงานที่มีเกียรติ
เล่ากันว่าทองหล่นลงในถุงเท้าของคนในครอบครัว ซึ่งผึ่งใกล้ไฟ นี่เองจึงเป็นเหตุที่พวกเด็กๆ แขวนถุงเท้าไว้ที่ประตูหรือเตาผิงเพื่อรอรับของขวัญในวันก่อนวันฉลองของท่าน
การกระทำเช่นนี้เป็นการปูพื้นฐานสำหรับประเพณีการให้ของขวัญในสมัยต่อๆ มาจากนั้น ราวๆ ๒๐๐ ปีต่อมาคริสตจักรแห่งนี้ก็เปลี่ยนชื่อเป็น คริสตจักรเซนต์นิโคลาส
นักบุญนิโคลาสเกี่ยวข้องกับคริสต์มาสเพราะมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าท่านมักจะแอบให้ของขวัญอย่างลับๆ แก่พวกเด็กเสมอ นอกจากนั้น ตัวท่านนักบุญซึ่งใส่ชุดสีแดงและไว้เครายาว ได้ถูกปรับแปลงตามวัฒนธรรมจนเป็นคนร่างอ้วนใหญ่นั่งบนเลื่อนลากด้วยกวางเรนเดียร์บรรทุกของเล่นเต็มคัน เพราะว่าในภาษาเยอรมัน ชื่อของท่าน San Nikolaus ก็ออกเสียงคล้ายๆ Santa Claus (ซานตาคลอส) น่ะเอง
พระศาสนจักรตะวันออกรู้จักท่านในนามนักบุญนิโคลาสแห่งไมรา ตามชื่อเมืองที่ท่านปกครอง แต่สำหรับศาสนจักรตะวันตก ท่านถูกเรียกว่านักบุญนิโคลาสแห่งบารี (Bari) เพราะในช่วงที่ชาวมุสลิมพิชิตตุรกีปี ๑๐๘๗ พระธาตุของท่านถูกนำไปเมืองบารีโดยชาวอิตาเลียน
ประมาณต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๑๒ ได้มีการนำของขวัญไปมอบให้คนจนในนามของ “เซนต์ นิโคลาส” ในวันก่อนวันเซนต์ นิโคลาส (๕ ธ.ค.) โดยนำของขวัญบางอย่างใส่ไว้ในถุงเท้ายาว เช่น พวกผลไม้และขนม ต่อมาประเพณีนี้ได้แพร่หลายไปยังส่วนต่างๆ ทั่วยุโรปและเป็นที่ยอมรับของคนทุกชนชั้น บิดามารดาของเด็กที่ต้องการสอนบทเรียนแก่เด็กที่ดื้อดึง ก็จะใส่ไม้เรียวเสียบไว้ในถุงเท้าแทนของขวัญในไม่ช้า คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ในเยอรมันทางเหนือก็ได้นำประเพณีการมอบของขวัญเช่นนี้มาใช้ในวันคริสต์มาสแทน “วันเซนต์ นิโคลาส” (๖ ธ.ค.)