วันที่ ๓ ธันวาคม
นักบุญฟรังซิส เซเวียร์
Saint Francis Xavier
องค์อุปถัมภ์ : พันธกิจ แอฟริกัน / คนต่างชาติ / บาทหลวง / คนผิวดำ, มิชชันนารี, ผู้นำทาง, พันธกิจ เขตสังฆมณฑลต่างๆ
สิ่งสื่อแทนถึงท่าน : ไม้กางเขน, กระดิ่ง, ลูกโลก, ภาชนะ, นักเทศน์ กำลังถือหัวใจที่ลุกเป็นไฟ, พระคณะเยสุอิตหนุ่ม แต่ไว้เครา กำลังร่วมทางกับนักบุญ อิกญาซีโอ แห่ง โลโยลา / กับคบเพลิง เพลิง กางเขน และดอกลิลลี่
ฟรังซิส เซเวียร์เกิดในปี ๑๕๐๖ ในอาณาจักร Navarre ดินแดนซึ่งขณะนี้ถูกแบ่งเป็นของฝรั่งเศสและสเปน มารดาของฟรังซิสสืบสายเลือดผู้สูงศักดิ์ บิดาเป็นที่ปรึกษาของกษัตริย์ยอห์น ที่ 3 พี่น้องของฟรังซิสสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพ แต่เขาสมัครเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยปารีส ที่นั่น ฟรังซิสเรียนปรัชญา และทำหน้าที่สอนหลังจากได้รับปริญญาโท
ในปารีส ฟรังซิสจะพบเป้าหมายชีวิตของเขาโดยผ่านการช่วยเหลือของเพื่อนเก่าแก่ชื่อ ปีเตอร์ เฟเบอร์ และนักศึกษาอายุมากคนหนึ่งชื่อ อิกญาซีโอ โลโยลา ซึ่งมาปารีสในปี ๑๕๒๘ เพื่อเรียนให้จบระดับปริญญา ฟรังซิสจะถูกชักนำเข้ากลุ่มชายหนุ่มที่มุ่งจะถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยชีวิตของพวกเขา
ทีแรก ความทะเยอทะยานส่วนตัวทำให้ฟรังซิสไม่ฟังเสียงเรียกของพระ ความสุภาพถ่อมตนและรูปแบบชีวิตเคร่งครัดของอิกญาซีโอก็ไม่ได้ดึงดูดใจเขา แต่อิกญาซีโอ ผู้มีประสบการณ์กลับใจอย่างตื่นเต้นเร้าใจ ได้ถามคำถามของพระเยซูกับฟรังซิสเสมอๆ ว่า "จะมีประโยชน์อะไรถ้าเราจะได้โลกทั้งโลกมาครอง แต่สูญเสียวิญญาณ?"
ทีละน้อย อิกญาซีโอทำให้ฟรังซิสยกเลิกแผนการของเขาและเปิดใจรับพระประสงค์ของพระเจ้า ปี ๑๕๓๔ ฟรังซิส เซเวียร์ ปีเตอร์ เฟเบอร์ และชายหนุ่มอีก ๔ คนร่วมกับอิกญาซีโอถวายคำสาบานถือความยากจน ความบริสุทธิ์ และการอุทิศตนเพื่อทำงานประกาศพระวรสารโดยจะนบนอบคำสั่งของพระสันตะปาปา
ฟรังซิสบวชเป็นสงฆ์ในปี ๑๕๓๗ สามปีต่อมา พระสันตะปาปาเปาโล ที่ ๓ ทรงรับรองคณะนักบวชเยสุอิตของอิกญาซีโอและสหาย ระหว่างปีนั้นเอง กษัตริย์โปรตุเกสทรงขอร้องให้พระสันตะปาปาส่งธรรมทูตไปยังแว่นแคว้นอินเดียที่พระองค์เพิ่งได้ครอบครอง
ฟรังซิสกับเพื่อนเยสุอิตอีกคนหนึ่งชื่อ ซีมอน โรดริเกซ ใช้เวลาอยู่ในโปรตุเกสเพื่อดูแลคนเจ็บป่วยและสอนเรื่องความเชื่อ แล้วในวันเกิดอายุ ๓๕ ปี เขาก็ล่องเรือเดินทางไปกัว ซึ่งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของอินเดีย อย่างไรก็ตาม เขาพบว่าชาวอาณานิคมโปรตุเกสสร้างความเสื่อมเสียให้พระศาสนจักรโดยพฤติกรรมเลวทราม
ในสถานการณ์เช่นนี้ ฟรังซิสทำงานทันที เขาเยี่ยมเยียนนักโทษและคนป่วย รวมรวมเด็กเป็นกลุ่มเพื่อสอนเรื่องพระเจ้า เขาเทศน์ประกาศแก่ทั้งชาวโปรตุเกสและชาวอินเดีย เขาปรับตัวเข้ากับความเป็นอยู่ของคนที่นั่นด้วยการกินข้าวและอยู่ในกระท่อมพื้นดิน
ขณะที่กำลังรอเรือที่จะใช้โดยสารเดินทาง ท่านได้ออกเทศน์ตามท้องถนน ทำงานให้ความช่วยเหลือผู้เจ็บไข้ได้ป่วย และคอยสอนหลักศาสนาให้กับบรรดาเด็กๆ โดยท่านมักจะเดินไปตามท้องถนน สั่นกระดิ่ง ส่งเสียงเรียก ให้เด็กๆ บริเวณนั้นได้มาเรียนรู้กับเขา ซึ่งเชื่อกันว่า ท่านสามารทำให้ผู้คนได้กลับใจ หันมารับเชื่อได้ทั้งเมืองกันเลยทีเดียว
ท่านเคยกล่าวตำหนิผู้อุปถัมภ์ของท่าน คือ กษัตริย์ยอห์น แห่ง โปรตุเกส ในเรื่องการค้าทาส โดยท่านได้กล่าวตำหนิออกมาว่า “พระองค์ไม่มีสิทธิ์ ในการเผยแพร่คำสอนแห่งพระศาสนจักรคาทอลิก ขณะที่พระองค์เองยังนำความร่ำรวยออกไปจากประเทศแห่งนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก ที่ต้องตระหนักรู้ว่า ในโมงยามสุดท้ายแห่งความเป็นความตายของพระองค์ พระองค์จะทรงถูกขับออกจากสวรรค์”
งานธรรมทูตของฟรังซิสกับคนท้องถิ่นประสบความสำเร็จ แต่การทำให้คนชั้นสูงกลับใจยากลำบากกว่า เขาพบเจอการต่อต้านจากทั้งชาวฮินดูและมุสลิม ปี ๑๕๔๕ ฟรังซิสเดินทางขยายเขตการทำงานไปถึงมาเลเซีย ก่อนจะไปถึงญี่ปุ่นในปี ๑๕๔๙
เมื่อพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องแล้ว ฟรังซิสก็สอนคนญี่ปุ่นรุ่นแรกให้รับเชื่อเป็นคาทอลิก คาทอลิกญี่ปุ่นเหล่านี้หลายคนกล่าวว่ายินดีจะรับทรมานเป็นมรณสักขี ยิ่งกว่าจะสละความเชื่อที่นำมาสู่พวกเขาโดยเยสุอิตจากแดนไกล
ท่านประสบความสำเร็จอย่างกว้างขวางในการปฏิบัติพันธกิจมิชชันนารี ที่ท่านกระทำเป็นเวลา ๑๐ ปี ในประเทศอินเดีย อินเดียตะวันออก และ ญี่ปุ่น ซึ่งท่านได้ทำให้คนกลับมารับเชื่อ รับศีลล้างบาป ได้มากถึง ๔๐,๐๐๐ ราย มีเรื่องที่น่าตื่นตะลึง และวีรกรรมเกี่ยวกับตัวท่านมากมาย ทั้งการร่วมโต๊ะอาหารค่ำร่วมกับนักล่าฆ่าหัว ล้างแผลบรรเทาเจ็บให้กับคนโรคเรื้อน สั่งสอนเด็กๆ ในอินเดีย และล้างบาปให้กว่า ๑๐,๐๐๐ รายในช่วงระยะเวลาแค่เดือนเดียว ท่านอดทนอย่างหนัก ถึงความทุกข์ยากลำบากตลอดการเดินทางของท่าน ซึ่งรวมถึงสภาพอากาศที่เลวร้าย ความร้อนจัดหนาวจัดของสถานที่ต่างๆ อีกด้วย และไม่ว่าท่านจะเดินทางไปที่แห่งหนตำบลใดก็ตาม ท่านจะคอยออกช่วยเหลือคนยากไร้ ผู้ถูกทอดทิ้งหลงลืม ท่านออกเดินทางไปเป็นพันๆ ไมล์ เกือบทั้งหมด ด้วยเท้าเปล่า ท่านมีพรสวรรค์ มีพระพรเกี่ยวกับเรื่องการพูด สามารถก่ออัศจรรย์ได้ ถึงขนาดแม้แต่ปลุกผู้ตายให้ฟื้นกลับคืนชีพได้ และหยุดฟ้าฝน ลมพายุได้ เช่นเดียวกับความที่ท่านเป็นประกาศก และ ผู้มีพระพรในการรักษา
ฟรังซิสล้มป่วยและเสียชีวิตในวันที่ ๓ ธันวาคม ๑๕๕๒ ขณะนั้น เขากำลังหาวิธีเดินทางเข้าไปในอาณาจักรจีน ปี ๑๖๒๒ ฟรังซิส เซเวียร์ และอิกญาซีโอ โลโยลา ได้รับการประกาศเป็นนักบุญในวันเดียวกัน