วันที่ ๑๕ ตุลาคม
นักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา, นักปราชญ์ของพระศาสนจักร
Saint Teresa of Avila, Doctor of the Church
องค์อุปถัมภ์ : ต่อต้านความเจ็บไข้ได้ป่วย, ต่อต้านอาการปวดศีรษะ, ต่อต้านโรคภัย, ต่อต้านความตายของบุพการี, ช่างเย็บปักถักร้อย, ผู้แสวงหาความเมตตาทั้งหลาย, ผู้คนในโองการทางศาสนา, ผู้คนที่ถูกหัวเราะเยาะ เหยีดหยามเพราะเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์, ผู้ป่วย
สิ่งสื่อแทนถึงท่าน : ซิสเตอร์สวมฮาบิแททของคณะคาเมไลท์, ซิสเตอร์คณะคาเมไลท์ ที่ดวงใจถูกลูกศรที่ทูตสวรรค์ถือแทงทะลุ ,ถือดวงใจที่ถูกแทง ร่วมกับหนังสือ และ กางเขน, หนังสือและปากกาขนนก, ได้รับสารจากนกเขา
เทเรซา ซานเชส เด เซเปดา ยี อาฮูมาดา (Teresa Sanchez de Cepeda y Ahumada) เกิดในปี ๑๕๑๕ ที่เมืองอาวิลา เธอเป็นลูกคนที่สามของครอบครัวที่สืบเชื้อสายจากพ่อค้าชาวยิวซึ่งกลับใจเป็นคริสต์ในรัชสมัยของกษัตริย์เฟอร์ดินานและราชินีอิสซาเบลล่า บิดาของเทเรซา อัลฟอนซุสเป็นคาทอลิกใจศรัทธา
เมื่อยังเล็ก เทเรซาซาบซึ้งกับความคิดเรื่องชีวิตนิรันดรและภาพที่พระเจ้าทรงให้พวกนักบุญเข้าสวรรค์ เธอและน้องชาย ร็อดริโก พากันหนีออกจากบ้านเพื่อจะไปตายเยี่ยงมรณสักขีในประเทศมุสลิม แต่เจอญาติระหว่างทางเสียก่อน จึงถูกนำตัวกลับมาส่งให้มารดา บีอาทริส
เมื่อเทเรซาอายุ ๑๔ ปี มารดาเสียชีวิต สร้างความเศร้าโศกอย่างลึกซึ้งแก่เธอ เธอมอบความศรัทธาต่อแม่พระให้เป็นมารดาฝ่ายจิตของเธอ แต่ในช่วงชีวิตวัยรุ่น เธอก็ได้ให้ความสนใจกับการอ่านนิยายยอดนิยมของยุค ซึ่งมักจะเป็นตำนานยุคกลางเกี่ยวกับอัศวิน และเอาใจใส่กับเรื่องรูปร่างหน้าตาและการแต่งเนื้อแต่งตัว
พ่อวิญญาณของเทเรซาในภายหลัง ถือว่าเรื่องเหล่านี้เป็นความผิดเล็กน้อย แต่เรื่องเหล่านี้ก็ทำให้เธอสูญเสียความกระตือรือร้นในวัยเด็กต่อพระเจ้า อัลฟอนซุส ผู้บิดา ตัดสินใจว่าลูกสาววัยรุ่นจำเป็นต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ จึงส่งเธอไปศึกษาในอารามของซิสเตอร์คณะออกัสติเนียน เทเรซาพบว่าชีวิตพวกซิสเตอร์น่าเบื่อหน่าย แต่ไม่ช้า ก็เริ่มเข้าใจถึงประโยชน์ที่มีต่อชีวิตภายใน
อาการเจ็บป่วยทำให้เทเรซาต้องออกจากอารามหลังจากอยู่ที่นั่นหนึ่งปีครึ่ง อิทธิพลของลุงผู้ศรัทธาของเธอ พร้อมกับการได้อ่านจดหมายของนักบุญเยโรม ซึ่งเป็นฤาษีและปิตาจารย์ของศาสนจักร ทำให้เทเรซามั่นใจว่าหนทางแน่นอนสู่ความรอดอยู่ที่การสละชีวิตแต่งงาน ทรัพย์สมบัติและความยินดีทางโลกอย่างสิ้นเชิง เธอตัดสินใจเข้าคณะคาร์เมไลท์ แม้บิดาจะขอให้เลื่อนความตั้งใจไปก่อน
เทเรซาถวายตัวเป็นสมาชิกของคณะเมื่ออายุ ๒๐ ปี แต่ไม่ช้าก็ป่วยหนักจนต้องถูกส่งตัวกลับบ้าน เธอประสบกับความเจ็บปวดสาหัสและมีอาการอัมพฤกษ์เป็นเวลา ๒ ปี ใครๆ คาดว่าเธอคงจะตาย มีการนำขี้ผึ้งมาปิดตาและเตรียมหลุมศพเธอไว้แล้ว เธอเข้าโคม่าอยู่ ๔ วัน แต่กลับฟื้นคืนมา เธอยืนยันที่จะกลับเข้าอารามทันทีที่สามารถ แม้ว่าจะยังอยู่ในสภาพเจ็บปวดและไม่อาจเคลื่อนไหวได้เต็มที่
เทเรซาเติบโตก้าวหน้าในชีวิตภายใน ฝึกการรำลึกถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าตลอดช่วงเวลาเพ่งพิศภาวนา แต่เมื่อสุขภาพกลับคืนดี เธอก็หละหลวมกับตารางการภาวนา แม้จะยังเป็นคาร์เมไลท์ผู้นบนอบ แต่เธอไม่อาจสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวใกล้ชิดกับพระเจ้าได้เป็นเวลาเกือบ ๒๐ ปี
อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุย่างเข้า ๔๐ ปี เทเรซาก็พบว่าตัวเองถูกเรียกคืนสู่จิตภาวนาแบบพิศเพ่ง (contemplative prayer) มีการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในจิตวิญญาณเธอ เธอได้รับภาพนิมิตจากพระเจ้า และภายใต้การแนะนำของพ่อฟังแก้บาป เทเรซาเขียนเล่าประสบการณ์เหล่านี้ในอัตชีวประวัติที่เธอเขียนแล้วเสร็จสิ้นในปี ๑๕๖๕
เทเรซาคุ้นเคยกับการรำพึงถึงการประทับอยู่ของพระคริสต์ในตัวเธอหลังจากรับศีลมหาสนิท บัดนี้ เธอเข้าใจว่าการประทับอยู่ของพระเจ้าไม่ได้แผ่วจางหาย พระเจ้าอยู่กับเธอเสมอ และได้ทรงอยู่ด้วยตลอดมา สิ่งสำคัญคือเพียงแต่มอบตัวเองให้อยู่ในการประทับของพระองค์ด้วยความรักและการใส่ใจ ซึ่งสามารถทำได้ทุกเวลา
การเปลี่ยนแปลงของชีวิตจิตทำให้เทเรซาสามารถมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูพระศาสนจักรหลังสังคายนาเทรนต์ เธอเสนอให้คณะคาร์เมไลท์กลับคืนสู่พระวินัยดั้งเดิม ซึ่งถือปฏิบัติชีวิตนักพรตที่เรียบง่ายและเคร่งครัดอย่างสงบและสันโดษ ตามที่พระสันตะปาปาทรงอนุญาตในศตวรรษที่ ๑๒ และสืบย้อนถึงประกาศกเอลียาห์ในพระธรรมเก่า
เธอร่วมงานกับยอห์นแห่งไม้กางเขน พระสงฆ์และนักเขียน ผู้จะเป็นนักบุญในภายหลัง ก่อตั้งคณะคาร์เมไลท์เท้าเปล่า ซึ่งหมายถึงความเรียบง่ายก่อนคณะกลายสภาพ การฟื้นฟูคณะเผชิญการต่อต้านอย่างรุนแรง แต่สุดท้าย ส่งผลให้มีการตั้งอารามถึง ๓๐ แห่งในช่วงชีวิตของเธอ
สุขภาพของเทเรซาทรุดโทรมในระหว่างการเดินทางปี ๑๕๘๒ เธอยอมรับความเจ็บป่วยครั้งสุดท้ายนี้ว่าเป็นหนทางที่พระเจ้าเลือกใช้เพื่อเรียกเธอเข้าสู่การประทับอยู่กับพระองค์ตลอดนิรันดร
เทเรซาเสียชีวิตวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๑๕๘๒ และได้รับการประกาศเป็นนักบุญ พร้อมกับผู้ศักดิ์สิทธิ์ร่วมยุคสมัยอีก ๓ ท่าน คือ นักบุญอิกญาซีโอแห่งโลโยลา นักบุญฟรังซิส เซเวียร์ และนักบุญฟิลิป เนรี
ปี ๑๙๗๐ พระสันตะปาปาเปาโล ที่ ๖ ประกาศตั้งท่านเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักร
