วันที่ ๒๘ สิงหาคม
นักบุญออกัสติน, พระสังฆราชและนักปราชญ์พระศาสนจักร
Saint Augustine, Bishop and Doctor of the Church
องค์อุปถัมภ์ : ต้านการระคายเคืองตา, ผู้กลั่น, ช่างพิมพิ์, นักเทวศาสตร์
สัญลักษณ์สื่อแทนถึงท่าน : เด็ก, นกเขา, นกอินทรี, ปากกา, เปลือก, หัวใจลุกโชนร้อนแรง ขณะกำลังดำเนินไปสารภาพบาป
ออกัสตินเกิดที่เมือง Tagaste (ปัจจุบันคือเมือง Souk-Ahras ประเทศแอลจีเรีย) เมื่อวันที่ ๑๓พฤศจิกายน ๓๕๓ ท่านเป็นนักคิดคนสำคัญและมีอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์พระศาสนจักร
คาทอลิกคำสอนของท่านเป็นพื้นฐานความเชื่อของคริสตชนมานับพันปีเรื่องราวชีวิตของท่าน ตั้งแต่เล็กจนถึงการกลับใจถูกเล่าไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติของท่าน ชื่อ "คำสารภาพ" (Confessions) งานเขียนนี้เป็นการมองเข้าไปอย่างลึกซึ้งภายในวิญญาณของคนๆ หนึ่ง ซึ่งผู้อ่านจะรู้สึกใกล้ชิดผูกพันด้วยและทั้งยังเป็นงานเขียนที่เป็นวรรณกรรมและกวีนิพนธ์ให้ข้อคิดทางเทววิทยา ปรัชญาและรหัสนัยอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ออกัสติน ซึ่งแม้จะถูกเลี้ยงดูมาในฐานะคริสตชน แต่กลับดำเนินชีวิตเกลือกกลั้วกับบาป และไม่ช้าก็ถอยห่างจากพระศาสนจักรอย่างไรก็ตามในความคิดส่วนลึก ท่านไม่ได้ทอดทิ้งพระคริสต์ ผู้ซึ่งพระนามพระองค์ท่านรู้จักและยอมรับ "ข้าฯ เก็บรักษาไว้ในหัวใจ ทุกอย่างทั้งปวงที่เสนอให้ข้าฯ แม้จะสูงส่ง เขียนอย่างดี และมีความจริงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ข้าฯ เพริศเตลิดไปทั้งหมด" (คำสารภาพ ๑, ๔)
ท่านไปศึกษาที่เมืองคาร์เธจ และมีชื่อเสียงในความฉลาดหลักแหลมและชำนาญในวาทะศิลป์ ท่านต้องการประกอบอาชีพเป็นนักวาทะศิลป์หรือทนายความ แต่ได้รู้จักและหลงรักปรัชญาเมื่ออายุ ๑๙ ปี
ในวัยหนุ่มของท่าน ท่านกลับสูญเสียซึ่งความเชื่อไป และใช้ชีวิตของท่านอย่างโลดโผนตามกระแสทางโลกแทน ท่านได้อาศัยอยู่ร่วมกับสาวชาวคาร์เธจ ตั้งแต่ในครั้งอายุย่าง ๑๕ ปี จวบจนกระทั่งถึงอายุได้ ๓๐ ปี ท่านได้เป็นบิดาของบุตรหน ที่ท่านได้ตั้งชื่อให้กับบุตรผู้นั้นว่า อาดีโอทาดุส อันมีความหมายแปลว่า ของขวัญของพระเจ้า
ช่วงเวลานี้ท่านถูกดึงดูดเข้าหากลุ่มมานิเค (Manichaeanism) ศิษย์ผู้ศรัทธาของกลุ่มสัญญากับท่านว่าพวกเขามีคำตอบอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ในเรื่องความลับของธรรมชาติพวกเขาสามารถพิสูจน์ว่าพระวรสารไม่เป็นจริง และสามารถอธิบายปัญหาเรื่องความชั่วร้ายได้ ออกัสตินเป็นศิษย์ติดตามกลุ่มนี้อยู่ 9 ปี ท่านเรียนรู้ทุกอย่างที่พวกเขาสอนก่อนจะปฏิเสธว่าลัทธินี้หลอกลวงและไม่มีคำสอนที่แท้จริง
ออกัสตินเดินทางไปโรม แล้วต่อไปที่มิลานในปี ๓๘๖ ที่มิลาน ท่านพบนักบุญอัมโบร สังฆราชและนักปราชญ์ของพระศาสนจักร บทเทศน์ของนักบุญอัมโบรสกระตุกใจท่าน ให้มองหาความจริงที่พยายามแสวงหาอยู่ตลอดเวลาในความเชื่อที่ตนเคยปฏิเสธ ท่านขอรับศีลล้างบาป ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความยินดีที่สุดให้มารดาของท่าน นักบุญมอนิกา
ผลสรุปรวบยอดในความคิดทั้งหมดของท่าน ณ เวลาในกาลนั้น ได้สรุปออกมาจากคำสารภาพของท่านว่า
“ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดประทานความสุภาพ ถ่อมตน ให้กับข้าพเจ้าด้วย หากแต่โปรดไม่ใช่ ณ เวลานี้”
ท่านเดินทางกลับแอฟริกาคืนสู่บ้านเกิด เมือง Tagaste "เขาได้สลัดความสนใจต่อโลกทั้งหมด หลุดพ้นจากตัว ดำเนินชีวิตเพื่อพระเจ้ากับผู้คนที่อยู่ร่วม ด้วยการอดอาหาร ภาวนาและกิจการงานที่ดีรำพึงถึงพระบัญญัติของพระเจ้าทุกคืนทุกวัน"
ครั้งหนึ่งออกัสตินไปเยือนเมืองฮิปโป ที่นั่น ท่านได้รับการประกาศให้เป็นสงฆ์และเป็นสังฆราชทั้งที่ท่านพยายามปฏิเสธ ท่านยอมรับในที่สุดว่านี่เป็นน้ำพระทัยของพระและได้ทำงานเป็นผู้อภิบาลในเมืองแห่งนั้นจนตลอดชีวิต
ที่เมืองฮิปโป ท่านเขียนหนังสือจำนวนมากโต้ตอบพวกที่มีความเชื่อและสอนผิดๆ ท่านเขียนหนังสือ"นครของพระเจ้า" (The City of God) เพื่อโต้แย้งกับคนนอกศาสนาเรื่องการล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน ด้วยน้ำมือของพวกแวนดัล (Vandals)
วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๔๓๐ ขณะที่เมืองฮิปโปถูกปิดล้อมด้วยพวกแวนดัล ออกัสตินเสียชีวิตลงในวัย ๗๖ปี มรดกของท่านได้สร้างโฉมหน้าของพระศาสนจักรดังที่เราเห็นในทุกวันนี้
ความคิดสรุปรวบยอดในช่วงท้ายของท่าน สามารถสรุปออกมาในรูปหนึ่งประโยค จากที่ท่านได้เขียนเอาไว้ว่า
“ดวงใจของเรา ถูกรังสรรค์มาเพื่อพระองค์ โอ้ องค์พระผู้เป็นเจ้า และดวงใจเหล่านี้ จะหาหยุดพักไม่ จนกว่าจักได้พักพิง แอบอิงในพระองค์”
