ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2011
(อสค. 37:12-4; รม. :8-11; ยน. 11:1-45)
"เราจะกลับคืนชีพและมีชีวิตนิรันดร"

        1. พี่น้องที่เคารพ ข่าวดีของพระเจ้าที่มอบให้แก่เราประจำสัปดาห์นี้ เป็นข่าวดีที่แสดงความจริงของชีวิตในลำดับสูงสุดของคริสตศาสนา คือ “การกลับคืนชีพ และการมีชีวิตนิรันดร”  ตามที่พระเยซูเจ้าตรัสว่า “เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครเชื่อในเรา แม้ตายไปแล้วก็จะมีชีวิต ” (ยน.11:25) หมายความว่าเราจะไม่ได้มีชีวิตแค่อยู่ในโลกนี้เท่านั้น โลกนี้ชั่วคราว แต่เราจะมีชีวิตใหม่ เป็นชีวิตอันนิรันดร ถาวร ไม่เปลี่ยนแปลง คือการมีชีวิตอยู่กับพระเจ้าตลอดไป
2. ทุกครั้งที่เราสวดบท “ข้าพเจ้าเชื่อ” ในตอนท้ายๆของบทสวดนี้เราสวดว่า “ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้า......การกลับคืนชีพของร่างกาย และชีวิตนิรันดร ” นี้เป็นการยืนยันถึงความเชื่อของเราคริสตชนถึงความจริงแท้ของชีวิต เมื่อเราต้องจากโลกนี้ไป ร่างกายของเราตาย จิตวิญญาณของเราจะขึ้นไปสวรรค์เพื่อรอคอยวันสุดท้ายของโลกนี้ และในวันนั้นเราทุกคนจะกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา(อ่าน 1คร. 15:42-55) และรับการพิพากษาครั้งสุดท้าย(มธ. 25:31-46) ให้เราได้พิจารณาคำสอนนี้จากบทพระคัมภีร์ในวันนี้

บทอ่านที่ 1 : เอเสเคียล 37:12-14
12เพราะฉะนั้น จงประกาศพระวาจาและบอกเขาว่า พระยาห์เวห์องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสดังนี้ ดูซิ ประชากรของเราเอ๋ย เรากำลังจะเปิดหลุมฝังศพของท่านและยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ นำท่านกลับมายังแผ่นดินอิสราเอล 13ประชากรของเราเอ๋ย ท่านจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เมื่อเราเปิดหลุมศพของท่าน และยกท่านขึ้นมาจากหลุมศพ 14เราจะให้จิตของเราเข้าไปในท่าน และท่านจะมีชีวิต เราจะให้ท่านตั้งหลักแหล่งในแผ่นดินของท่าน แล้วท่านจะรู้ว่าเราเป็นพระยาห์เวห์ เราได้พูดและได้ทำแล้ว – พระยาห์เวห์ตรัส”

3. บทอ่านที่หนึ่ง ประกาศกเอเสเคียลได้รับพระบัญชาจากพระเจ้าให้ประกาศแก่ชาวอิสราเอลว่า “ท่านจะรู้ว่าเราเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อเราเปิดหลุมศพของท่านและยกท่านขึ้นจากหลุมศพ เราจะให้จิตของเราเข้าไปในท่าน และท่านจะมีชีวิต”(อสค.37:13-14)

4. ในคำสัญญาของพระเจ้าที่มีต่อชาวอิสราเอลในตอนนี้นั้น ก่อนอื่นหมด เป็นการเผยแสดงให้กับชาวอิสราเอลที่ต้องตกอยู่ในความทุกข์ในฐานะที่เป็นทาสซึ่งเปรียบเหมือนเป็นคนที่ตายไปแล้ว(ฝังในหลุมแล้ว) แต่พระเจ้าทรงนำพวกเขาออกมาให้พ้นจากการเป็นทาส คือ ให้มีชีวิตใหม่(ยกขึ้นมาจากหลุม) เป็นชีวิตใหม่ที่ครั้งหนึ่งเคยหมดหวัง ท้อแท้ แต่กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เป็นชีวิตใหม่ที่จะได้เข้าไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา(อสค. 37:12)

5. ชีวิตประจำวันของเราก็เช่นกัน บางครั้งเรามีชีวิตเหมือนคนที่ตายแล้ว คือ หมดหวัง ท้อแท้ สิ้นหวัง มีแต่ความทุกข์ ขอให้เราอย่าลืมว่าเรายังมีพระเจ้าอยู่ ให้เราสวดภาวนาขอให้เราเปิดใจต้อนรับพระองค์ ให้พระองค์เสด็จมาประทานชีวิตใหม่ให้กับเรา

6. ข้อสังเกต เมื่อพระเจ้าทรงสัญญาจะประทานจิตใหม่ให้แก่ชาวอิสราเอลนั้น ในขณะนั้นยังไม่ได้อ้างอิงการกลับคืนชีพของวิญญาณทุกดวงในโลกนี้ เป็นเพียงคำสัญญาที่จะให้ชีวิตใหม่แก่ชาวอิสราเอล การเผยแสดงเรื่องความตาย การถูกฝังไว้ และการกลับคืนชีพของพระเยซูคริสตเจ้าได้รับการเปิดเผยในภายหลัง

7. ให้เราพิจารณาต่อไปในบทอ่านที่สอง

บทอ่านที่ 2 :โรม 8:8-11
(8)ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติไม่อาจเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้  (9)ส่วนท่านทั้งหลาย ท่านไม่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติ แต่ดำเนินชีวิตตามพระจิตเจ้า เพราะพระจิตของพระเจ้าสถิตอยู่ในตัวท่าน ถ้าผู้ใดไม่มีพระจิตของพระคริสตเจ้าผู้นั้นก็ไม่เป็นของพระองค์      (10)ถ้าพระคริสตเจ้าสถิตอยู่ในท่านแล้ว แม้ร่างกายของท่านตายเพราะบาป จิตของท่านก็มีชีวิตเพราะความชอบธรรม  (11)และถ้าพระจิตของพระผู้ทรงบันดาลให้พระเยซูเจ้ากลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายนั้นสถิตอยู่ในท่าน พระผู้ทรงบันดาลให้พระคริสตเยซูทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายก็จะทรงบันดาลให้ร่างกายที่ตายได้ของท่านกลับมีชีวิต เดชะพระจิตของพระองค์ ซึ่งสถิตอยู่ในท่านด้วย”

             8. บทอ่านที่ 2 นักบุญเปาโลพูดถึงการดำเนินชีวิต 2 รูปแบบ คือ “การดำเนินชีวิตตามธรรมชาติ” กับ “การดำเนินชีวิตตามพระจิตเจ้า” และได้เน้นถึงสิทธิประโยชน์ของบุคคลที่ดำเนินชีวิตตามพระจิตเจ้า คือ หนึ่งเป็นที่พอพระทัย สองเป็นของพระองค์ สามแม้ทำบาปก็ได้รับได้รับความชอบธรรมกลับคืนมา(รับการอภัยบาป) และสี่ที่สำคัญที่สุดคือ ร่างกายที่ตายได้ของท่านจะกลับมามีชีวิต

9. คุณลักษณะของบุคคลที่ดำเนินชีวิตตามพระจิตของพระเจ้า เป็นบุคคลที่มีจิตผูกติดอยู่กับพระจิตเจ้า จะทำอะไร หรือจะอยู่ที่ไหนจิตก็คิดถึงพระองค์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้ที่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติ “ผู้ที่ยังดำเนินชีวิตตามธรรมชาติ ย่อมสนใจสิ่งที่เป็นของธรรมชาติ ส่วนผู้ที่ดำเนินชีวิตตามพระจิตเจ้า ก็สนใจสิ่งที่เป็นของพระจิตเจ้า” ผลที่เกิดขึ้นคือ    “ผู้ที่ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติไม่อาจเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า” (รม. 8:8)  และสุดท้าย ความต้องการตามธรรมชาติมนุษย์นำไปสู่ความตาย แต่ความปรารถนาของพระจิตเจ้านำไปสู่ชีวิตและสันติ”(รม.8:5-6)

10. คนที่ดำเนินชีวิตตามพระจิตนั้น ชีวิตของเขาจะเป็นอย่างไร คำตอบก็คือ ใครที่มีชีวิตที่ผูกติดกับพระเจ้า คนนั้นจะได้พระพรจากพระบิดาเจ้าสวรรค์และได้รับความศักดิ์สิทธิ์จากองค์พระจิตเจ้า ซึ่งผลที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตก็คือมี  “ความรัก ความชื่นชม ความสงบ ความอดทน ความเมตตา ความใจดี ความซื่อสัตย์ ความอ่อนโยน และการรู้จักควบคุมตนเอง”(กท.5:22-23)    

11. ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นสิทธิประโยชน์ที่เราจะได้รับในขณะที่เรายังดำเนินชีวิตอยู่บนโลกนี้ แต่คำสอนและความเชื่อที่สำคัญของเราก็คือ พระจิตของพระเจ้าที่ได้บันดาลชีวิตของพระเยซูเจ้าให้ฟื้นคืนชีพจากความตายเป็นพระจิตเจ้าองค์เดียวกับที่ประทับอยู่กับเราแต่ละคน เมื่อพระจิตทรงชุบชีวิตพระเยซูเจ้าจากความตาย พระจิตนี้แหละที่จะให้ชีวิตใหม่แก่เราได้ “และถ้าพระจิตของพระผู้ทรงบันดาลให้พระเยซูเจ้ากลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายนั้นสถิตอยู่ในท่าน พระผู้ทรงบันดาลให้พระคริสตเยซูทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตายก็จะทรงบันดาลให้ร่างกายที่ตายได้ของท่านกลับมีชีวิต เดชะพระจิตของพระองค์ ซึ่งสถิตอยู่ในท่านด้วย”(กท. 5:11)

พระวรสาร
12. บทพระวรสารในวันนี้เป็นเรื่องที่พระเยซูเจ้าทรงปลุกลาซารัสขึ้นมาจากความตาย พระวาจาที่สำคัญน่าจดจำก็คือ “เราเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต” คำสอนที่เกิดขึ้นในใจของเราก็คือ การมีชีวิตที่ “ผูกติด” กับพระเยซูเจ้าจะทำให้เรากลับคืนชีพและมีชีวิตเช่นเดียวกับพระองค์ นี้เป็นข่าวดี

13. ให้เราพิจารณาอัศจรรย์ที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำเพื่อเป็นบทสอนและข้อปฏิบัติในชีวิตประจำวันของเรา

14. มารีย์และน้องสารแจ้งข่าวให้พระเยซูเจ้าทรงทราบว่าพี่ชายของเขาป่วย พวกเขาต้องการให้พระเยซูเจ้าไปรักษาพี่ชายของเขาให้หายจากความเจ็บป่วยนั้นโดยอาศัยพลังอำนาจจากองค์พระผู้เป็นเจ้าที่ผ่านมาทางพระเยซูเจ้า ปฏิกิริยาแรกที่เราได้รับทราบคือพระเยซูเจ้าทรงปฏิเสธคำขอร้องนี้ เช่นเดียวกับอัศจรรย์ที่เมืองคานา(ยน.2:4)

15. คำตอบของพระเยซูที่ให้กับสองพี่น้องนี้ก็คือ “โรคนี้มิได้เกิดขึ้นเพื่อความตาย แต่เพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า เพราะโรคนี้ พระบุตรของพระเจ้าจะได้รับพระสิริรุ่งโรจน์”(ยน.11:4) จากนั้นรอจนถึงสองวันพระองค์จึงเสด็จไปหาลาซารัส ที่พระองค์รอเช่นนี้ไม่ใช่ว่าพระองค์ไม่ทรงรักเขา แต่ทั้งนี้เพื่อให้อัศจรรย์นี้เป็นการแสดงพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า พูดง่ายๆว่าพระองค์จะทรงกระทำอัศจรรย์ช่วยเหลือใครเมื่อไรก็ได้ การรั้งรอเหมือนพระเจ้าไม่ทรงตามใจเรา มนุษย์เราเวลาวอนขออะไรจากพระเจ้ามักจะเอาใจของตนเองเป็นหลัก หรือเอาแต่ใจตนเอง ไม่คิดถึงใจของพระเจ้า แต่อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือของพระเจ้ามาทันเวลาเสมอ ไม่ช้าและไม่สาย ดังนั้นเมื่อเราวอนขออะไรจากพระเจ้า เราต้องวอนขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า ไม่ใช่ตามน้ำใจของเราเอง

16. คำพูดของพระเยซูเจ้าที่น่าคิดอีกประโยคหนึ่งก็คือ “วันหนึ่งมีสิบสองชั่วโมงมิใช่หรือ ถ้าใครเดินเวลากลางวันก็ไม่สะดุด เพราะเห็นแสงสว่างของโลกนี้ แต่ถ้าใครเดินเวลากลางคืนก็สะดุด เพราะเขาไม่มีแสงสว่างเพื่อนำทาง”(ยน.11:9-10) คำว่ากลางวันและกลางคืนเป็นคำสัญลักษณ์ที่หมายถึงความดีและความชั่ว ซึ่งพระเยซูเจ้าเองทรงเป็นแสงสว่างนั้น ชีวิตของเราคริสตชนจึงต้องดำเนินตามคำสั่งสอนและแบบฉบับของพระเยซูเจ้า

17. พระเยซูเจ้าทรงทำให้ความเชื่อของบรรดาอัครสาวกเข้มแข็งขึ้น โดยที่แรกพระองค์บอกพวกเขาว่า “ลาซารัสหลับอยู่ เรากำลังจะไปปลุกให้ตื่น” บรรดาศิษย์จึงคิดว่า “ถ้าเขาหลับ เขาก็จะหายจากโรคได้เอง” ที่สุดพระเยซูเจ้าตรัสอย่างชัดเจนว่าที่พูดว่าหลับนั้นหมายถึง “ตายแล้ว” และเผยแสดงว่าที่พระองค์ทรงกระทำเช่นเพื่อให้พวกเขาได้มีความเชื่อ - ข้อคิดที่ได้รับก็คือ อะไรที่ว่ายากหรือคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น พระองค์สามารถทำให้สิ่งที่ยากกลับกลายเป็นสิ่งที่ง่าย ขอให้เราวางใจในพระองค์เถิด

18. มีเหตุการณ์เล็กๆเกิดขึ้นก่อนที่พระเยซูเจ้าจะเสด็จไปถึงบ้านของลาซารัส คือ คำพูดของโทมัสที่ว่า “พวกเราจงไปตายพร้อมกับพระองค์เถิด”(ยน.11:16) โทมัสและบรรดาสาวกรู้ว่าเมืองที่พระเยซูเจ้าจะเสด็จเข้าไปนั้นไม่ชอบพระองค์ พวกเขาเคยคิดจะเอาหินขว้างพระองค์(ยน.11:8) เขาพร้อมที่จะร่วมทางไปกับพระองค์ ในขณะนั้นโทมัสและสานุศิษย์คิดถึงเฉพาะเหตุการณ์เฉพาะหน้า พวกเขายังไม่ทราบเรื่องที่ว่าเรามนุษย์ทุกคนที่ตายพร้อมกับพระเยซูคริสตเจ้าจะได้รับการกลับคืนชีพพร้อมกับพระองค์ นี้เป็นสิทธิประโยชน์ของเราคริสตชนทุกคน และข้อคิดสำหรับเราก็คือ เรายินดีที่จะร่วมเป็นร่วมตายกับพระเยซูเจ้าหรือไม่

19. เมื่อพระเยซูเจ้ามาถึงบ้านของลาซารัส มารธาพูดกับพระองค์ว่า “ถ้าพระองค์อยู่ที่นี้ พี่ชายของดิฉันคงไม่ตาย แต่บัดนี้ ดิฉันรู้ดีว่า สิ่งใดที่พระองค์ทรงวอนขอจากพระเจ้า พระองค์จะประทานให้”(ยน.11:21-22) นี้เป็นการแสดงถึงความเชื่อของมารธาที่มีต่อพระเยซูเจ้า ความเชื่อนี้แหละที่พระเยซูเจ้าทรงปรารถนาให้เราทุกคนมี “ความเชื่อจะช่วยให้เร้ารอด”

20. นอกจากความเชื่อของมารธา มีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเมตตาสงสารของพระองค์ในฐานะมนุษย์ คือ เมื่อพระองค์ทรงเห็นมารีย์และชาวยิวร้องไห้เพราะความตายของลาซารัส พระองค์ทรงสะเทือนพระทัยและเศร้าโศกมาก และ “พระองค์ทรงกันแสง”(ยน.11:35) นี้แหละคือพระเจ้าของเรา ผู้ทรงรับรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของเรา ทรงรับรู้ทุกข์สุขของเรา เราพึ่งพาอาศัยพระองค์ได้โดยไม่ต้องสงสัยเลย

21. ที่สุดพระเยซูเจ้าทรงทำอัศจรรย์ยิ่งใหญ่โดยทรงเปล่งเสียงดังว่า “ลาซารัส จงออกมาเถิด” แล้วผู้ตายก็ออกมา มีผ้าพันมือพันเท้า และผ้าคลุมใบหน้าด้วย พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงเอาผ้าออกและให้เขาหายเถิด”

22. คำพูดสำคัญของพระเยซูเจ้าในการทำอัศจรรย์ครั้งนี้ก็คือ “ถ้าท่านมีความเชื่อ ท่านจะเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระเจ้า”(ยน.11:40) ดังนั้นสิ่งพระเจ้าทรงเรียกร้องจากท่านก็คือ “ความเชื่อ” ความเชื่อคือการยึดติด หรือเอาชีวิตของเราผูกติดกับชีวิตของพระองค์นั้นเอง ส่วนเป้าหมายในการทำอัศจรรย์ต่างๆของพระองค์นั้นก็กระทำเพื่อพระสิริรุ่โรจน์ของพระเจ้า

23. บทสรุปของข่าวดีจากพระวาจาประจำสัปดาห์นี้ก็คือ บุคคลที่ดำเนินชีวิตด้วยพระจิตเจ้า มีชีวิตที่ผูกมัดอยู่กับพระเจ้า จะได้รับการกลับคืนชีพ มีชีวิตนิรันดรร่วมสุขกับพระเจ้าในสรวงสวรรค์ และในขณะที่อยู่ในโลกนี้ ขอให้เราดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อศรัทธาในพระองค์ ดำเนินชีวิตในแสงสว่าง เป็นต้นให้พ้นจากบาปซึ่งทำให้ชีวิตฝ่ายจิตของเราต้องตาย แต่อาศัยพระจิตเจ้า พระองค์จะทรงชำระเราให้กลับมาเป็นคนชอบธรรมและคืนชีวิตฝ่ายจิตของเราด้วยศีลอภัยบาป

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...
"ครูคำสอนผู้จาริกแห่งความหวัง” (Pilgrims of Hope)งานชุมนุมครูคำสอนระดับชาติ ครั้งที่ 7 ศูนย์คริสตศาสนธรรมราชบุรีจัดการแสวงบุญให้กับครูคำสอน ในโอกาสไปร่วม งานชุมนุมครูคำสอนระดับชาติ ครั้งที่...
การประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนแห่งเอเชีย
🎯การประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนแห่งเอเชีย "ก้าวเดินไปด้วยกันในฐานะพยานแห่งความหวัง" คุณครูกฤติยา อุตสาหะ เจ้าหน้าที่ศูนย์คริสตศาสนธรรมและอาจารย์พิเศษ วิทยาลัยแสงธรรมร่วมประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนของสภาพระสังฆราชในทวีปเอเชียณ ศูนย์คาทอลิกพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 39 พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเจ้าหรือ พระองค์ทรงอยู่ในพระตรีเอกภาพด้วยหรือ ?
พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเจ้าหรือ พระองค์ทรงอยู่ในพระตรีเอกภาพด้วยหรือ ? YOUCAT 39...
Youcat 113 ที่กล่าวว่า ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้าหมายความว่าอะไร ?
ที่กล่าวว่า ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้าหมายความว่าอะไร ? Youcat 113...
Youcat 089 พระเยซูเจ้าทรงสัญญาถึงพระอาณาจักรของพระเจ้ากับผู้ใด ?
พระเยซูเจ้าทรงสัญญาถึงพระอาณาจักรของพระเจ้ากับผู้ใด ? YOUCAT 89 บอกกับเราว่า.....

พระวาจานำชีวิต

พระบิดา พระบุตร พระจิต ทรงเป็นประเจ้าหนึ่งเดียว
เชิญชวนเราอ่านพระวาจาพระเจ้าที่พูดถึงพระบิดา พระบุตร พระจิต ขอให้ความเป็นหนึ่งเดียวของสามพระบุคคลนำเราให้มีความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าและกับเพื่อนพี่น้องด้วย มธ....
พระเยซูเจ้าทรงสมัครใจ เต็มใจในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า
พระเยซูเจ้าทรงสมัครใจ เต็มใจในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า เพื่อให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์ในพระองค์ ให้พระวาจาพระเจ้าเป็นเสียงแรกที่เราจะฟังและนำไปปฏิบัติเช่นเดียวกับพระองค์ พระยาห์เวห์...
พระเยซูเจ้าทรงเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต
พระเยซูเจ้าทรงเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครที่เชื่อในพระองค์จะได้รับชีวิตนิรันดร์ มารับพระวาจาพระเจ้าที่ให้กำลังใจและให้ความมั่นใจว่า ถ้าเราเชื่อและดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์เราจะได้รับชีวิตนิรันดร์ ทูตสวรรค์กล่าวแก่สตรีทั้งสองคนว่า...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC267 ผู้สูงอายุต้องได้รับการสอนคำสอนอย่างเพียงพอ
ผู้สูงอายุต้องได้รับการสอนคำสอนอย่างเพียงพอ ได้รับการเอาใจใส่ในมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของเงื่อนไขแห่งความเชื่อของพวกเขา “ในกรณีที่ผู้สูงอายุอาจจะมีความเชื่อที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง การสอนคำสอนต้องเป็นลักษณะการนำไปสู่ความสมบูรณ์ของกระบวนการแห่งความเชื่อ ด้วยท่าทีของการขอบคุณและการมีความหวังในชีวิตหน้าอย่างเต็มเปี่ยม...
DC266 พระศาสนจักรมองว่าผู้สูงอายุเป็นของขวัญจากพระเจ้า เป็นทรัพยากรสำหรับชุมชนและถือว่างานอภิบาลพวกเขาเป็นงานที่สำคัญ
ผู้สูงอายุเป็นผู้ที่มีมรดกแห่งความทรงจำและมักจะรักษาคุณค่าของสังคมการตัดสินใจทางสังคมและการเมืองที่ไม่ยอมรับศักดิ์ศรีของพวกเขาจะถูกมองว่าบุคคลนั้นมุ่งต่อต้านสังคม “พระศาสนจักรไม่สามารถและไม่ต้องการที่จะปฏิบัติตามความคิดว่าความไม่อดทน และความเฉยเมยและการดูหมิ่นในวัยชราว่ามีน้อยลง” แต่พระศาสนจักรมองว่าผู้สูงอายุเป็นของขวัญจากพระเจ้า เป็นทรัพยากรสำหรับชุมชนและถือว่างานอภิบาลพวกเขาเป็นงานที่สำคัญ...
DC265  สมาคมของพระศาสนจักรกระบวนการหรือกลุ่มต่าง ๆ ควรยอมรับเพื่อการมีส่วนแบ่งปันในการอบรมผู้ใหญ่ที่เป็นคริสตชน
ในที่สุด สมาคมของพระศาสนจักรกระบวนการหรือกลุ่มต่าง ๆ ควรยอมรับเพื่อการมีส่วนแบ่งปันในการอบรมผู้ใหญ่ที่เป็นคริสตชน เพื่อให้แน่ใจว่ามีการร่วมกันก้าวเดินที่คงที่และหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญที่ความเป็นจริงเหล่านี้มักจะนำเสนอชีวิตคริสตชนที่เป็นการพบปะส่วนตัวและการดำรงอยู่กับพระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงพระชนม์ในบริบทของประสบการณ์กลุ่มและความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

1.png8.png8.png3.png2.png1.png8.png
วันนี้1729
เมื่อวานนี้5525
สัปดาห์นี้12589
เดือนนี้38145
ทั้งหมด1883218

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

10
Online

วันพุธ, 10 มิถุนายน 2569 10:03