ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

การภาวนา เรียนรู้จากชีวิตของพระเยซูเจ้า
การภาวนา เรียนรู้จากชีวิตของพระเยซูเจ้า

        พระเยซูเจ้าทรงเป็นผู้เผยแสดงให้เรารู้จักความหมายของชีวิตและรู้ว่าควรดำเนินชีวิตประจำวันอย่างไรจึงจะเป็นบุตรของพระเจ้าอย่างแท้จริง พระองค์ทรงสอนเราทั้งด้วยคำพูดและการปฏิบัติตน   เป็นแบบฉบับ ชีวิตของพระองค์  เป็นชีวิตที่ผูกพันกับองค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นพระบิดาอย่างแนบแน่น พระองค์ทรงใช้ชีวิตทั้งชีวิตเป็นดั่งเครื่องบูชาและการภาวนาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราจึงต้องเรียนรู้ชีวิตของพระองค์เป็นต้นในเรื่องการภาวนา

ชีวิตภาวนาของพระเยซูเจ้า
          พระวรสารแสดงให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นบุคคลแห่งการภาวนา ในฐานะที่ทรงบังเกิดเป็นชาวยิวคนหนึ่ง พระองค์ทรงปฏิบัติตนเคร่งครัดตามแบบอย่างของชาวยิวที่หล่อเลี้ยงชีวิตด้วยการภาวนาอยู่เสมอ ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าพระองค์ทรงได้เรียนรู้การภาวนามาจากพระแม่มารีย์และนักบุญยอแซฟ และยังได้หล่อเลี้ยงจากชีวิตของเพื่อนบ้าน เป็นต้นพระองค์ทรงภาวนาเป็นประจำที่ศาลาธรรมในทุกวันสับบาโต

          ในฐานะชาวยิวที่เคร่งครัด พระองค์ทรงภาวนาตั้งแต่เช้า บ่ายและเย็น พระองค์ทรงภาวนาก่อนทานอาหาร (มธ. 14:19; 26:26) ทรงภาวนาส่วนตัวและภาวนาพร้อมกับบรรดาศิษย์ (ลก. 22:32) และภาวนาให้กับผู้ที่ทรมานพระองค์ (ลก. 23:34) พระองค์ทรงภาวนาด้วยบทสดุดี (สดด. 22- มก 15:34;   สดด. 31- ลก 23:46) พระองค์ทรงสวดภาวนาทุกวันพระทั้งที่บ้านและที่ศาลาธรรม (ลก. 4:16) ทรงร่วมเฉลิมฉลองวันปัสกาประจำปีและร่วมนมัสการพระเจ้าในพระวิหาร (ลก. 2:41; 19:45)

            ในการปฏิบัติพันธกิจของพระองค์ พระองค์ทรงเริ่มต้นจากการภาวนาโดยการเขารับพิธีล้างจากท่านยอห์น บัปติสต์ (ลก. 3:21-22) ทรงจบชีวิตด้วยการภาวนาบนไม้กางเขน (ลก. 23:46) ระหว่างการปฏิบัติงานพระองค์ทรงภาวนาอยู่เสมอ ภาวนาในทุกสถานที่ ทั้งในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน ในงานเลี้ยง ตามถนน ตามตลาด แม้จะวุ่นวายสักปานใดพระองค์ทรงหาที่เงียบๆ เพื่อภาวนาได้เสมอ (ลก. 5:16) ในทะเลทราย (มก. 1:35) บนภูเขา (ลก. 6:12) ริมทะเล (มธ. 4:18) ที่สวนมะกอก (ลก. 22:39)

           พระเยซูเจ้ามิได้ทรงภาวนาตามธรรมเนียมของชาวยิวเท่านั้น แต่พระองค์ทรงภาวนาตลอดเวลา เรารู้จากพระวรสาร ว่าพระองค์ทรงภาวนาเป็นพิเศษในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติในชีวิตหรือในช่วงเวลาที่สำคัญ ๆ เช่น ก่อนการเลือกอัครสาวก (ลก. 6:12) เมื่อรับรู้ว่าจะต้องทุกข์ทรมาน (ลก. 9:28) เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการถูกจับกุมและทรมาน (มก. 14:35) และเมื่อถูกตรึงกางเขน (มธ. 27:46)

          พระเยซูเจ้าทรงภาวนาเพื่อสรรเสริญและขอบพระคุณพระบิดา ทรงภาวนาของการให้อภัย  ทรงภาวนาวอนขอให้คุ้มครองสานุศิษย์และมวลมนุษย์ ทรงภาวนาด้วยจิตใจที่ศรัทธาและไว้วางใจ บางครั้งพระองค์ก็ทรงสับสนเพราะรู้สึกว่าพระบิดาทรงทอดทิ้งพระองค์ไปในเวลาที่อยู่บนไม้กางเขน

         ผู้ชำนาญการพระคัมภีร์สรุปว่าการสวดภาวนาที่สำคัญ ๆ ของพระเยซูเจ้ามีอยู่สองครั้งด้วยกัน  คือ ทรงภาวนาเมื่อรู้ว่าประชาชนพากันทอดทิ้งพระองค์ไป (มธ. 11:25-26; ลก. 10:21) และในเวลาที่พระองค์ภาวนาในสวนมะกอก เมื่อต้องเผชิญกับความเป็นความตายในชีวิต (มธ. 26:39; มก. 14:36; ลก. 22:42)

        ในขณะนั้นพระองค์ทรงภาวนต่อพระบิดาด้วยความสนิทสัมพันธ์และด้วยความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยม พระองค์ทรงเรียกพระเจ้าว่า “พ่อ” คำ ๆ นี้เป็นคำปกติธรรมดาที่ลูก ๆ เรียกพ่อของตนเองอย่างคนคุ้นเคย
อีกคำหนึ่งที่ทรงใช้ในยามที่เจ็บปวดคือ “อาแมน” หมายความว่า ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ พระองค์ทรงมอบตนเองให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระบิดา
 
        ดังนั้น คำว่า “พ่อ” และ “อาแมน” จึงเป็นบทสรุปคำภาวนาของพระเยซูเจ้า และนี่เป็นหัวใจ  ในการภาวนาของเราคริสตชน

พระเยซูเจ้าทรงสอนเรื่องการภาวนา
   คำสอนของพระเยซูเจ้าเรื่องการภาวนา สะท้อนให้เห็นถึงประสบการณ์การภาวนาของพระองค์เอง  เราศึกษาการภาวนาของพระองค์ดังนี้
- ภาวนาด้วยความจริงใจจากหัวใจอย่างแท้จริง : พระเยซูเจ้าทรงไม่เห็นด้วยกับการภาวนาแบบเคยชินหรือการใช้คำภาวนาที่ยืดยาวสวยงามแต่ไม่ได้มาจากใจจริง คำภาวนาเช่นนี้ไม่มีประโยชน์อันใดเลย แต่คำภาวนาซื่อ ๆ ที่ออกมาจากใจจริงเป็นคำภาวนาที่พระเจ้าทรงรับฟัง   (มธ. 6:7-8; 7:21)
- ภาวนาโดยไม่โอ้อวดหรือเอาหน้า : พระเยซูเจ้าทรงตำหนิคนที่ชอบสวดภาวนาเพื่อให้คนอื่นเห็น พระองค์ทรงสอนให้ภาวนาแบบส่วนตัวภาวนาเงียบๆ ในห้อง (มธ. 6:5-6)
- ภาวนาด้วยความสัตย์จริงและสุภาพถ่อมตน : พระเยซูเจ้าทรงวิพากษ์วิจารณ์คนที่ภาวนาโดยยกตัวเองว่าเป็นคนดี ภาวนาเพื่อโอ้อวดตนเอง แต่พระองค์ปรารถนาให้เราภาวนาด้วยใจที่สุภาพตามตัวอย่างของคนเก็บภาษีที่พระองค์ทรงเล่าใน (ลูกา 18:9-14)
- ให้ดำเนินชีวิตตามคำภาวนา : พระเยซูเจ้าทรงปรารถนาให้คนที่ภาวนา จะต้องมีชีวิตที่งดงามด้วย ไม่ใช่ภาวนาแต่ปากแต่ความประพฤติไม่ดี เช่น ไม่มีความยุติธรรมต่อคนอื่น กดขี่   ข่มเหงคนยากไร้และคนที่อ่อนแอกว่า (ลก. 20:45-47)
- ภาวนาอย่างสม่ำเสมอ : ตัวอย่างของเพื่อนบ้านที่สร้างความรำคาญ และหญิงม่ายกับผู้พิพากษาใน (ลูกา 11:5-13; 18:1-8)
- ภาวนาด้วยความมั่นใจ : พระเจ้าทรงรับฟังและตอบคำภาวนาของเราอย่างแน่นอน แม้ว่าบางครั้งอาจจะไม่ตรงกับใจของเรา
 

บทภาวนาขององค์พระผู้เป็นเจ้า
            คำสอนสำคัญที่พระเยซูเจ้าทรงมอบให้เป็นแบบอย่าง และเป็นมรดกแก่เราทุกคนก็คือบท    “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย” ซึ่งมีบันทึกไว้ในสองสำนวนด้วยกัน
            ในพระวรสารของนักบุญลูกา สานุศิษย์ของพระเยซูเจ้าประทับใจในการภาวนาของพระเยซูเจ้ามาก    จึงร้องขอให้พระองค์สอนการภาวนาให้พวกเขาบ้าง ซึ่งที่จริงพวกเขาได้เรียนรู้การภาวนาตามแบบฉบับของท่านยอห์น บัปติสมาแล้ว แต่พวกเขาอยากจะรู้วิธีภาวนาในรูปแบบของพระเยซู พระองค์จึงทรงสอนพวกเขาให้สวดบทข้าแต่พระบิดาฯ ตามที่บันทึกไว้ในพระวรสารของ น.ลูกา 11:1-4

            อีกสำนวนหนึ่งบันทึกไว้โดยพระวรสารของมัทธิวได้พัฒนาบทสวดมาจากบทสวดในคำสอนเรื่องความสุขแท้หรือการเทศน์บนภูเขา (มธ. 6:9-13)

            ทั้งสองสำนวนนี้สะท้อนให้เห็นถึงประเพณีนิยมของคริสตชนที่แตกต่างกันของสองชุมชน สำนวนของ น.ลูกาดูจะใกล้เคียงกับคำสอนของพระเยซูเจ้า แต่ของ น.ลูกาเหมาะสมที่จะใช้ในการประกอบพิธีกรรม เพราะว่าทั้งสองมีโครงสร้างและเนื้อหาที่คล้ายกัน

เราจะพิจารณาถ้อยคำในบทข้าแต่พระบิดาและศึกษาถึงความหมายของบทภาวนานี้

การอ้างถึง
ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย พระองค์สถิตในสวรรค์

คำวิงวอนขอในกลุ่มแรก
1.พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ
2.พระอาณาจักรจงมาถึง
3.พระประสงค์จงสำเร็จในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์

คำวิงวอนขอในกลุ่มที่สอง
4.โปรดประทานอาหารประจำวันแก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้
5.โปรดประทานอภัยแก่ข้าพเจ้าเหมือนข้าพเจ้าให้อภัยแก่ผู้อื่น
6.โปรดข้าพเจ้าไม่ให้แพ้การประจญ
7.แต่โปรดช่วยให้พ้นจากความชั่วร้ายเทอญ

           เราเริ่มต้นการภาวนาโดยเริ่มด้วยการร้องหาพระเจ้า ซึ่งแสดงว่าหัวใจของการภาวนาของเรานั้นอยู่ที่พระเจ้าไม่ใช่ตัวของเรา เราเองต้องเป็นเช่นเดียวกับพระเยซูเจ้าที่เข้าหาพระเจ้าด้วยความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในฐานะที่เราเป็นบุตรของพระองค์ เราเรียกพระเจ้าว่าบิดาหรือพ่อของเรา ซึ่งไม่ได้สวดว่าพระบิดาของฉัน แต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย ซึ่งหมายความว่าพระองค์ทรงเป็นบิดาของทุกคน เราทุกคนจึงเป็นลูกของพระองค์ด้วยกันทั้งนั้น

คำวิงวอนขอในกลุ่มแรก นั้นมุ่งเน้นไปที่แผนการขององค์พระผู้เป็นเจ้า
          เราภาวนาเพื่อให้กิจการอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าได้เป็นที่รู้จักและได้รับการเคารพ ตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงสัญญาไว้กับประชากรของพระองค์โดยผ่านทางบรรดาประกาศก เราภาวนาเพื่อโลกทั้งหมดจะได้ตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์และความรักของพระเจ้า ในฐานะที่เป็นต้นกำเนิดแห่งความดี ความงามทั้งมวล

          จากนั้นเราภาวนาเพื่อให้พระอาณาจักรของพระเจ้าเกิดขึ้นท่ามกลางโลกของเรา ให้พระเจ้าปกครองหัวใจของคนเรา ให้หัวใจของผู้คนมีความยุติธรรมและความเห็นอกเห็นใจ ความรักและพระหรรษทาน เราภาวนาเพื่อให้พระเจ้าช่วยเปลี่ยนแปลงโลกของเราจากความเจ็บปวด สงคราม น้ำตา ความทุกข์ยากลำบาก ความแตกแยก และความชั่วร้ายทุกชนิดให้หมดไป

           คำตอบสำหรับการภาวนาทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับพระเมตตาของพระเจ้า แต่ความศักดิ์สิทธิ์ของ  พระเจ้า ความเห็นอกเห็นใจกันและกัน ความยุติธรรมและความรักจะเกิดขึ้นได้ก็โดยอาศัยพวกเรานี้แหละที่จะช่วยต้องช่วยกันทำให้พระอาณาจักรของพระเจ้าเกิดขึ้นให้ได้ในสถานที่ ๆ เราอาศัยหรือทำงานอยู่ ดังนั้น การภาวนาของเราจึงเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในส่วนของเราที่จะอุทิศตนทุ่มเทและให้ความร่วมมือกับพระหรรษทานของพระเจ้าในการทำให้พระอาณาจักรเป็นจริง

ในส่วนของคำอ้อนวอนที่สองนั้น เราแสดงความไว้ใจต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าพระบิดาของเรา ด้วยสิ้นสุดจิตใจของเรา โดยขอพระองค์ในสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของเรา

          ก่อนอื่นเราขออาหารประจำวันจากพระองค์ อาหารนี้ไม่ได้หมายถึงอาหารฝ่ายร่างกายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงอาหารฝ่ายจิตใจของเราอีกด้วยซึ่งได้แก่ ความรัก ความสุข สันติสุข ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความยุติธรรม ซึ่งโลกของเรากำลังมีความต้องการอย่างมากเพราะโลกเต็มไปด้วยความเดือดร้อนนานาชนิด อาหารในที่นี้จึงหมายถึงอาหารทั้งฝ่ายร่างกายซึ่งยังมีคนอดตายอีกจำนวนมาก และอาหารฝ่ายจิตใจคือความรักความเมตตา นอกจากนั้นยังหมายถึงอาหารฝ่ายวิญญาณซึ่งก็คือ   ศีลมหาสนิทที่เราคาทอลิกจำเป็นจะต้องรับอยู่เป็นประจำ เพื่อจะได้ชิดสนิทกับพระองค์และมีพลังในการทำความดีหนีความชั่ว

          การยอมรับว่าตนเองเป็นคนบาปเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการภาวนาก็คือความสุภาพถ่อมตน ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้องวอนขอพระเมตตาจากพระเจ้าให้ยกโทษให้เรา และที่สำคัญคือเราต้องให้อภัยให้กับผู้ที่ทำกับเราก่อนด้วย คำว่าหนี้กับเจ้าหนี้ของมัทธิวหมายถึงบาปกับคนบาป การยกโทษของพระเจ้าขึ้นอยู่กับการที่เรายกโทษให้ผู้อื่นหรือไม่เป็นสำคัญ

           สุดท้าย เราวอนขอให้เราสามารถเข้มแข็งเอาตัวรอดจากการประจญต่าง ๆ ที่เข้ามาทุกทิศทุกทางรอบตัวเรา อย่าให้เราต้องตกเป็นทาสของซาตาน แต่ให้เราสามารถมีชัยชนะเหมือนที่พระเยซูเจ้าทรงเอาชนะปีศาจต่าง ๆ เราต้องภาวนาเช่นนี้ทุกวันจนกว่าจะสิ้นลมหายใจของเรา

           บทภาวนาข้าแต่พระบิดา เป็นบทภาวนาของผู้ที่เป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้า เป็นบทสรุปถึงชีวิตและคำสั่งสอนของพระองค์ การกลับคืนพระชนมชีพของพระองค์และการประทานพระจิตเจ้าให้แก่มนุษย์ จึงเป็นพลังที่ทำให้เราสามารถภาวนาตามแบบอย่างที่พระองค์ทรงสอนเรา

           สิ่งที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการภาวนามาจากแบบอย่างที่พระเยซูเจ้าทรงกระทำและสั่งสอนเรา  จึงเป็นบทภาวนาที่ทำให้ชีวิตของเราผูกติดกับองค์พระผู้เป็นเจ้า และเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องปฏิบัติตามและสอนเด็ก ๆ ของเราให้ภาวนาเช่นนี้ด้วย

เรื่องที่ควรคิด
1. เราได้เรียนรู้เรื่องการภาวนาจากคำสอนและชีวิตของพระเยซูเจ้าอะไรบ้าง
2. แบบอย่างและคำสั่งสอนของพระองค์เรื่องการภาวนา ถ้อยคำไหนที่ท่านชอบและท้าทายท่านมากที่สุด
3. ชีวิตจริงกับคำภาวนาของท่านสอดคล้องกันดีไหม
4. ท่านจัดเวลาภาวนาส่วนตัวอย่างไร

เรื่องที่ควรทำ
1. อ่านเรื่องนี้พร้อมกับเปิดพระคัมภีร์ประกอบด้วย แล้วขีดหรือเขียนพระวาจาที่โดนใจไว้
2. ภาวนา “บทข้าแต่พระบิดา” อย่างช้า ๆ ใช้เวลารำพึงถ้อยคำที่มีอยู่อย่างสงบเงียบ
3. จดจำคำว่า “บิดา” กับ “อาแมน” ไว้ให้ดี ๆ เพราะนี่คือหัวใจของการภาวนา

 

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...
"ครูคำสอนผู้จาริกแห่งความหวัง” (Pilgrims of Hope)งานชุมนุมครูคำสอนระดับชาติ ครั้งที่ 7 ศูนย์คริสตศาสนธรรมราชบุรีจัดการแสวงบุญให้กับครูคำสอน ในโอกาสไปร่วม งานชุมนุมครูคำสอนระดับชาติ ครั้งที่...
การประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนแห่งเอเชีย
🎯การประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนแห่งเอเชีย "ก้าวเดินไปด้วยกันในฐานะพยานแห่งความหวัง" คุณครูกฤติยา อุตสาหะ เจ้าหน้าที่ศูนย์คริสตศาสนธรรมและอาจารย์พิเศษ วิทยาลัยแสงธรรมร่วมประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนของสภาพระสังฆราชในทวีปเอเชียณ ศูนย์คาทอลิกพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 223 ศีลมหาสนิทเป็นการกระทำล่วงหน้าถึงชีวิตนิรันดรอย่างไร ?
ศีลมหาสนิทเป็นการกระทำล่วงหน้าถึงชีวิตนิรันดรอย่างไร ? YOUCAT 223 บอกเราว่า....พระเยซูเจ้าทรงสัญญากับบรรดาศิษย์ของพระองค์และกับเราพร้อมกับพวกท่านเหล่านั้นว่าสักวันหนึ่งเราจะมีที่นั่งที่โต๊ะกับพระองค์ดังนั้นทุกๆมิสซาเป็น...
Youcat 39 พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเจ้าหรือ พระองค์ทรงอยู่ในพระตรีเอกภาพด้วยหรือ ?
พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระเจ้าหรือ พระองค์ทรงอยู่ในพระตรีเอกภาพด้วยหรือ ? YOUCAT 39...
Youcat 113 ที่กล่าวว่า ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้าหมายความว่าอะไร ?
ที่กล่าวว่า ข้าพเจ้าเชื่อในพระจิตเจ้าหมายความว่าอะไร ? Youcat 113...

พระวาจานำชีวิต

พระบิดา พระบุตร พระจิต ทรงเป็นประเจ้าหนึ่งเดียว
เชิญชวนเราอ่านพระวาจาพระเจ้าที่พูดถึงพระบิดา พระบุตร พระจิต ขอให้ความเป็นหนึ่งเดียวของสามพระบุคคลนำเราให้มีความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าและกับเพื่อนพี่น้องด้วย มธ....
พระเยซูเจ้าทรงสมัครใจ เต็มใจในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า
พระเยซูเจ้าทรงสมัครใจ เต็มใจในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า เพื่อให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์ในพระองค์ ให้พระวาจาพระเจ้าเป็นเสียงแรกที่เราจะฟังและนำไปปฏิบัติเช่นเดียวกับพระองค์ พระยาห์เวห์...
พระเยซูเจ้าทรงเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต
พระเยซูเจ้าทรงเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครที่เชื่อในพระองค์จะได้รับชีวิตนิรันดร์ มารับพระวาจาพระเจ้าที่ให้กำลังใจและให้ความมั่นใจว่า ถ้าเราเชื่อและดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์เราจะได้รับชีวิตนิรันดร์ ทูตสวรรค์กล่าวแก่สตรีทั้งสองคนว่า...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC267 ผู้สูงอายุต้องได้รับการสอนคำสอนอย่างเพียงพอ
ผู้สูงอายุต้องได้รับการสอนคำสอนอย่างเพียงพอ ได้รับการเอาใจใส่ในมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของเงื่อนไขแห่งความเชื่อของพวกเขา “ในกรณีที่ผู้สูงอายุอาจจะมีความเชื่อที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง การสอนคำสอนต้องเป็นลักษณะการนำไปสู่ความสมบูรณ์ของกระบวนการแห่งความเชื่อ ด้วยท่าทีของการขอบคุณและการมีความหวังในชีวิตหน้าอย่างเต็มเปี่ยม...
DC266 พระศาสนจักรมองว่าผู้สูงอายุเป็นของขวัญจากพระเจ้า เป็นทรัพยากรสำหรับชุมชนและถือว่างานอภิบาลพวกเขาเป็นงานที่สำคัญ
ผู้สูงอายุเป็นผู้ที่มีมรดกแห่งความทรงจำและมักจะรักษาคุณค่าของสังคมการตัดสินใจทางสังคมและการเมืองที่ไม่ยอมรับศักดิ์ศรีของพวกเขาจะถูกมองว่าบุคคลนั้นมุ่งต่อต้านสังคม “พระศาสนจักรไม่สามารถและไม่ต้องการที่จะปฏิบัติตามความคิดว่าความไม่อดทน และความเฉยเมยและการดูหมิ่นในวัยชราว่ามีน้อยลง” แต่พระศาสนจักรมองว่าผู้สูงอายุเป็นของขวัญจากพระเจ้า เป็นทรัพยากรสำหรับชุมชนและถือว่างานอภิบาลพวกเขาเป็นงานที่สำคัญ...
DC265  สมาคมของพระศาสนจักรกระบวนการหรือกลุ่มต่าง ๆ ควรยอมรับเพื่อการมีส่วนแบ่งปันในการอบรมผู้ใหญ่ที่เป็นคริสตชน
ในที่สุด สมาคมของพระศาสนจักรกระบวนการหรือกลุ่มต่าง ๆ ควรยอมรับเพื่อการมีส่วนแบ่งปันในการอบรมผู้ใหญ่ที่เป็นคริสตชน เพื่อให้แน่ใจว่ามีการร่วมกันก้าวเดินที่คงที่และหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญที่ความเป็นจริงเหล่านี้มักจะนำเสนอชีวิตคริสตชนที่เป็นการพบปะส่วนตัวและการดำรงอยู่กับพระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงพระชนม์ในบริบทของประสบการณ์กลุ่มและความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

1.png8.png8.png4.png4.png1.png4.png
วันนี้2925
เมื่อวานนี้5525
สัปดาห์นี้13785
เดือนนี้39341
ทั้งหมด1884414

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

18
Online

วันพุธ, 10 มิถุนายน 2569 15:21