คุณธรรม วิธีบรรลุถึงความสุข

หมวดหลัก: งานคำสอน
posted by: คุณพ่อวัชศิลป์ กฤษเจริญ
ฮิต: 148

คุณธรรม
วิธีบรรลุถึงความสุข

“ความดีและความสุข” เป็นความปรารถนาที่อยู่ในใจของมนุษย์ทุกคน และยังเป็นแรงจูงใจในการกระทำต่าง ๆ ของเราแต่ละคน เช่น การมีมิตรภาพ ความรัก ความสำเร็จ สุขภาพที่ดี ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเราได้กระทำความดีเหล่านี้ด้วยวิธีที่ถูกต้องแล้ว ก็จะบรรลุถึงความสุขอย่างแน่นอน แต่ทว่าถ้าเราความดีด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง หรือด้วยวิธีการที่ผิดหรือเลวร้าย การกระทำเช่นนั้นจะนำไปสู่ความหายนะและความทุกข์ เราก็จะจบลงด้วยการทำลายสิ่งที่ดีแทนที่จะได้รับสิ่งดีนั้น ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างการกระทำกับความสุข ความปรารถนาเพื่อความสุขคือแรงจูงใจที่เป็นบ่อเกิดของการกระทำของเรา และการกระทำต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของเราก็มีผลต่อความสุขหรือความทุกข์ ดังนั้นเราจึงต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบและอยู่ในระเบียบที่ถูกต้องเพื่อจะได้มุ่งไปสู่ความสุขแท้ เราจึงต้องเรียนรู้วิธีที่จะกระทำสิ่งที่ถูกต้องนั้น ซึ่งเรียกว่า “คุณธรรม”

คุณธรรมคืออะไร

คุณธรรมคืออะไร

           คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก (CCC) ได้ให้คำจำกัดความคุณธรรมว่า “ความโน้มเอียงมั่นคงเป็นประจำที่จะทำความดี คุณธรรมไม่เพียงปล่อยให้บุคคลหนึ่งทำกิจการที่ดี แต่ยังช่วยให้เขามอบส่วนดีที่สุดของเขาด้วย” (CCC 1803) พูดขยายความง่าย ๆได้ดังนี้ ความโน้มเอียงที่จะทำความดีก็คือ ความสามารถและความปรารถนาที่จะกระทำดี เป็นประจำก็คือ เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่แค่ชั่วครั้งชั่วคราว

          ความสามารถและความปรารถนาที่จะกระทำความดีนี้เป็นคุณลักษณะที่สำคัญของคนเรา เป็นคุณภาพชีวิตของบุคคลที่กระทำอะไรก็ตั้งใจทำอย่างสมบูรณ์แบบ พูดอีกนัยหนึ่ง คนที่มีคุณธรรมคือคนที่มีใจฝักใฝ่ในการทำดี คุณธรรมทำให้คนเราทำสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างเป็นธรรมชาติและอย่างง่ายดาย เป็นทั้งทักษะและความชื่นชอบที่จะใช้ทักษะนั้นอย่างถูกต้อง โยฮัน เซบัสทีอัน บัค (คีตกวีและนักออร์แกนชาวเยอรมัน) เป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่มีคุณลักษณะที่เป็นคุณธรรม เขามีความสามารถทางดนตรี สามารถแต่งเพลงได้อย่างไพเราะ ทักษะทางดนตรีของเขาสมบูรณ์แบบและรสนิยมในดนตรีของเขาก็ยอดเยี่ยม เขามีทั้งทักษะและความปรารถนาที่จะสร้างสรรค์ผลงานด้านดนตรีให้ดีที่สุด นี้เรียกได้ว่าเป็นคุณธรรม คือมีทั้งความสามารถและความชื่นชอบที่จะทำสิ่งที่สวยงามนี้ ซึ่งเป็นการเลือกกระทำในสิ่งที่ดี

คุณธรรมทำงานอย่างไร

คุณธรรมทำงานอย่างไร

          เมื่อได้ยินว่าคุณธรรมเป็นทั้งความสามารถและความปรารถนาที่จะกระทำดี บางทีท่านอาจจะคิดว่าท่านไม่มีทั้งความสามารถและความปรารถนาที่จะทำดี ซึ่งที่จริงแล้วท่านสามารถทำสิ่งที่ถูกต้องได้ และบางครั้งท่านคิดว่าทำได้แต่ไม่อยากจะทำ ในกรณีเช่นนี้ ถ้าพูดถึงความสามารถ เราทุกคนสามารถทำความดีได้ ความดีในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันของเรา ประเด็นคือเรื่องของความอยากทำหรือไม่อยากทำซึ่งเป็นเรื่อของกิเลส อารมณ์ ความรู้สึก

          เพื่ออธิบายว่าสิ่งนี้จะเป็นไปได้อย่างไร เราต้องพูดเกี่ยวกับเรื่องกิเลส อารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วทั้งสามนี้เป็นตัวขับเคลื่อนเราให้แสวงหาสิ่งที่พึงพอใจและหลีกหนีสิ่งที่ไม่พึงพอใจ กิเลส อารมณ์ ความรู้สึกโดยเบื้องต้นแล้วมีอยู่สิบเอ็ดประการด้วยกัน ถ้าท่านพบเจอกับสิ่งที่ท่านพึงพอใจท่านก็มีประสบการณ์ที่ ดึงดูดใจ น่าปรารถนา(ต้องการ) มีความยินดี มีความหวัง และกำลังใจ ถ้าท่านพบเจอกับสิ่งที่ไม่พึงพอใจ ท่านก็มีประสบการณ์กับความไม่ชอบ เกลียดชัง เสียใจ หมดกำลังใจ กลัว และโกรธ

          ปัญหาก็คือเราส่วนใหญ่ในบางครั้งเรามีประสบการณ์กับกิเลส อารมณ์ ความรู้สึกที่ผิดในเวลาที่ผิด เช่น เรากลัวที่จะทำดี หรือมีความต้องการที่จะทำสิ่งไม่ดี หรือเราตั้งใจที่จะกระทำเรื่องที่เรารู้ว่าถ้าทำไปแล้วจะทำให้ตัวเองเกิดความเสียหาย ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานรู้ดีว่าขนมหวานเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพของตัวเขา แต่เขาก็ยังอยากกิน หรือเพื่อให้เกิดภาพที่เกี่ยวกับศีลธรรม เช่น คริสตชนคนหนึ่งรู้ว่าการถวายเงินพระเจ้าเพื่อช่วยเหลือกิจกุศลต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ดี แต่เขาอาจจะไม่ชอบ ความไม่ลงตัวหรือไม่เป็นระเบียบเช่นนี้เป็นผลของบาปกำเนิด ซึ่งเป็นกิเลส อารมณ์ ความรู้สึกที่นำพาหรือพยายามนำเราไปสู่การทำที่ผิดและออกห่างจากความดี

          ดังนั้นคุณธรรมจะช่วยจัดการหรือบริหารกิเลส อารมณ์ความรู้สึก ให้อยู่ในระเบียบหรือหนทางที่ถูกต้อง คุณธรรมช่วยดึงเราให้มุ่งหน้าไปยังสิ่งที่เป็นประโยชน์ที่แท้จริงสำหรับตัวเราและผู้อื่น และยังช่วยทำให้เราห่างไกลจากสิ่งที่เลวร้ายต่าง ๆ เมื่อเรามีคุณธรรม เรามีความรู้สึกว่าเราต้อง “ทำดี-หนีชั่ว” บุคคลที่มีคุณธรรมเช่นนี้จะไม่ยินดีกับเรื่องความบาปต่าง ๆ และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำดี ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้ว เมื่อเราแสวงหาคุณธรรมหรือกระทำสิ่งที่เราคิดจะทำดีอย่างธรรมชาติ คุณธรรมจะช่วยให้เราทำสิ่งที่ดีนั้นได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และด้วยความยินดี อีกนัยหนึ่ง คุณธรรมทำให้เราได้รับความสุขได้ง่ายขึ้น

เราจะบรรลุถึงคุณธรรมได้อย่างไร

เราจะบรรลุถึงคุณธรรมได้อย่างไร

          การที่จะบรรลุถึงคุณธรรมได้นั้นเรียกร้องความพยายามและความมุ่งมั่นจริงจัง ให้เราพิจารณากระบวนการที่ทำให้เรามีคุณธรรมประจำใจของเราโดยดูตัวอย่างสองเรื่องนี้จาก หนังสือของ Servais Pinckaers ชื่อ แหล่งกำเนิดของจริยธรรมคริสตชน (The Sources of Christian Ethics)

          เรื่องแรกเป็นเรื่องการเรียนเปียโนของเด็กคนหนึ่ง แน่นอนประการแรก เด็กคนนี้จะต้องมีศักยภาพตามธรรมชาติในเรื่องดนตรี เขาจะต้องมีหูทางดนตรี มีทักษะทางกายภาพที่จะกดคีย์บอร์ด ดังนั้นคุณแม่ของเขาจึงพาไปสมัครเรียนเปียโน แรก ๆ เด็กอาจจะรู้สึกว่ามันเคร่งครัด เรียกร้องอะไรมากมาย และไม่สนุกเลย เขายังไม่สามารถแสดงออกทางการเล่นเปียโนได้ ยิ่งไปกว่านั้น เขายังรู้สึกว่าถูกบังคับให้ทำการฝึกซ้อมที่น่าเบื่อ แน่นอนแต่ถ้าเขายังคงฝึกซ้อมต่อไป เขาก็จะดีขึ้น และในไม่ช้าเขาก็จะพัฒนาทั้งความรักเปียโนและความสามารถที่จะเล่นให้ดี การทำงานอย่างหนักคือสิ่งที่เขาต้องลงทุน และปัจจุบันนี้เขามีอิสระที่จะทำในสิ่งที่เขาไม่เคยนึกฝันมาก่อน เช่น การเล่นเปียโนต่อหน้าคนจำนวนมาก หรือ การเรียบเรียงบทเพลงของตนเอง นี้เรียกได้ว่าเขาบรรลุถึงคุณธรรม คุณธรรมที่ช่วยให้เขาสามารถเล่นดนตรี

           เรื่องที่สองเป็นเรื่องของผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เริ่มเรียนภาษาต่างประเทศ เริ่มแรกเป็นเรื่องที่น่ากลัว เธอต้องจดจำคำศัพท์จำนวนมาก ต้องเรียนรู้หลักไวยากรณ์ ซึ่งดูเป็นเรื่องไร้สาระ และรู้สึกถูกจำกัดโดยหลักที่ซับซ้อนมากมายของภาษาใหม่ เธอไม่สามารถทำได้อย่างดีนัก ไม่มั่นใจในตนเอง แต่เธอได้ใช้เวลาเกือบทั้งหมดเพื่อออกเสียงโดยไม่สนใจว่าจะผิดหรือจะถูก ทั้งการใช้คำหรือไวยากรณ์ก็เช่นกัน อย่างไรก็ตามด้วยการฝึกฝนอย่างเพียรทนและการเข้าหาบุคคลที่มีความชำนาญชั้นครูในเรื่องภาษา ในไม่ช้าเธอเริ่มพัฒนา จนสามารถแสดงออกเรื่องภาษาได้ดีขึ้น ทั้งความคิด การพูด การเล่าเรื่องสนุกๆ การอ่านนวนิยายและการเขียนบทกวีด้วยภาษาใหม่ เหนือสิ่งใด เมื่อเธอเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศต่างๆ ที่ใช้ภาษาท้องถิ่น เธอก็สามารถสื่อสารกับบุคคลที่นั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เรียกได้ว่าเธอใช้มีคุณธรรมเพื่อบรรลุถึงความสำเร็จในการพูดภาษาต่างประเทศ

            ทั้งสองเรื่องนี้แสดงให้เห็นสามองค์ประกอบที่จำเป็นเพื่อการพัฒนาคุณธรรม ก) ศักยภาพตามธรรมชาติ ข) การศึกษาและการฝึกฝน ค) การทำงานหนักและไม่ย่อท้อ

ประการแรก เราทุกคนมีศักยภาพที่จะปฏิบัติคุณธรรมมาตั้งแต่เกิดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว มนุษย์ทุกคนถูกสร้างมาพร้อมความสามารถเบื้องต้นเพื่อคุณธรรมความดี และแสวงหาความสุขที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามคุณธรรมนั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเพราะเราได้รับต้นทุนที่จำเป็นขั้นแรกในกระบวนการฝึกฝนคุณธรรมแล้ว

ประการที่สอง เพื่อบรรลุถึงคุณธรรมต้องการการศึกษาและการฝึกฝน การศึกษาคือเรียนรู้หลักการที่มีความจำเป็น หรือความจริงทั่วไปที่ต้องการ เราต้องเรียนรู้หลักการและวิธีที่จะบรรลุถึงคุณธรรมนั้นๆ ส่วนการฝึกฝนนั้นหมายถึงการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงจากคนบางคนที่มีความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรมนั้น ๆ หวังว่าหลายคนในพวกเราได้รับการฝึกฝนเบื้องต้นจากพ่อแม่มาตั้งแต่วัยเด็กและการฝึกฝนนี้จำเป็นต้องได้รับการสานต่อไปจนตลอดชีวิต ถ้าเรารู้จักผู้ศักดิ์สิทธิ์ หรือบุคคลที่มีคุณธรรม (พระสงฆ์ที่ศักดิ์สิทธิ์) เราอาจจะขอให้พวกท่านเป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณของเรา นอกจากนั้นการอ่านผลงานและอัตชีวประวัติของบรรดานักบุญเพื่อเรียนรู้คุณธรรม ชีวิตและแรงบันดาลใจ เพื่อนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตของพวกเรา

ประการที่สาม การทำงานหนักและการไม่ย่อท้อ คำขวัญของคุณธรรมคือ “การปฏิบัติทำให้สมบูรณ์” คุณธรรมไม่ใช่เรื่องอะไรที่จะเกิดขึ้นได้ชั่วข้ามคืน แต่ต้องอาศัยความพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า อุปสรรคขั้นชี้เป็นชี้ตายของการบรรลุถึงคุณธรรมก็คือการผจญให้เกิดความท้อแท้ใจ ความหมดหวัง ซึ่งทำให้เราล้มเลิกเพราะมองไม่เห็นความสำเร็จ จงจำไว้ว่าถ้าเราตัดสินใจมุ่งมั่นที่จะทำมันต่อไป เราจะเกิดทักษะจนบรรลุความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

                   ตัวอย่างทีดีในการตัดสินใจเช่นนี้คือ ชีวิตของนักบาสเก็ตบอลผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นผู้เล่นในระดับตำนานของสหรัฐอเมริกา ไมเคิ้ล จอร์แดน ผู้ที่เคยถูกเขี่ยออกจากทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียน เพราะความไม่เอาไหนในการทำคะแนนและในการป้องกัน เขาไม่ท้อถอย ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมออกจากทีม เขาและโค้ชยังคงฝึกฝนต่อไปจนกระทั่งประสบความสำเร็จ เขาได้รับการคัดเลือกเข้าทีมของวิทยาลัย เขาสามารถทำคะแนนและป้องกันคู่แข่งได้อย่างดี ท้ายสุดเขาเล่นให้ทีม ชิคาโก บูลล์ ที่ได้แชมป์ครั้งที่หก โดยในครั้งนั้นเขาได้แย่งลูกบาสคู่แข่งจากปลายสนาม และชู้ตลูกระยะไกลเข้าห่วงทำคะแนนให้ทีมชนะและได้เป็นแชมป์ เขาไม่ละความพยายาม เขาเปลี่ยนจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง เขาได้ใช้คุณธรรมความพยายามฝึกฝนตนจนประสบผลสำเร็จในชีวิตของการเป็นนักบาสเก็ตบอล

ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
31/2-4 ถ.สมบูรณ์กุล ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000  โทร. 098-2722725