www.kamsondeedee.com

สถิติการเยี่ยมชม

006186021
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
1422
2540
10208
57071
96248
6186021
Your IP: 54.227.21.188
2018-11-21 12:29

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

บทที่ 22
พระเยซูคริสต์ทรงสอนเราให้รัก

จุดมุ่งหมาย เพื่อให้นักเรียนซาบซึ่งในความรักซึ่งเป็นบัญญัติเอกของพระเป็นเจ้า
และปฏิบัติตามด้วยความยินดี

ขั้นที่ 1 กิจกรรม

อุปกรณ์  
  ภาพหญิงสาวสวย (สายสุดา นางเอก)
  ภาพชายหนุ่มรูปหล่อ (สรพล พระเอก)
  ภาพพี่ชาย (สุวิช)
  ภาพเพื่อนหญิง (อนงค์)
  ภาพเพื่อนชาย (อำนวย)
  ภาพเรือ
  ภาพจระเข้

  ครูเล่าเรื่องประกอบภาพต่อไปนี้ให้นักเรียนฟัง
           ครั้งหนึ่งมีหญิงสาวสวยคนหนึ่ง ชื่อ สายสุดา (ติดภาพ) เธอมีแฟนรูปหล่อแต่สายตาสั้นชื่อสุรพล (ติดภาพ) วันหนึ่งสุรพลทำแว่นตาตกแตก ต้องไปซ่อมที่ร้านที่อยู่อีกฟากหนึ่งของลำคลอง ไม่มีสะพาน ไม่มีเรือ และในคลองมีจระเข้ (ติดภาพ) ห่างไปไม่ไกลเท่าไรนักมีบ้านของเพื่อนชื่ออำนวย (ติดภาพ) อำนวยมีเรืออยู่ลำหนึ่ง (ติดภาพ) สุรพลพายเรือไม่เป็น จึงขอให้สายสุดาช่วยไปขอยืมเรือนายอำนวยเพื่อข้ามคลองเอาแว่นตาไปซ่อมที่ร้าน สายสุดาก็ไป แต่อำนวยขอสิ่งแลกเปลี่ยนคือ ขอให้สายสุดาขโมยวิทยุซาวน์เบาท์ของสุรพลที่เป็นแฟนมาให้ก่อน สายสุดาไม่ตกลง อำนวยก็ไม่ให้ยืมเรือ สายสุดาจึงไปหาอนงค์ (ติดภาพ) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทขอร้องให้ไปช่วยเกลี้ยกล่อมอำนวยให้ที แต่อนงค์ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ไม่ยอมช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้น สายสุดาจึงบากหน้ามาหาอำนวยอีกคราวนี้ยอมตกลงตามที่อำนวยขอร้อง คือไปขโมยวิทยซาวน์อะเบาท์ของสุรพลมาให้อำนวย อำนวยจึงให้ยืมเรือ เมื่อกลับมา สายสุดาก็เอาแว่นตาไปให้สุรพลและเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้สุรพลฟังอย่างซื่อ ๆ สุรพลได้ฟังก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หาว่าสายสุดาเป็นคนไม่ดี ขี้ขโมยด่าว่าและไม่ยอมเป็นแฟนอีก สายสุดาก็ร้องไห้ไปเล่าเรื่องให้สุวิช (ติดภาพ) พี่ชายฟัง สุวิชโกรธจัด วิ่งไปหาสุรพล พอเจอะหน้าก็ต่อยสุรพลล้มลงแว่นตาตกแตก เพราะทำให้น้องสาว ผิดหวัง

 ครูถามนักเรียนว่า
  - ตัวละครแต่ละตัวในเรื่องเลวอย่างไรบ้าง?
  - ใครในเรื่องนี้เลวที่สุด? ทำไม?

ขั้นที่ 2 วิเคราะห์

ครูวิเคราะห์
          ตัวละครในเรื่องล้วนแต่มีส่วนเลวทั้งนั้น มากบ้างน้อยบ้าง ความเลวที่ปรากฏ เช่น รักจนหลง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ไม่สนใจคนอื่น ขโมย ใจเร็ว โมโหฉุนเฉียว
          ตัวละครที่เลวที่สุดน่าจะได้แก่ อนงค์ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท แต่ไม่แสดงน้ำใจอะไรต่อเพื่อนเลย
          ตัวละครอื่น ๆ อาจจะเลว แต่ก็ยังมีอะไรดี เช่น สายสุดาทำไปเพราะรักสุรพล สุรพลทำไปเพราะเกลียดการขโมย อำนวยก็ไม่ได้บังคับ แต่เสนอเงื่อนไขให้เลือก สุวิชก็ทำไปเพราะรักน้อง
         ส่วนอนงค์ไม่มีข้อดีอะไรเลย เป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างเดียว
สรุป ความเห็นแก่ตัวเป็นการปฏิเสธความรักต่อผู้อื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะเหตุผลเพียงอย่างเดียวคือ ตัวฉันเท่านั้น คนอื่นไม่เกี่ยว

ขั้นที่ 3 คำสอน

          1. พระเยซูคริสต์ทรงสอนเราให้รักอย่างเข็มข้น “จงรักพระเป็นเจ้าของเจ้าด้วยสุดจิตสุดใจของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า” (มธ.22,37) นั้นคือรักอย่างทุ่มเทให้จนหมดหัวใจ ไม่ใช่รักแบบตามใจฉัน นี่คือความรักต่อพระเป็นเจ้า

          2. พระองค์ยังสอนเราให้รักเพื่อนมนุษย์อย่างเข็มข้นเหมือนกัน “ผู้ใดตบแก้มข้างหนึ่งของท่านก็จงหันอีกข้างหนึ่งให้เขาตบด้วย และผู้ใดริบเอาเสื้อของท่านไปก็จงให้เสื้อคลุมเขาไปด้วย” (ลก.6,29) มาตรฐานของความรัก คือ “จงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตัวเอง” (มธ.22,39) นั้นก็คือเรารักตัวเราเองอย่างไร เราก็ต้องรักเพื่อนมนุษย์อย่างนั้น

           3. นักบุญเปาโลพูดถึงเรื่องความรักไว้อย่างน่าฟังว่า “ความรักอดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตัวฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ ความรักทนได้ทุกอย่างแม้กระทั้งความผิดของผู้อื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาเสมอและมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง” (1 คร.13,4-7) สิ่งที่นักบุญเปาโลพูดนี้ทานเอามาจากไหน ก็จากพระเยซูคริสต์ผู้ซึ่งทั้งทรงกระทำมาเป็นตัวอย่างก่อนแล้ว ทั้งทรงสอนให้เรากระทำตามด้วย

          4. พระศาสนจักรสอนว่า “ขอให้เราเป็นหนึ่งเดียวกันในกรณีที่จำเป็น ขอให้เราเป็นอิสระในกรณีที่สงสัย และขอให้เรารักกันในทุกกรณี” (พระธรรมนูญเรื่อง พระศาสนจักรในโลกปัจจุบัน ข้อ 92) สำหรับสิ่งอื่น แม้จะดีเลิศ แต่ก็ยังมีกาลเทศะของมัน แต่สำหรับความรักไม่มีกาละเทศะใด ๆ เราต้องรักทุกคน ทุกเวลา และทุกสถานที่ คือ เสมอไป

         5. เราทุกคนเป็นสมาชิกของครอบครัวเดียวกัน คือ ครอบครัวของพระเป็นเจ้า เราจึงเป็นพี่น้องกัน พี่น้องคือคนที่กินข้าวหม้อเดียวกัน แล้วเราจะมาทะเลาะวิวาท จงเกลียดจงชังกันได้อย่างไร? ข้าวหม้อเดียวกันที่เรากินก็คือ ศีลมหาสนิทซึ่งเป็นศีลแห่งความรัก ศีลที่ผูกผันเราให้สนิทแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนชื่อ

ขั้นที่ 4 ปฏิบัติ

ก. จดเนื้อหาลงในสมุด
1.บัญญัติความรักคืออะไร?
ตอบ  บัญญัติความรักคือ บัญญัติสูงสุดที่พระเยซูคริสต์ทรงนำมาสั่งสอนมนุษย์ ได้แก่จงรักระเป็นเจ้าด้วยสุดดวงใจ และจงรักเพื่อนมนุษย์เหมือนรักตนเอง
2.เราจะปฏิบัติตามบัญญัติความรักนี้ได้อย่างไร?
ตอบ  เราจะปฏิบัติตามบัญญัติความรักได้คือ ช่วยเหลือ เสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว ยกโทษให้แก่ผู้อื่น

ข. กิจกรรม
ให้นักเรียนท่องคำกลอนความรักของนักบุญเปาโล ต่อไปนี้

*รักให้เพียรทนไม่บ่นว่า   รักให้เกิดเมตตาอัชฌาศัย
รักให้ไร้อิจฉาระอาใจ   รักให้ไร้จองหองมาพ้องพาน
รักให้ไร้ขุ่นข้องที่หมองจิต  รักให้ไร้คิดผูกโกรธทุกสถาน
รักให้มุ่งแต่อภัยในทุกกาล  รักดวงมานมุทิตาอัตราไป*
       (1คร.13,4-7)

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ