ศิษย์พระคริสต์ ศิษย์ธรรมทูต : พระศาสนจักรของพระคริสต์ พันธกิจในโลก

สถิติการเยี่ยมชม

007229062
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
597
2375
597
83714
104587
7229062
Your IP: 35.172.100.232
2019-09-22 06:31

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

ไปวัดทำไม ไปแล้วได้อะไร
การแห่เข้าตอน การแห่เข้า
      
“เชิญยืน” เสียงพิธีกรเชิญทุกคนในยืนขึ้นพร้อมกับเชิญชวนให้ “ขับร้องเพลง”
        “การขับร้องเพลง” เป็นการสร้างบรรยากาศแห่งเฉลิมฉลองในขณะที่ขบวนแห่ของประธานและศาสนบริการอื่นๆเดินเป็นขบวนเข้าสู่พระแท่นบูชา ท่วงทำนองของบทเพลงในพิธีแห่เข้านี้เป็นท่วงทำนองของการเดินทางไปยังบ้านของพระบิดาซึ่งผู้ที่ร่วมกระบวนแห่นั้นต่างมีความชื่นชมยินดีและสนุกสนาน ซึ่งบทสดุดีได้แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศและจุดมุ่งหมายของการขับร้องเพลงในการแห่เข้าดังนี้
“โปรดส่งความสว่างและความจริงของพระองค์ลงมา เพื่อช่วยชี้ทิศทางให้แก่ข้าพเจ้า และนำข้าพเจ้าไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ไปยังสถานที่อันเป็นแหล่งพำนักของพระองค์แล้วข้าพเจ้าจะเข้าไปยังพระแท่นบูชาของพระเจ้า ไปพบพระเจ้าผู้ทรงเป็นความยินดีปรีดาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระองค์ด้วยเพลงพิณ ข้าแต่พระเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้า”(สดุดี 43:3-4)

          “การยืน” เป็นการต้อนรับและให้เกียรติประธานในพิธีมิสซา พระสงฆ์ผู้เป็นประธานจะเดินเข้ามา ซึ่งบางวัดจะมีการแห่เข้าอย่างสง่าพร้อมกับศาสนบริกรอื่นๆ
         “กระบวนแห่” ในทางเทววิทยาเป็นเครื่องหมายที่เตือนใจเราทุกคนให้ระลึกถึงความจริงของชีวิตที่ว่า เราทุกคนในฐานะที่เป็นประชากรของพระเจ้าก็คือ บุคคลที่กำลังเดินทาง “จาริกแสวงบุญ” จาก “โลกนี้” เข้าสู่ “เมืองสวรรค์” อันเป็นบ้านแท้นิรันดรของเรา

         ในการเดินทางจาริกของชีวิตศักดิ์สิทธิ์นี้ เรามี “พระเยซูคริสตเจ้า” เป็นจุดหมายปลายทาง ซึ่งสัญลักษณ์ของพระเยซูเจ้าก็คือ “พระแท่นบูชา” และในขณะเดียวกันพระเยซูเจ้าเองทรงร่วมเดินทางจาริกไปกับเราโดยทรงประทับอยู่ในตัวของ “พระสงฆ์” ผู้เป็นประธานในพิธีอีกด้วย

         “พระแท่น” เมื่อขบวนแห่มาถึงพระแท่นบูชาแล้ว พระสงฆ์และศาสนบริกรจะแสดงความเคารพต่อศีลมหาสนิทด้วยการย่อเข่าหรือการไหว้ จากนั้นพระสงฆ์จะเข้าไปกราบพระแท่น หรือจูบพระแท่น การกราบหรือการจูบพระแท่นเป็นการแสดงความเคารพต่อพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัตินี้มีต้นกำเนิดมาจากสมัยที่บรรดาคริสตชนถูกเบียดเบียนอย่างหนักจนต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์ที่เรียกว่าคาตาคอมบ์ (Catacombs) และร่วมกันถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณบนหลุมศพของบรรดามรณะสักขี ผู้ซึ่งยอมรับทรมานและความตายด้วยความกล้าหาญเช่นเดียวกับองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยชีวิตของพวกท่านเหล่านั้น เมื่อพระศาสนจักรมีอิสระสามารถประกอบพิธีกรรมหรือแสดงความเชื่อได้อย่างเปิดเผยแล้ว จึงนำเอาธรรมเนียมนี้มาใช้ต่อไปโดยนำเอาพระธาตุซึ่งอาจจะเป็นชิ้นส่วนของร่างกาย เช่น กระดูก ผม ฯลฯ มาใส่ไว้ในพระแท่นเพื่อแสดงให้เห็นว่าการมาร่วมพิธีมิสซาฯนี้เป็นการยืนยันถึงความเชื่อในธรรมล้ำลึกปัสกาของพระเยซูคริสตเจ้า (การรับทรมาน การกลับคืนชีพ และการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์) ที่ได้สืบสานต่อในชีวิตของบรรดานักบุญและจะเกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกคนที่เข้าร่วมพิธีมิสซาฯนี้
         นอกจากนั้นในพระแท่นยังบรรจุแผ่นหินไว้ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้แสดงความหมายว่าพระเยซูคริสตเจ้าทางเป็นศิลาหัวมุม(cornerstone) หรือเสาเข็มของพระศาสนจักร

“จงเข้าไปเฝ้าพระองค์ผู้ทรงเป็นศิลาทรงชีวิต ซึ่งมนุษย์ละทิ้งไปแต่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้และมีค่าประเสริฐ
ท่านเป็นเหมือนศิลาที่มีชีวิตกำลังก่อสร้างขึ้นเป็นวิหารของพระจิตเจ้า
เป็นสมณตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อถวายเครื่องบูชาฝ่ายจิตซึ่งเป็นที่สบพระทัยของพระเจ้าเดชะพระเยซูคริสตเจ้า
ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า ‘เราเลือกศิลาประเสริฐและวางไว้ในนครศิโยนเป็นศิลาหัวมุม ทุกคนที่มีความเชื่อในศิลานี้จะไม่ต้องอับอายเลย”(1ปต 2:4-6)

ข้อไตร่ตรองและการปฏิบัติ
           1. การขับร้องเพลงแห่เข้าเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง หลายวัดมีนักขับร้องที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดี ทำให้ผู้เข้าร่วมพิธีสัมผัสได้กับความศักดิ์สิทธิ์และความงามสง่า แต่บางวัดยังขาดการจัดเตรียมที่เหมาะสม ควรที่ผู้อภิบาลและสภาอภิบาลจะได้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้พิธีมิสซาฯจะได้สมพระเกียรติแด่พระเจ้า
           2. บางวัดจัดให้มีกระบวนแห่ของประธานและศาสนพิธีกรมาจากด้านหน้าวัดของวัด ทำให้เห็นเครื่องหมายของการเดินทางไปสู่เมืองสวรรค์ได้เด่นชัดขึ้น
           3. หลายวัดจัดให้มีผู้ช่วยมิสซาฯทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย บางวัดเป็นเยาวชนหรือผู้ใหญ่ โดยมีการจัดการอย่างดี มีการสวดภาวนาก่อนและหลังการช่วยมิสซา มีผู้รับผิดชอบ มีการจัดการประชุม มีการเข้าเงียบและแสวงบุญ น่าชมมาก
           4. บางวัดมีการจัดดอกไม้ประดับพระแท่นมากมายจนทำให้ความเด่นของพระแท่นซึ่งมีความหมายถึงองค์พระเยซูเจ้าลดคุณค่าลง เวลาชมภาพจากกรุงโรม พระแท่นที่พระสันตะปาปาประกอบพิธีมิสซาฯดูเรียบง่ายน่าเคารพ

เดือนพิเศษเพื่อการประกาศฯ

ตุลาคม 2019 เดือนพิเศษเพื่อการประกาศข่าวดี

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ