ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

เปิดห้องคำสอนกับพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์

"จงร้อนรนในการประกาศข่าวดีให้เหมือนลิ้นไฟ"
ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2012
 

        พระคัมภีร์ประจำสัปดาห์นี้เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญอีกประการหนึ่งของคริสต์ศาสนา วันนั้นเป็นวัน “เปนเตกอสเต” (คำๆนี้มีความหมายถึงจำนวนวันที่ “ห้าสิบ” คือวันที่ห้าสิบหลังจากที่พระเยซูเจ้าเสด็จกลับเป็นขึ้นมา) วันที่บรรดาอัครสาวกได้มาร่วมตัวกันอยู่ที่ห้องชั้นบนของบ้านหลังหนึ่ง ทันใดนั้นมีเสียงดัง “เหมือนเสียงลมพัดแรงกล้า” ที่ทุกคนได้ยินกัน นอกจากนั้นพวกเขายังได้เห็น “เปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้น” แยกไปอยู่เหนือศีรษะของเขาแต่ละคน ทุกคนได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม และเริ่มพูดภาษาอื่นๆตามที่พระจิตเจ้าประทานให้พูด


เรื่องเหล่านี้หมายความว่าอย่างไร

                พระจิตของพระเจ้าไม่ได้ประทับอยู่ในรูปแบบของมนุษย์อีกต่อไป เหมือนอย่างที่พระเยซูเจ้าประทับอยู่ พระเยซูเจ้าเคยตรัสไว้ครั้งหนึ่งว่าเป็นการดีที่พระองค์จะเสด็จจากไปเพื่อให้พระจิตเจ้าเสด็จลงมาประทับอยู่กับเรา เราลองคิดแบบมนุษย์ธรรมดา ว่าเหตุใดพระเยซูเจ้าจึงตรัสว่าเป็นการดีที่พระองค์จะจากไป จะไม่เป็นการดีกว่าหรือไม่ถ้าพระองค์จะทรงอยู่กับมนุษย์ต่อไปในลักษณะเดิมๆแบบที่พระองค์ประทับอยู่กับบรรดาอัครสาวกในสมัยโน้น ถ้าพระองค์ยังคงอู่กับเราแบบนั้น พระองค์ก็ยังคงมีสภาพเป็นมนุษย์ที่มีขอบเขตจำกัด พระองค์ยังทรงเป็นลูกของช่างไม้ เกิดในหมู่บ้านของคนยากจน เกิดแบบจนๆ ยังคงเป็นชาวยิวคนหนึ่ง และในฐานะมนุษย์พระองค์จะต้องตายและถูกฝังไว้ ณ ที่ใดที่หนึ่ง กล่าวโดยสรุปถ้าพระองค์ไม่จากเราไป พระองค์ก็ไม่สามารถที่จะเป็นบุคคลเพื่อคนมนุษย์ทุกคนได้นั้นเอง

             ดังนั้นการจากไปของพระองค์จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางมนุษย์ โดยที่แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าไม่ได้เพียงแต่อยู่เคียงข้างหรืออยู่ใกล้มนุษย์เท่านั้น แต่พระเจ้าประทับอยู่ในตัวของมนุษย์เลยทีเดียว เป็นพระจิตเจ้าที่ประทับอยู่ภายในตัวของเรา

            เป็นไปตามพระวาจาของพระเยซูเจ้าที่ว่า “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า ที่เราไปนั้นก็เป็นประโยชน์กบท่าน เพราะถ้าเราไม่ไป พระผู้ช่วยเหลือก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน”(ยน. 16:7) และอีกตอนหนึ่งว่า “เราจะไม่ทิ้งท่านทั้งหลายให้เป็นกำพร้า เราจะกลับมาหาท่าน”(ยน. 14:18)

 มีเรื่องเล่าที่ช่วยทำให้เราเข้าใจถึงการเปลี่ยนสถานการประทับอยู่ของพระเจ้าเรื่องหนึ่งดังนี้

             ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารอเมริกันจำนวนมากถูกส่งไปประจำฐานที่ตั้งอยู่ในหมู่เกาะแปซิฟิก  พวกเขาต้องนอนในเต้นและกินอาหารแบบง่ายๆ เพราะไม่มีตู้เย็นหรือมีอาหารที่หรูหราอย่างที่เคยรับทานที่บ้านหรือค่ายทหารในเมือง  ฝ่ายโภชนาการของกองทัพเองต้องการให้ทหารได้ดื่มนม และรับทานไข่ แต่เป็นไปไม่ได้เพราะที่ฐานทัพแห่งนั้นไม่มีตู้เย็นที่จะถนอมอาหาร เขาจะทำอย่างไร และที่สุดพวกเขาก็ได้ผลิตอาหารใน “รูปแบบใหม่” คือ “อาหารผง” พวกเขาได้คิดค้นนมผงและไข่ผงบรรจุใส่ถุงนำไปส่งให้กองทัพ เวลาที่ต้องการจะรับทานก็เพียงแต่เติมน้ำร้อนลงไป ทหารก็จะได้ดื่มนมและกินไข่ได้ทุกวันโดยไม่ต้องพึ่งตู้เย็น

วันฉลองพระจิตเจ้าเสด็จลงมาจึงเป็นการฉลองการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางมนุษย์ในรูปแบบใหม่
              ประเด็นต่อมาที่เกี่ยวกับการเสด็จลงมาของพระจิตเจ้าก็คือ การประทับอยู่ของพระเจ้านั้น พระองค์ไม่ได้ประทับอยู่กับเราแต่เพียงผู้เดียวหรือแบบ “ส่วนตัว” เท่านั้น พระองค์ยังทรงประทับอยู่ในลักษณะของ “หมู่คณะ” อีกด้วย

             เพราะว่าพระเยซูเจ้าประทับอยู่กับเรา เราจึงผูกยึดเป็นหนึ่งเดียวกัน พระเยซูตรัสกับสาวกของพระองค์ว่า “ในวันนั้น ท่านจะรู้ว่า เราอยู่ในพระบิดาของเรา ท่านอยู่ในเรา และเราอยู่ในท่าน”(ยน. 14:20) การที่เราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้า เราจึงเป็นเสมือนเป็นกายเดียวใจเดียวกับพระเจ้า พระจิตเจ้าทรงหลอมรวมเราให้เป็นไปตามที่นักบุญเปาโลเรียกว่า “พระกายของพระคริสตเจ้า” เราทุกคนต่างเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของพระกายของพระเยซูเจ้า เราทุกคนเป็นพี่น้องกัน เราเป็นครอบครัวเดียวกัน

แล้วเราควรปฏิบัติตนอย่างไร
               พระวาจาของพระเจ้าหรือการฉลองวันพระจิตเสด็จลงมานี้จะต้องทำให้เราตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า เป็นความสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดความรับผิดชอบ นั้นก็คือการประกาศความรักกันฉันพี่น้อง ประกาศการเป็นคนของพระเจ้า คนในครอบครัวเดียวกัน นี้เป็นข่าวดีที่เราจะต้องนำไปปฏิบัติจริงในชีวิตและประกาศด้วยวาจา เหมือนบรรดาอัครสาวกที่มี “เปลวไฟลักษณะเหมือนลิ้น” อยู่เหนือศีรษะ ขอให้ลิ้นของเราประกาศความรักของพระเจ้าด้วยความร้อนร้นเช่นนี้เทอญ

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026
อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดการอบรมครูคาทอลิก...
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า”
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า” วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569...
พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...

พระวาจานำชีวิต

ไม่กดคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี
การเป็นคนเก่งนั้นดี แต่การเป็นคนดีที่เก่งด้วยก็ดีกว่า ให้พระวาจาพระเจ้าเตือนใจเรา แม้จะเก่งหรือมีความสามารถมากแค่ไหน อย่ากดคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี...
พลังของคำพูด
พลังของคำพูด จะพูดให้ดีก็ได้ พูดให้ร้ายก็ได้ คำพูดดีสร้างมิตร คำพูดไม่คิดสร้างความแตกแยก...
คนเกรี้ยวกราด คนใจร้อน
พระวาจาพระเจ้าเตือนสอนคนเกรี้ยวกราด คนใจร้อนไว้ว่าอย่างไร แวะมาอ่านกัน สดด. 4:4...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 43 โลกเป็นผลผลิตของความบังเอิญหรือ ?
โลกเป็นผลผลิตของความบังเอิญหรือ ? ท่ามกลางข่าวภัยพิบัติทางธรรมชาติและความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เราเห็นอยู่ทุกวันบางทีเราอาจต้องกลับมาถามคำถามพื้นฐานอีกครั้งว่า...โลกที่เราอาศัยอยู่นี้เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญจริงหรือ? YOUCAT 43...
Youcat 452 พระบัญญัติประการที่แปด อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนมนุษย์เรียกร้องอะไรจากเรา ?
พระบัญญัติประการที่แปด อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนมนุษย์เรียกร้องอะไรจากเรา ? YOUCAT 452...
Youcat 121  “พระศาสนจักร” หมายถึงอะไร ?
“พระศาสนจักร” หมายถึงอะไร ?คำว่า พระศาสนจักร ในภาษากรีกคือ...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC281 การล้วงเอาความจริงในหัวใจของพี่น้องของตนออกมา “ความปรารถนาอิสรภาพที่แท้จริง... คือหน้าที่ของพระศาสนจักรซึ่งพระศาสนจักรไม่อาจละทิ้งได้”
เรือนจำ โดยทั่วไปถือว่าเป็นสถานที่เส้นเขตแดน เป็นดินแดนแห่งพันธกิจที่แท้จริงสำหรับการประกาศข่าวดี แต่ยังเป็นห้องปฏิบัติการแนวเขตแดนสำหรับการดำเนินการอภิบาลที่คาดการณ์แนวทางการดำเนินการของพระศาสนจักร ด้วยสายตาแห่งความเชื่อเป็นไปได้ที่จะมองเห็นพระเจ้าในการทำงานท่ามกลางผู้ต้องขัง...
DC280 พระศาสนจักรตระหนักว่า“การกีดกันอันเลวร้ายซึ่งบรรดาคนยากจนต้องทนทุกข์ทรมานนั้น คือการไม่ได้รับความใส่ใจในด้านฝ่ายจิต”
ยิ่งกว่านั้น พระศาสนจักรตระหนักว่า“การกีดกันอันเลวร้ายซึ่งบรรดาคนยากจนต้องทนทุกข์ทรมานนั้น คือการไม่ได้รับความใส่ใจในด้านฝ่ายจิต” ดังนั้น “การเลือกอยู่ข้างผู้ยากไร้...
DC279 พระศาสนจักรต้องตื่นตัวอยู่เสมอและพร้อมที่จะวินิจฉัยงานใหม่ ๆ แห่งเมตตาจิต
โดยที่บุคคลชายขอบหมายถึงผู้ที่ใกล้กับหรือผู้ที่ตกอยู่ในความเป็นชายขอบแล้ว ผู้ลี้ภัยจะถูกนับให้อยู่ท่ามกลางคนยากจนคนเร่ร่อน คนไม่มีที่อยู่อาศัย ผู้ป่วยเรื้อรังคนติดยาเสพติด ผู้ต้องขัง...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

3.png1.png1.png5.png6.png1.png3.png
วันนี้9407
เมื่อวานนี้11145
สัปดาห์นี้66175
เดือนนี้141290
ทั้งหมด3115613

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

18
Online

วันเสาร์, 12 กันยายน 2569 18:12