ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

เปิดห้องคำสอนกับพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน 2011
สมโภชพระตรีเอกภาพ
(อพย. 34:4-6, 8-9; 2 คร. 13:11-13; ยน. 3:16-18)
       คำว่า “พระตรีเอกภาพ” หมายความว่าอย่างไร เข้าใจยากใช่ไหม
      พระศาสนจักรสอนเราว่า “พระผู้เป็นเจ้าทรงเผยแสดงให้รู้ว่า พระเป็นเจ้าหนึ่งเดียวเป็นสามพระบุคคลต่างกันและเท่ากัน ทรงพระนามว่า พระบิดา พระบุตร และพระจิต…พระบิดา พระบุตร และพระจิต ทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเดียวกันเพราะร่วมสภาวะเดียวกัน และร่วมมีความเป็นหนึ่งเดียวกันตั้งแต่ชั่วนิรันดร” (คู่มือเตรียมรับศีลมหาสนิทอย่างสง่า,ค.ศ.1983/พ.ศ.2526)


          ความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งสามพระบุคคลนี้ เราสามารถเรียนรู้ความจริงนี้ได้จากพระคัมภีร์ ธรรมประเพณี พิธีกรรม และคำสั่งสอนของพระศาสนจักร เราเริ่มจากพระคัมภีร์ ซึ่งทำให้เราเข้าใจได้ว่า พระเยซูเจ้าทรงประทับอยู่กับพระบิดาและพระจิต และในเวลาเดียวกับ พระบิดาก็ประทับอยู่ในพระบุตรและพระจิต พระจิตก็ประทับอยู่ในพระบิดาและพระบุตร นี้แหละที่นักบุญปาโลสอนเราว่า “พระเจ้าพอพระทัยให้ความบริบูรณ์ทั้งปวงอยู่ในพระคริสตเจ้า” และ “ในองค์พระคริสตเจ้านั้น พระเทวภาพบริบูรณ์อยู่ในสภาพบริบูรณ์ที่สัมผัสได้” (คส. 1:19; 2:9)

          จากพระคัมภีร์มีการยืนยันถึงความบริบูรณ์ของพระเจ้า และมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หรือไม่ ขอตอบว่า “มี” เราสามารถอ้างอิงได้จากบทสุดท้ายของพระวรสารมัทธิวที่ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปสั่งสอนนานาชาติให้มาเป็นศิษย์ของเรา ทำพิธีล้างบาปให้เขาเดชะพระนาม พระบิดา พระบุตรและพระจิต...” (มธ. 28:19) และถ้อยคำสุดท้ายของนักบุญเปาโลในบทจดหมายถึงชาวโครินธ์ฉบับที่ 2 ที่ว่า “ขอพระหรรษทานของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอความรักของพระเจ้าและความสนิทสัมพันธ์ของพระจิตเจ้าสถิตอยู่กับทุกท่านเทอญ”(2คร.13:13) ถ้อยคำจากพระคัมภีร์เหล่านี้ยืนยันว่าพระเจ้าทรงเป็นหนึ่งเดียว แต่ประกอบด้วยสามพระบุคคล

           เราอาจจะอธิบายความจริงนี้ได้อย่างไม่กระจ่างชัดเจนเท่าที่ใจของเราอยากจะรู้ เราต้องยอมรับว่าสติปัญญาของเรามีความจำกัดหรือเล็กเกินกว่าจะรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า แต่ถ้าเราค่อยๆไตร่ตรองข้อความเชื่อและธรรมประเพณีของเรา จะช่วยให้เราเข้าใจความลึกล้ำนี้ได้(มากขึ้น)

จากคำสอนของพระศาสนจักร เราจะเห็นพระตรีเอกภาพปรากฏอยู่ใน
          1. องค์พระเยซูเจ้า : ตามที่ได้อ้างอิงจากพระคัมภีร์ว่า “ในองค์พระคริสตเจ้านั้น พระเทวภาพบริบูรณ์อยู่ในสภาพบริบูรณ์ที่สัมผัสได้”(คส. 2:9] เรื่องการประทับอยู่ในพระบิดานี้ พระวรสารของยอห์นเผยแสดงว่า “ท่านไม่เชื่อหรือว่า เราดำรงอยู่ในพระบิดา และพระบิดาทรงดำรงอยู่ในเรา” (ยน.14:10) ส่วนเรื่องที่พระเยซูประทับอยู่ในพระจิตนั้น พระวรสารของลูกายืนยันว่า “พระบิดาเจ้าข้า ข้าพเจ้าขอมอบจิตของข้าพเจ้าไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” (ลก.23:46) จากนั้นพระจิตได้จากไปจากพระเยวูเจ้าและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และนี้เป็นการยืนยัน "ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณ ย่อมตายแล้ว” (ยก.2:26) "พระจิตเจาเป็นผู้ประทานชีวิต ลำพังมนุษย์ทำอะไรไม่ได้”(ยน. 6:63)

          2. พระแม่มารีย์ทรงครรภ์ : เราทราบแล้วว่าพระจิตทรงแยกออกจากพระบุตรในชั่วขณะที่พระเยซูเจ้าทรงรับความตาย เรื่องนี้ทำให้เราทราบได้ว่าพระจิตประทับอยู่ในพระเยซูเมื่อไร เราพบคำตอบในพระวรสารของลูกาเมื่อเราอ่านเหตุการณ์ของทูตสวรรค์มาแจ้งสารแด่พระแม่มารีย์ “ท่านจะตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชายคนหนึ่ง ท่านจะตั้งชื่อเขาว่าเยซู...พระจิตจะเสด็จลงมาเหนือท่านและพระอานุภาพของพระผู้สูงสุดจะแผ่เงาปกคลุมท่าน ”(ลก.1:31,35) จากการเผยแสดงนี้ ทำให้เราเข้าใจได้ว่าพระจิตเจ้าประทับอยู่ในพระเยซูเจ้าขณะที่พระครรภ์ของพระแม่มารีย์ ภายในพระครรภ์ของพระแม่มีพระกายของพระเจ้าประทับอยู่ ซึ่งไม่มีใครได้รับอภิสิทธิ์มากเช่นนี้ บรรดานักบุญต่างได้รับพระจิตใจรูปของธรรมชาติฝ่ายจิตเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ พระแม่มารีย์จึงได้รับสิทธพิเศษที่ยิ่งใหญ่ ดังที่พระแม่ภาวนาว่า “เพราะพระองค์ทอดพระเนตรผู้รับใช้ต่ำต้อยของพระองค์ ตั้งแต่นี้ไป ชนทุกสมัยจะกล่าวว่าข้าพเจ้าเป็นสุข พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า พระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์” (ลก. 1:48b- 49)

          3. ศีลมหาสนิท : ในระหว่างการรับทานอาหารค่ำครั้งสุดท้าย พระเยซูเจ้า “ทรงหยิบขนมปัง ทรงขอบพระคุณ ทรงปิขนมปังประทานให้บรรดาสานุศิษย์ นี่เป็นกายของเราที่ถูกมอบเพื่อท่านทั้งหลาย จงทำดังนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด”(ลก. 22:19) นี้เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่เราได้กระทำสืบทอดต่อกันมาจากกระทั่งทุกวันนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเยซูเจ้าประทับอยู่กับเราจริงตามที่พระองค์ตรัสว่า “จงรู้ไว้เถิดว่าเราอยู่กับท่านทุกวันตลอดไปจนสิ้นพิภพ”(มธ.28:20) ในศีลมหาสนิทเป็นการปรากฏพระองค์ของพระตรีเอกภาพอย่างแท้จริง พระบิดาและพระจิตดำรงอยู่ในพระเยซูในขณะที่พระองค์ทรงดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ และพระบิดาและพระจิตดำรงอยู่ในพระเยซูเจ้าในศีลมหาสนิท

       
4. พิธีมิสซาขอบพระคุณ : เมื่อพระสงฆ์เริ่มการเฉลิมฉลองพิธีมิสซาฯ ท่านจะเริ่มพิธีโดยการทำเครื่องหมายกางเขน “เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต” และเมื่อถึงตอนจบพิธีฯพระสงฆ์อวยพระพรสัตบุรุษว่า “ขอพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ พระบิดา พระบุตร และพระจิต ประทานพระพรแก่ท่าน” และในบทภาวนาระหว่างพิธีมิสซาฯ เราจะเห็นการเอ่ยพระนามหรืออ้างถึงพระตรีเอกภาพอยู่เสมอๆ ซึ่งเป็นการยืนยันถึงความเชื่อเรื่องพระตรีเอกภาพ

        5. การอวยพร หรือ การเสกสิ่งของต่างๆ : พระสงฆ์จะภาวนาและทำพิธีเสกสิ่งของ ไม่ว่าจะเป็นวัด โรงเรียน บ้าน โรงพยาบาล ท้องทุ่ง ฯลฯ หรืออวยพรสัตบุรุษด้วยการเอ่ยพระนามของพระตรีเอกภาพ
 
        6. การภาวนา : ในบทภาวนาต่างๆมีการออกพระนามของพระตรีเอกภาพ เป็นต้นบท “พระสิริรุ่งโรจน์แด่พระบิดา พระบุตร และพระจิต” บทภาวนานี้พวกเราสวดกันในชีวิตประจำวัน เป็นร้อยเป็นพันครั้งแล้ว

        7. บทเพลงและการขับร้อง : การภาวนาโดยออกพระนามพระตรีเอกภาพไม่ได้จำกัดอยู่แค่การภาวนาเท่านั้น แต่ยังได้แสดงออกถึงความเชื่อนี้ในบทเพลงต่างๆที่พวกเราขับร้องในระหว่างพิธีมิสซาฯ
 
        8. ศีลล้างบาป : เราทุกคนได้รับศีลล้างบาปอย่างถูกต้องในพระนามของของพระตรีเอกภาพ คือ พระบิดา พระบุตร และพระจิต ตามพระบัญชาของพระเยซูเจ้า ในมัทธิว 28:19

        9. พิธีกรรม : ในพิธีกรรมทุกๆอย่างของพระศาสนจักรคาทอลิก เราจะอ้างถึงการประทับอยู่ของพระตรีเอกภาพเสมอ ในศีลกำลัง ศีลเจิม ศีลอภัยบาป ศีลบวช ศีลแต่งงาน และในงานศพ ในวจนพิธีกรรม นพวาร นมัสการศีลมหาสนิท ฯลฯ

       10. ในธรรมประเพณี : เมื่อเราศึกษาประวัติของพระศาสนจักร ในยุคต้นๆ เป็นต้น ในงานเขียนของบรรดาปิจารย์ ในเอกสารของการประชุมสังคยานาต่างๆมักจะลงท้ายด้วยการยืนยันถึงความเชื่อในพระตรีเอกภาพ

       11. ในตัวของพระสงฆ์/นักบวช : เมื่อพระสงฆ์ประกอบพิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระเยซูเจ้าเองที่ทรงเป็นผู้ประกอบพิธีนั้น พระสงฆ์เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าที่มองเห็นได้ในโลกนี้ เมื่อเรารับศีลมหาสนิทเราได้รับจากมือของพระเยซูเจ้า เมื่อรับการอภัยบาป เป็นพระเยซูเจ้าที่ทรงยกบาปให้เรา

       12. บรรดาสัตบุรุษ : ชีวิตของสัตบุรุษทุกคนก็เต็มไปด้วยการประทับอยู่ของพระตรีเอกภาพ พระจิตเจ้าประทับอยู่ในสัตบุรุษแต่ละคนที่มีชีวิตอยู่ในพระหรรษทาน(ไม่มีบาปหนัก) พระบิดาและพระบุตรประทับอยู่ในเราแต่ละคนด้วยเช่นกัน

             ก่อนที่เราจะเฉลิมฉลองพิธีมิสซาฯ ให้เราได้สำรวจตนเองว่าเราได้สำนึกถึงการประทับอยู่ของพระตรีเอกภาพมากน้อยเพียงใด ตัวอย่างเช่น ทุกครั้งที่เราทำเครื่องหมายสำคัญมหากางเขน เราได้กระทำด้วยความตั้งใจและด้วยความเคารพหรือไม่

           ให้เราวอนของพระตรีเอกภาพ ขอให้พระองค์ทรงนำทางเราให้สามารถประพฤติตนได้อย่างเหมาะสมกับการที่จะได้รับชีวิตนิรันดร

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026
อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดการอบรมครูคาทอลิก...
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า”
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า” วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569...
พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...

พระวาจานำชีวิต

จงมีเมตตาต่อกันเหมือนที่พระเจ้าทรงเมตตาเรา
พระวาจาวันอาทิตย์นี้พูดถึงเรื่องความเมตตา ให้พระวาจาพระเจ้าเตือนใจ และนำไปปฏิบัติในชีวิตกัน สภษ. 19:22...
ไม่กดคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี
การเป็นคนเก่งนั้นดี แต่การเป็นคนดีที่เก่งด้วยก็ดีกว่า ให้พระวาจาพระเจ้าเตือนใจเรา แม้จะเก่งหรือมีความสามารถมากแค่ไหน อย่ากดคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี...
พลังของคำพูด
พลังของคำพูด จะพูดให้ดีก็ได้ พูดให้ร้ายก็ได้ คำพูดดีสร้างมิตร คำพูดไม่คิดสร้างความแตกแยก...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 456 เราควรทำอย่างไร หากเราได้โกหก หลอกลวง หรือ ทรยศบางคน ?
📍เราควรทำอย่างไร หากเราได้โกหก หลอกลวง หรือ ทรยศบางคน...
Youcat 43 โลกเป็นผลผลิตของความบังเอิญหรือ ?
โลกเป็นผลผลิตของความบังเอิญหรือ ? ท่ามกลางข่าวภัยพิบัติทางธรรมชาติและความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เราเห็นอยู่ทุกวันบางทีเราอาจต้องกลับมาถามคำถามพื้นฐานอีกครั้งว่า...โลกที่เราอาศัยอยู่นี้เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญจริงหรือ? YOUCAT 43...
Youcat 452 พระบัญญัติประการที่แปด อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนมนุษย์เรียกร้องอะไรจากเรา ?
พระบัญญัติประการที่แปด อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนมนุษย์เรียกร้องอะไรจากเรา ? YOUCAT 452...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC282 ความสัมพันธ์ที่ดีที่ผู้ถูกจองจำสร้างขึ้นกับผู้ทำงานอภิบาล ซึ่งทำให้การประทับอยู่ของพระเจ้าปรากฏให้เห็นในเครื่องหมายของการยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข
📖เนื้อหาพื้นฐานของการสอนคำสอนในหมู่ผู้ต้องขัง ซึ่งมักจะไม่เป็นทางการและเป็นลักษณะของประสบการณ์ เป็นการประกาศเรื่องพระเยซูเจ้า(kerygma) ผู้ทรงช่วยให้รอดพ้นในพระคริสตเจ้า ซึมทราบถึงการให้อภัยและการเป็นอิสระ...
DC281 การล้วงเอาความจริงในหัวใจของพี่น้องของตนออกมา “ความปรารถนาอิสรภาพที่แท้จริง... คือหน้าที่ของพระศาสนจักรซึ่งพระศาสนจักรไม่อาจละทิ้งได้”
เรือนจำ โดยทั่วไปถือว่าเป็นสถานที่เส้นเขตแดน เป็นดินแดนแห่งพันธกิจที่แท้จริงสำหรับการประกาศข่าวดี แต่ยังเป็นห้องปฏิบัติการแนวเขตแดนสำหรับการดำเนินการอภิบาลที่คาดการณ์แนวทางการดำเนินการของพระศาสนจักร ด้วยสายตาแห่งความเชื่อเป็นไปได้ที่จะมองเห็นพระเจ้าในการทำงานท่ามกลางผู้ต้องขัง...
DC280 พระศาสนจักรตระหนักว่า“การกีดกันอันเลวร้ายซึ่งบรรดาคนยากจนต้องทนทุกข์ทรมานนั้น คือการไม่ได้รับความใส่ใจในด้านฝ่ายจิต”
ยิ่งกว่านั้น พระศาสนจักรตระหนักว่า“การกีดกันอันเลวร้ายซึ่งบรรดาคนยากจนต้องทนทุกข์ทรมานนั้น คือการไม่ได้รับความใส่ใจในด้านฝ่ายจิต” ดังนั้น “การเลือกอยู่ข้างผู้ยากไร้...

เนื้อหา Update ล่าสุด

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

3.png1.png7.png0.png8.png9.png9.png
วันนี้8484
เมื่อวานนี้16071
สัปดาห์นี้39005
เดือนนี้196576
ทั้งหมด3170899

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

19
Online

วันพุธ, 16 กันยายน 2569 16:07