ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2011
เราเป็นสมณราชตระกูล
(กิจการฯ6:1-7; 1เปโตร 2:4-9; ยอห์น14:1-12)
            1. พี่น้องในพระคริสตเจ้า พระคัมภีร์ประจำสัปดาห์นี้ มีประโยคสำคัญที่อยากให้พิจารณาอยู่ประโยคหนึ่งคือ “ท่านเป็นสมณราชตระกูล”(1ปต.2:9) ประโยคนี้มีความหมายต่อชีวิตของเราอย่างไร เราเป็นคนสำคัญขนาดนี้เชียวหรือ เป็นสมณราชตระกูลแล้วจะได้อะไร


             2. ให้เราพิจารณาความหมายของแต่ละคำ เริ่มจาก “ราชตระกูล” คำๆนี้เรารู้จักมักคุ้นดีในวัฒนธรรมไทยของเรา คำนี้ใช้เรียกกับบุคคลที่เกิดมาในเชื้อพระวงศ์ เป็นบุคคลชั้นสูง เป็นหน่อเนื้อของพระมหากษัตริย์  อีกคำหนึ่งคือ “สมณะ” คำๆนี้ใช้กับคนในตระกูลเลวี ซึ่งมาจากบุตรคนที่สามของ     ยากอบ คนในตระกูลนี้มีหน้าที่รับใช้ในหน้าที่สงฆ์ ปฏิบัติหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์ในพระวิหาร

            3. เมื่อเรานำเอาคำทั้งสองมารวมกัน ทำให้เราทราบว่าบุคคลที่ได้รับสมญานามนี้จะต้องเป็นบุคคลที่มีสายโลหิตของราชตระกูลนั้นเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้เพื่อให้ทำหน้าที่รับใช้พระองค์ในฐานะสงฆ์ ซึ่งมีสถานะที่แตกต่างจากสถานะทางสังคมทั่วไป

             4. เมื่อเราได้อ่านพระวรสารของนักบุญยอห์น เราเรียนรู้ว่าพระเยซูเจ้าได้ทรงสอนเราว่า “ศีลล้างบาป” เป็นเงื่อนไขของการเข้าสังกัดในพระอาณาจักรของพระเจ้า ตามที่พระองค์ตรัสว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านว่าไม่มีใครเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า ถ้าเขาไม่เกิดจากน้ำและพระจิต"(ยน. 3:5) และเมื่อเราอ่านบทจดหมายของนักบุญยอห์นฉบับที่ 1 เราทราบว่า “เชื้อชีวิต” ของพระเจ้าดำรงอยู่ในตัวของผู้ที่ได้รับศีลล้างบาป นั้นเอง(1 ยน. 3:9)

            5. ด้วยเหตุนี้เองทำให้เราได้เรียนรู้ว่าคนที่ได้รับศีลล้างบาป ได้รับเข้าเป็นส่วนหนึ่งในพระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้าซึ่งเป็นรูปแบบของพระอาณาจักรฝ่ายจิตขององค์พระผู้เป็นเจ้าในโลกนี้ นี้แหละที่ทำให้เราเป็นหน่อเนื้อแห่งสมณราชตระกูลขององค์พระผู้เป็นเจ้า
 
           6. ดังนั้นเมื่อใครก็ตามที่ได้กลับเป็นสมณราชตระกูล พวกเขาจะได้รับสถานะที่ยิ่งใหญ่กว่าสถานะใดๆในโลกนี้ พวกเขาได้รับการยกย่องให้เป็นถึงพระเจ้า “เราได้กล่าวว่า ท่านทั้งหลายเป็นพระเจ้า พระคัมภีร์เรียกผู้รับพระวาจาของพระเจ้าว่า เป็นพระเจ้า”(ยน.10:34)

          7. เมื่อเราเข้าใจถึงความหมายของการเป็นสมณะราชตระกูลแล้ว ก็จะทำให้เราสามารถเข้าใจเนื้อหาใจความของบทอ่านที่สองที่ว่า “ท่านทั้งหลายเป็นชาติที่ทรงเลือกสรรไว้ เป็นสมณราชตระกูล เป็นชนชาติศักดิ์สิทธิ์ เป็นประชากรที่เป็นกรรมสิทธิ์พิเศษของพระเจ้า เพื่อที่จะประกาศพระฤทธานุภาพของพระองค์ผู้ทรงเรียกท่านจากความมืดสู่ความสว่างที่น่าพิศวงของพระองค์” (1 ปต. 2:9)

 “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต” (ยน. 14:6)            8. บางคนอาจคิดว่าฐานะการเป็นบุตรของพระเจ้านั้นเป็นของชนชาติอิสราเองเท่านั้น เพราะพวกเขาเป็นชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือกสรร ในเรื่องนี้นักบุญเปาโลสอนว่า “ข้าพเจ้าจึงถามต่อไปว่า จริงหรือที่ชาวอิสราเอลสะดุดล้มอยู่เช่นนั้นตลอดไป ไม่ใช่เลย แต่เพราะพวกเขาต้องสะดุดล้ม ความรอดพ้นจึงมาถึงชนต่างชาติ เพื่อให้ชาวอิสราเอลเกิดความอิจฉา ถ้าการสะดุดล้มของพวกเขาทำให้โลกได้รับความไพบูลย์และความเสียหายของพวกเขาเป็นความไพบูลย์ของชนต่างชาติแล้ว ความไพบูลย์จะมีมากเพียงใด ถ้าชาวอิสราเอลมีความเชื่อ”(รม. 11:11-12)
 
          9. ดังนั้นโดยการสะดุดล้มของชาติชาติที่พระเจ้าทรงเลือกสรร ประตูแห่งความรอดจึงเปิดออกสู่มวลมนุษย์ เราทุกคนจึงมีสิทธิที่จะได้เป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเลือก ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร อายุเท่าไร ชนชาติใด มีการศึกษาหรือไม่อย่างไร ทุกคนสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในพระกายทิพย์ของพระเยซูคริสตเจ้า โดยอาศัยความเชื่อและศีลล้างบาป คริสตชนได้รับเลือกให้อุทิศตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่ศักดิ์สิทธิ์ในการรับใช้พระเจ้า นี้เป็นเอกสิทธิ์ของเราคริสตชน

        10. ในบทอ่านที่หนึ่งจากกิจการอัครสาวก(กจ.6:1-7) เราได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่สมณราชตระกูลได้ก่อตั้งขึ้น มีศิษย์ที่พูดภาษากรีกไม่พอใจศิษย์ที่พูดภาษาฮีบรู เพราะบรรดาแม่ม่ายของพวกตนไม่ได้รับการเอาใจใส่ในเรื่องการแจกจ่ายอาหาร เพื่อแก้ไขปัญหานี้ บรรดาอัครสาวกจึงได้ให้มีการเลือกผู้ช่วยที่เราเรียกว่า “สังฆานุกร” อีก 7 คน เพื่อจะได้ทำหน้าที่ช่วยเหลืองานของพวกท่าน บุคคลที่ได้รับเลือกที่เราคุ้นเคย คือ สเทเฟน ส่วนบุคคลอื่นๆได้แก่ ฟิลิป โปรโครัส นิคาโนร์ ทิโมน ปาร์เมนัส และนิโคลัส

        11. ในจำนวนสังฆานุกรเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงเลือกบุคคลเข้ามาเป็นสมณราชตระกูลโดยไม่มีการเลือกที่รักมักที่ชัง อัครสาวกเป็นชาวยิว บางคนพูดภาษากรีก บางคนภาษาฮีบรู บางคนเป็นคนกลับใจมาจากเมืองอันติโอก เช่น นิโคลัส เราจะเห็นความหลายหลากของบรรดาสาวก ไม่ว่าจะเป็นภาษาหรือบ้านเกิดเมืองนอนไม่ใช่เรื่องที่สำคัญ นี้แหละคือความรักและความเป็นสากลของการเป็นสมณราชตระกูล หรือคนของพระเจ้า ความเชื่อของคาทอลิกเปิดต้อนรับทุกคน และเชื้อเชิญทุกคนให้เข้ามาร่วมรับสถานะอันสูงส่งของการเป็นบุตรของพระเจ้า ทุกคนเป็นหนึ่งเดียวกัน

         12. บทอ่านจากพระวรสารในวันนี้มาจากนักบุญยอห์น(ยน. 14:1-12) ได้พูดถึงสถานะที่แท้จริงของพระเยซูเจ้า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต” (ยน. 14:6) หรือพูดในอีกนัยหนึ่ง พระองค์ทรงเป็น “หนทาง” ที่จะทำให้เราได้พบความจริงและชีวิตในฐานะที่เป็นสมณราชตระกูล เพราะพระองค์ทรงเป็น “คนกลาง” แต่เพียงผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์(1ทธ. 2:5)
13. เนื้อหาสำคัญประการหนึ่ง คือ พระเยซูเจ้าทรงพูดถึงความเสมอภาคของเราทุกคน “ในบ้านของพระบิดาของเรา มีที่พำนักมากมาย ถ้าไม่มี เราคงบอกท่านแล้ว เรากำลังไปเตรียมที่ให้ท่าน”(ยน. 14:2) บางคนอาจจะตีความว่า ประโยคนี้หมายความว่าทุกคนได้จะได้เข้าพำนักอยู่ในพระอาณาจักรของพระเจ้า ทุกคนมีสิทธิก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้เข้าครอบครอง หรือได้เป็นสมณราชตระกูล
  
        14. เมื่อพระเยซูเจ้าทรงกล่าวประโยคนี้ พระองค์ทรงไม่ต้องการให้บรรดาสานุศิษย์เกิดความกลัวหรือกังวลใจว่าพระองค์จะจากพวกเขาไป พระองค์ทรงอ้างอิงสองเรื่องด้วยกันคือ (1) บ้านพระบิดามีที่อยู่มากมาย (2) การเตรียมสถานที่เพื่ออัครสาวก ทั้งสองคำนี้จะแยกจากกันไม่ได้ เพราะต่างเสริมซึ่งกันและกันในเรื่องที่พระเยซูทรงกล่าว

       15. ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะกลับกลายเป็นเครื่องบูชาที่สมบูรณ์แบบในฐานะที่ทรงเป็นลูกแกะของพระเจ้า หรือลูกแกะที่ถูกถวายบูชาบนไม้กางเขน บรรดาสานุศิษย์ยังไม่ได้มีพื้นที่ในพระอาณาจักรสวรรค์ แต่หลังจากความตายและการกลับคืนชีพของพระองค์แล้วนั้น(1คร.15:20)พระอาณาจักรของพระองค์ในเมืองสวรรค์และบนโลกจึงได้รับการสถาปนาขึ้น ในวันพระจิตเสด็จลงมาเมื่อพระเยซูเจ้าประทานพระจิตเจ้าเหนือบรรดาสานุศิษย์(กจ.2:4) พระองค์ได้ทรงเตรียมสถานที่สำหรับสานุศิษย์ของพระองค์ในพระอาณาจักรของพระองค์ พระจิตเจ้าประทับอยู่ท่ามกลางสานุศิษย์แต่ละคน ทุกคนต่างเป็นวิหารของพระจิตเจ้า ทุกคนต่างก็มีสถานที่อยู่ในพระอาณาจักรของพระเจ้านั้นเอง(1คร.3:16)

         16. ในพระวรสารของนักบุญลูกา เราพบการยืนยันของพระเยซูเจ้าที่แสดงว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางชีวิตของคริสตชน เมื่อฟารีสีถามว่าพระอาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึงเมื่อใด พระองค์ทรงตอบว่า “พระอาณาจักรของพระเจ้ามิได้มาอย่างที่จะสังเกตได้ ไม่มีใครจะพูดว่าพระอาณาจักรอยู่ที่นี่ หรืออยู่ที่นั้น เพราะพระอาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในหมู่ท่านทั้งหลายแล้ว”(ลก. 17:20-21)

       17. ดังนั้นเมื่อพระเยซูเจ้าทรงกล่าวว่ามีที่อยู่มากมายในบ้านของพระบิดานั้น พระองค์ตรัสความจริง เรารู้ว่ามีสวรรค์และยังมีไฟชำระ และยังมีพระวิหารของพระเจ้าจำนวนร้อยจำนวนพันมากมายที่อยู่ในตัวของสมณราชตระกูลซึ่งก็คือตัวของเราแต่ละคนที่ได้รับศีลล้างบาปแล้วนั้นเอง เมื่อพระเยซูเจ้าทรงเสด็จไปเตรียมที่ให้เรา พระองค์ทรงประทานพระจิตเจ้าให้เรา เราได้น้อมรับด้วยความเชื่อและความรักแล้ว เราก็มีสถานที่ในเมืองสวรรค์แล้วอย่างแน่นอน

       18. สรุปได้ว่า ข่าวดีของพระเจ้าในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวดีที่ยืนยันถึงสิทธิประโยชน์ที่เราในฐานะผู้ที่มีความเชื่อและเข้ารับศีลล้างบาป จาการที่เราเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง แต่พระเจ้าได้ทรงยกเราขึ้นสูงให้เป็นถึงสมณราชตระกูล พระคุณประการนี้เป็นพระคุณที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความดีงามของเราแม้สักนิด แต่เป็นเพราะความรักและพระเมตตาคุณที่พระองค์ประทานให้กับเราเปล่าๆ สิ่งที่เราจะตอบแทนพระคุณของพระเจ้าได้นั้นก็คือ การขอบพระคุณพระองค์ตลอดชีวิต และการดำเนินชีวิตที่เหมาะสมกับสถานะอันสูงส่งขอเรา และที่สำคัญคือ ช่วยกัน “ประกาศพระฤทธานุภาพของพระองค์ผู้ทรงเรียกท่านจากความมืดมาสู่ความสว่างที่น่าพิศวงของพระองค์”(1ปต.2:9)

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026
อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดการอบรมครูคาทอลิก...
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า”
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า” วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569...
พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...

พระวาจานำชีวิต

พระวาจาพระเจ้าเสริมกำลังใจ ในวันที่คิดว่าไม่ไหวและหมดหนทาง
หากวันนี้กำลังเผชิญเรื่องแย่ๆ ที่เกินจะรับไหว มารับพระวาจาพระเจ้าเสริมกำลังใจ ในวันที่คิดว่าไม่ไหวและหมดหนทาง อสย....
การบังคับควบคุมตนเอง
การบังคับควบคุมตนเอง ก็รู้นะว่าดี แต่บางทีก็ยากจัง ให้พระวาจาพระเจ้านำความคิดและการกระทำของเรากัน สดด....
การทำงาน เป็นการรับใช้พระเจ้า และรับใช้เพื่อนพี่น้อง
การทำงาน เป็นการรับใช้พระเจ้า และรับใช้เพื่อนพี่น้อง ให้พระวาจาพระเจ้าเสริมกำลัง เพื่อการทำหน้าที่ของเราอย่างดี...

สมณสาส์นเตือนใจ เรื่อง การสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน

Catechesi Tradendae | ข้อ 17 การฟื้นฟูที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ
📖 Catechesi Tradendae | ข้อ 17บทที่ 2 ประสบการณ์อันยาวนานของพระศาสนจักร การฟื้นฟูที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ 17....
Catechesi Tradendae | ข้อ 16 ความรับผิดชอบร่วมกัน แต่แตกต่างกัน
📖 Catechesi Tradendae | ข้อ 16บทที่ 2 ประสบการณ์อันยาวนานของพระศาสนจักร ความรับผิดชอบร่วมกัน แต่แตกต่างกัน...
Catechesi Tradendae | ข้อ 15 การสอนคำสอนเป็นหน้าที่อันดับแรก
📖 Catechesi Tradendae | ข้อ 15บทที่ 2 ประสบการณ์อันยาวนานของพระศาสนจักร การสอนคำสอนเป็นหน้าที่อันดับแรก 15....

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 508 เกิดอะไรขึ้น หากเราไม่รู้สึกอะไรเลยเมื่อภาวนาหรือรู้สึกฝืนใจในการภาวนา ?
เกิดอะไรขึ้น หากเราไม่รู้สึกอะไรเลยเมื่อภาวนาหรือรู้สึกฝืนใจในการภาวนา ? YOUCAT 508...
Youcat 473 เพลงสดุดีมีความสำคัญต่อการภาวนาของเราอย่างไร
“เพลงสดุดีมีความสำคัญต่อการภาวนาของเราอย่างไร” YOUCAT 473 บอกเราว่า... เพลงสดุดีและบทข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นขุมทรัพย์การภาวนาอันยิ่งใหญ่ของพระศาสนจักร...
Youcat 286  อิสรภาพคืออะไร และมีไว้เพื่ออะไร?
🌿 อิสรภาพคืออะไร และมีไว้เพื่ออะไร?เราอาจเคยคิดว่าการมีอิสระ คือการได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำไม่มีใครบังคับ ไม่มีใครกำหนดและฉันเป็นคนเลือกชีวิตของฉันเอง💛...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC285 พระศาสนจักรดำเนินศาสนบริการแห่งการเป็นคนกลางของตนโดยอ้างถึงพระวาจาของพระเจ้า
พระศาสนจักรดำเนินศาสนบริการแห่งการเป็นคนกลางของตนโดยอ้างถึงพระวาจาของพระเจ้า กล่าวคือพระศาสนจักรประกาศพระวาจาของพระเจ้าในทุกสถานที่และทุกเวลา พระศาสนจักรมีหน้าที่ปกป้องส่งผ่านพระวาจาของพระเจ้าโดยไม่เปลี่ยนแปลงไปยังชนรุ่นต่อไป (เทียบ 2...
DC284 พระวาจาของพระเจ้าจึงเป็นจุดกำเนิดของพันธกิจของพระศาสนจักร
พระวาจาของพระเจ้าเป็นพลวัต กล่าวคือพระวาจาของพระเจ้าเติบโตและแผ่ขยายมากขึ้น และผู้มีความเชื่อก็เพิ่มจำนวนขึ้นด้วย(เทียบ กจ 12:24)...
DC283 ศาสนบริการของพระวาจาพระเจ้าเริ่มต้นจากการรับฟังและทำให้ผู้มีความเชื่อทั้งหลายได้เรียนรู้ศิลปะแห่งการรับฟัง
พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะรวมพระศาสนจักรของพระองค์ไว้รอบพระวาจาและพระองค์ทรงหล่อเลี้ยงพระศาสนจักรด้วยพระกายและพระโลหิตของพระบุตรของพระองค์ผู้ที่เชื่อในพระคริสตเจ้าได้เกิดใหม่มิใช่จากเมล็ดพันธ์ุที่เสื่อมสลายได้ แต่จากเมล็ดพันธ์ุที่ไม่มีวันเสื่อมสลายคือพระวาจาที่ทรงชีวิตของพระเจ้า (เทียบ 1 ปต...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

4.png1.png0.png0.png6.png1.png2.png
วันนี้6783
เมื่อวานนี้22965
สัปดาห์นี้6784
เดือนนี้93269
ทั้งหมด4100612

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

33
Online

วันจันทร์, 05 ตุลาคม 2569 05:43