www.kamsondeedee.com

สถิติการเยี่ยมชม

006992067
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
281
5896
10067
85673
111903
6992067
Your IP: 54.198.246.164
2019-07-23 01:39

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2011
(มัทธิว 4:12-23)
"ท่านเป็นแสงสว่างในความมืด"

1.ปีใหม่ได้ของขวัญชิ้นหนึ่งเป็นไฟฉายเล็กๆที่เป็นพวงกุญแจ ทีแรกคิดว่าแค่เป็นของประดับ ใช้ประโยชน์อะไรจริงๆจังๆไม่ได้ แต่คืนหนึ่งไฟฟ้าดับและจำเป็นต้องใช้รถแต่หากุญแจรถไม่เจอ เจ้าไฟฉายเล็กๆนั้นจึงกลับกลายเป็นของสำคัญในยามนั้น
2.วันนี้พระคัมภีร์นักบุญมัทธิวได้พูดถึงพระเยซูเจ้าโดยอ้างอิงคำทำนายของประกาศกอิสยาห์ว่าพระองค์ทรงเป็นดุจดัง “แสงสว่างในความมืด” (เทียบ 4:16)

3. “แสงสว่าง” หมายถึง “ความดี” ถ้าเรามองรอบๆตัวเราจะเห็นได้ว่าแสงสว่างมีคุณประโยชน์ต่อชีวิตของเรามนุษย์อย่างมากมาย ตัวอย่างเช่น ทำให้ต้นไม้เติบโต ทำให้เราอบอุ่น ทำให้เสื้อผ้าของเราแห้ง ทำให้เรามองเห็น แสงสว่างยังเป็นยาช่วยฆ่าเชื้อโรคต่างๆที่เรามองไม่เห็นด้วย

4. “ความมืด” เป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม ธรรมชาติต่างๆพบกันนอนหลับในเวลากลางคืน เราจะเป็นอย่างไรถ้าโลกมีแต่ความมืด เราหลายคนไม่ชอบหรือกลัวความมืด ความมืดจึงเปรียบเสมือนเวลาของปีศาจซาตานหรือความบาป

5.ในบทภาวนาขอบพระคุณวันธรรมดา แบบที่ 8 พระสงฆ์ภาวนาว่า “เมื่อพระคริสตเจ้าทรงพระชนม์อยู่ในโลกนี้ พระองค์ท่านเสด็จผ่านไปที่ใด ทรงกระทำแต่ความดี...แม้ทุกวันนี้ พระองค์ท่านยังทรงเป็นเสมือนชาวสะมาเรียผู้ใจดีเสด็จมาอยู่กับมวลมนุษย์ที่มีความทุกข์ทั้งกายและใจ”

6.พระเยซูเจ้าทรงกระทำอะไร? เราคงยกตัวอย่างได้ว่าพระองค์ทรงกระทำดีอะไรบ้าง ผมชอบคำว่า “พระองค์ท่านเสด็จไปที่ใด ทรงกระทำแต่ความดี(ที่นั้น)” นี้แหละเป็นคำตอบสำหรับสังคมไทยของเราในปัจจุบัน การทำความดี การเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นแสงสว่างที่ดึงดูดผู้คนให้เข้าหา เหมือนกับแสงจากตะเกียงที่ดึงดูดแมลง

7.เราจำได้ไหมสิ่งสำคัญที่สุดที่เราได้เรียนรู้ก็คือการได้เลียบแบบอย่างจากผู้อื่น ลองนึกดูซิ เวลาที่เราเรียนรู้ที่จะเดิน พูด เล่น ทำงาน เขียน อ่าน ฯลฯ เราเรียนรู้จากการเลียนแบบผู้อื่นทั้งนั้น แบบอย่างของผู้อื่นจึงเป็นเสมือนแสงสว่างเล็กบ้างใหญ่บ้างสำหรับเราแต่ละคน

8.คนในปัจจุบันเป็นต้นเด็กๆหนุ่มสาวกำลังเฝ้ามองเราที่เป็นผู้ใหญ่อยู่ตลอดเวลา ถ้าเราทำดี ก็เท่ากับเราได้เชื้อเชิญพวกเขาให้กระทำแต่ความดี แต่โชคร้ายถ้าเราทำไม่ดี ก็เท่ากับว่าเราเชื้อเชิญพวกเขาได้กระทำไม่ดีเช่นเดียวกับเรา พวกเขาจะพูดกันได้ว่า “ดูซิพวกผู้ใหญ่ยังทำอย่างนี้เลย ทำไมพวกเราจะทำไม่ได้”

9.ตัวอย่างที่ดีของเราของพวกเราสามารถสอนผู้คนได้มากกว่าคำพูดเป็นร้อยคำ เราต้องอย่าลืมว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก หรือไม่ชอบอ่านหนังสือ เราอย่าคิดว่า “การกระทำของฉันเป็นเรื่องจิ๊บๆไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก เป็นแค่เปลวไฟจากไม้ขีดเล็กๆเท่านั้น” ขอให้อย่าคิดเช่นนั้น ไม้ขีดเพียงก้านเดียวทำให้ไฟไหม้ตลาดใหญ่ๆวอดวายมาแล้ว ตัวอย่างที่ดีของท่านแม้เพียงเล็กน้อยนั้นแต่มีพลังมหาศาล

10.เราไม่ว่าจะเป็นใคร พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง เราต้องเป็นแสงสว่างให้แก่กันและกัน ขอให้เราปฏิบัติตนเช่นเดียวกับพระเยซูที่ “พระองค์ท่านเสด็จไปที่ใด ทรงกระทำแต่ความดี(ที่นั้น)” ขอให้เราเป็น “แสงสว่างในความมืด” เช่นเดียวกับพระเยซู

11. “ข้าแต่พระเจ้า ขอโปรดประทานพละกำลังให้ลูกทุกคนสามารถกระทำความดี รับผิดชอบงานในหน้าที่ได้อย่างดี  แม้ว่าจะมีใครเห็นหรือไม่เห็นก็ตาม และขอโปรดประทานพระพรแก่บุคคลที่กำลังท้อแท้เพราะการทำความดี ลูกวอนขอทั้งนี้โดยขอพึ่งพระบารมีของพระเยซูคริสตเจ้า อาแมน”

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ