📖 Catechesi Tradendae | ข้อ 25
บทที่ 3 การสอนคำสอนในงานอภิบาลและในงานธรรมทูตของพระศาสนจักร
การสอนคำสอนในความหมายกว้างจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและความเข้มแข็งของความเชื่อ
25. โดยอาศัยการสอนคำสอน การประกาศพระวรสาร (คือการประกาศพระวรสารในขั้นแรก ซึ่งทำให้คนตื่นตัวและตัดสินใจที่จะอุทิศตนแด่พระเยซูคริสต์ในความเชื่อ) ก็จะค่อย ๆ หยั่งรากลึก ผลิดอกออกผล สามารถให้อรรถาธิบายที่สมเหตุสมผล และชักนำไปสู่การปฏิบัติจริง ทั้งในพระศาสนจักรและในโลก
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันว่า การสอนคำสอนก็เป็นการประกาศข่าวดี ไม่แพ้การประกาศพระวรสารโดยตรง จึงมิได้เป็นดังที่บางคนมักกล่าวว่า การสอนคำสอนนั้นเป็นการใช้สติปัญญาหาเหตุผลเพียงอย่างเดียว ซึ่งมักจะทำให้ประกายชีวิตที่สดใสที่ได้รับในการประกาศพระวรสารในครั้งแรกนั้นแห้งและดับไปในที่สุด
ความจริงที่ได้ประสบในการเรียนคำสอนนั้น เป็นความจริงอันเดียวที่มาสัมผัสหัวใจของผู้เรียนเมื่อเขาได้รับฟังครั้งแรกนั่นเอง ดังนั้น การรู้ความจริงดีขึ้น แทนที่จะเป็นอุปสรรคปิดกั้นหรือทำให้ชีวิตจืดชืด กลับเป็นสิ่งที่ท้าทายและชักนำไปสู่ความเด็ดเดี่ยวในชีวิต
การสอนคำสอนตามความเข้าใจที่ได้อธิบายมาทั้งหมดนี้ เป็นการมองในแง่การอภิบาลสัตบุรุษตามที่ที่ประชุมสมัชชาพระสังฆราชทั่วโลกได้กรุยทางไว้
การสอนคำสอนในความหมายนี้ มิใช่เพียงขัดแย้ง แต่กลับครอบคลุมและผนวกเอาการสอนคำสอนในความหมายแคบที่ครั้งหนึ่งเราเคยเข้าใจกันไว้ด้วย นั่นก็คือ การสอนให้รู้จักเพียงคำถามและคำตอบที่เป็นการแสดงความเชื่อเท่านั้น หากวิเคราะห์ประเด็นนี้ไปถึงที่สุดแล้ว จะเห็นว่า การสอนคำสอนจำเป็นทั้งสำหรับการเจริญเติบโตจนถึงขั้นสมบูรณ์ในความเชื่อของคริสตชน และสำหรับการเป็นพยานถึงองค์พระคริสต์ในโลก “เพื่อให้คริสตชนบรรลุถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของความเชื่อและความรู้เกี่ยวกับองค์พระบุตรของพระเจ้า เพื่อให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามแบบฉบับของความไพบูลย์ขององค์พระคริสตเจ้า” (เทียบ อฟ. 4:13)
นอกจากนี้ การสอนคำสอนยังมุ่งตระเตรียมคริสตชนให้พร้อมที่จะ ให้คำตอบแก่ผู้ที่ขอให้อธิบายถึงความหวังที่มีอยู่ในใจของพวกเรา (เทียบ 1 ปต. 3:15)
— นักบุญสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2
Catechesi Tradendae (การสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน), ข้อ 25
