
การเป็นคนเก่งนั้นดี แต่การเป็นคนดีที่เก่งด้วยก็ดีกว่า
ให้พระวาจาพระเจ้าเตือนใจเรา แม้จะเก่งหรือมีความสามารถมากแค่ไหน อย่ากดคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี
สภษ. 3:27 ถ้าลูกมีอำนาจจะทำได้ อย่าปฏิเสธความดีแก่ผู้ที่ต้องการ
มลค. 4:1 ดูซิวันนั้นกำลังมาถึง คือวันที่จะลุกไหม้เหมือนเตาอบ แล้วคนอวดดีทั้งหลายและคนทำความชั่วร้ายทุกคนจะเป็นเหมือนซังข้าว วันที่จะมานั้นจะไหม้เขาทั้งหลาย — พระยาห์เวห์จอมจักรวาลตรัส — จนไม่มีรากหรือกิ่งก้านเหลืออยู่เลย
ลก. 6:38 ท่านใช้ทะนานใดตวงให้เขา พระเจ้าก็จะทรงใช้ทะนานนั้นตวงตอบแทนให้ท่านด้วย
ลก. 18:14 ผู้ใดที่ยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง ผู้ใดที่ถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น
รม. 2:1 ดังนั้น ไม่ว่าท่านจะเป็นใครก็ตามที่กล่าวคำพิพากษาผู้อื่น ท่านไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ เช่นกัน ท่านเองนั่นแหละที่กล่าวโทษตนเองเมื่อตัดสินผู้อื่น เพราะท่านเองที่พิพากษาก็ประพฤติตนในทำนองเดียวกัน
รม. 14:10 แล้วท่านเล่า ทำไมจึงตัดสินพี่น้องของท่าน หรือท่านเล่า ทำไมท่านจึงดูหมิ่นพี่น้องของท่าน ในเมื่อเราทุกคนจะต้องไปยืนอยู่หน้าพระบัลลังก์พิพากษาของพระเจ้า
กท. 6:4 แต่ละคนจงพิจารณาการกระทำของตน แล้วจะภูมิใจในตนเอง โดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับผู้อื่น
ฟป. 2:3 อย่ากระทำการใดเพื่อชิงดีกันหรือเพื่อโอ้อวด แต่จงถ่อมตนคิดว่าผู้อื่นดีกว่าตน
ยก. 4:6 พระเจ้าทรงต่อต้านคนเย่อหยิ่ง แต่ประทานพระหรรษทานแก่ผู้ถ่อมตน
ยก. 4:11 พี่น้องทั้งหลาย อย่าใส่ร้ายกัน ผู้ใดพูดใส่ร้ายพี่น้องหรือตัดสินพี่น้องของตน ผู้นั้นย่อมกล่าวร้ายต่อธรรมบัญญัติและตัดสินธรรมบัญญัติ ถ้าท่านตัดสินธรรมบัญญัติ ท่านก็ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติ แต่เป็นผู้ตัดสินธรรมบัญญัติ
1ยน. 4:20 ถ้าผู้ใดพูดว่า “ฉันรักพระเจ้า” แต่เกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นย่อมเป็นคนพูดเท็จ เพราะผู้ไม่รักพี่น้องที่เขาแลเห็นได้ ย่อมไม่รักพระเจ้าที่เขาแลเห็นไม่ได้