ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

วันที่ ๑๐ ธันวาคม
นักบุญ ยูลาเลียแห่งเมริดา
Saint Eulalia of Mérida



องค์อุปถัมภ์: เมือง Oviedo ประเทศสเปน

           ยูลาเลียเกิดในตระกูลสำคัญตระกูลหนึ่งของสเปน เธอได้รับการอบรมแบบคริสตชน และถูกสอนให้มีความศรัทธาที่สมบูรณ์เพียบพร้อม นับแต่วัยเยาว์ เธอแสดงให้เห็นถึงความอ่อนหวาน ความสำรวมตนและจิตใจศรัทธา

          ยูลาเลียรักความเป็นพรหมจรรย์ เธอไม่ใส่ใจกับเรื่องเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับประดา หรือกลุ่มเพื่อนพูดคุยเรื่องทางโลก เธอแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างแท้จริงที่จะดำเนินชีวิตดุจชาวสวรรค์บนโลกนี้ หัวใจของเธอถูกยกขึ้นเหนือโลก ดังนั้น ความเพลิดเพลินใดๆ ที่คนรุ่นหนุ่มสาวอย่างเธอจะหลงใหลคลั่งไคล้ จึงไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเธอได้เลย แต่ละวันในชีวิต เธอเติบโตก้าวหน้าในคุณธรรม

         ยูลาเลียอายุเพียง ๑๒ ปีเมื่อจักรพรรดิ Diocletian ประกาศกฎหมาย ให้ทุกคน ไม่ว่าอายุ เพศหรืออาชีพใด จะต้องถวายเครื่องบูชาแด่เทพเจ้าของจักรวรรดิโรม

         แม้จะอายุยังน้อย แต่ยูลาเลียถือว่าคำสั่งที่ประกาศออกมานี้เป็นเครื่องหมายที่เธอต้องสู้รบต่อต้าน ทว่า มารดาของเธอพาเธอหนีออกไปยังชนบท อย่างไรก็ตาม นักบุญองค์น้อยนี้ก็หาวิธีการหลบหนีออกมาได้ในเวลากลางคืน และหลังจากเดินทางอย่างเหนื่อยอ่อน เธอก็มาถึงเมืองเมริดาก่อนรุ่งอรุณ

         เช้าวันนั้น ทันทีที่ศาลเปิดทำการ เธอก็มายืนต่อหน้าผู้พิพากษาผู้โหดร้าย ชื่อ Dacian และตำหนิถึงความไร้ศรัทธาของเขาที่พยายามทำลายดวงวิญญาณด้วยการบีบบังคับให้ละทิ้งพระเจ้าผู้เที่ยงแท้แต่องค์เดียว

         ผู้ปกครองเมืองสั่งให้จับยูลาเลีย ในระหว่างการควบคุมตัว Dacian หว่านล้อมให้เธอเห็นถึงผลประโยชน์ของวงศ์ตระกูล อายุยังเยาว์และทรัพย์สมบัติที่เธอได้รับ และความทุกข์โศกเศร้าที่จะเกิดกับพ่อแม่ของเธอหากเธอไม่เชื่อฟังคำสั่งของกฎหมาย แต่เมื่อเห็นว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล เขาก็เริ่มข่มขู่เธอ เขานำเครื่องทรมานที่ร้ายแรงที่สุดมาให้เธอเห็น กล่าวกับเธอว่า "เธอจะไม่ต้องพบเจอความทุกข์ทรมานจากมันถ้าหากเธอเพียงแต่แตะเกลือและกำยานด้วยปลายนิ้ว"

          แต่ยูลาเลียกลับขว้างรูปปั้นของเทพเจ้าลงกับพื้น เหยียบขนมที่ถูกนำมาถวายเป็นเครื่องบูชาและถ่มน้ำลายใส่ผู้พิพากษา

          ผู้พิพากษาออกคำสั่งทันที มือประหารสองคนใช้ห่วงเหล็กคล้องและกระชากร่างเธอฉีกขาดเห็นกระดูก ยูลาเลียเปล่งเสียงออกพระนามพระคริสต์ จากนั้น พวกเขาเอาคบไฟนาบทรวงอกและสีข้างเธอ แต่เธอไม่ส่งเสียงครวญคราง มีแต่การร้องสรรเสริญขอบพระคุณพระเจ้า ในที่สุด ไฟก็ลามไหม้เส้นผม ศีรษะและหน้าตาของเธอ ร่างของเธอท่วมด้วยควันไฟและเปลวเพลิง

          ประวัติศาสตร์เล่าว่านกพิราบขาวตัวหนึ่งเหมือนจะบินออกจากปากเธอสู่เบื้องบนพร้อมลมหายใจสุดท้าย พวกที่ร่วมกันทรมานเธอตกใจกลัวจนวิ่งหนี

          พระธาตุของเธอถูกเก็บรักษาเพื่อแสดงความเคารพศรัทธาที่เมือง Oviedo ที่ซึ่งเธอได้ชื่อเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ บันทึกมรณสักขีของโรมจารึกชื่อเธอในวันฉลอง ๑๐ ธันวาคม



เนื้อหาและบทเรียน