วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน
นักบุญพระสันตะปาปาเลโอ ผู้ยิ่งใหญ่ และนักปราชญ์ของพระศาสนจักร
Saint Leo the Great, Pope and Doctor of the Church
พระสันตะปาปาเลโอ ที่ ๑ แห่งศตวรรษที่ ๕ เป็นที่รู้จักในสมัญญา นักบุญเลโอผู้ยิ่งใหญ่ ท่านจัดประชุมสังคายนาที่ช่วยปกป้องการเผยแพร่คำสอนที่ผิดๆ ในเรื่องสภาวะพระเจ้าและธรรมชาติมนุษย์ของพระคริสต์
ท่านยังป้องกันพระศาสนจักรตะวันตกให้ปลอดภัยด้วยการโน้มน้าวให้อัตติลา หัวหน้าชนเผ่าฮั่น ถอยกลับไม่รุกรานโรม
ต้นกำเนิดของท่านไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่กล่าวกันว่าท่านสืบเชื้อสายจากตระกูล Tuscany ท่านเป็นสังฆานุกรที่โรมประมาณปี ๔๓๐ ในสมณสมัยของพระสันตะปาปาเซเลสติน ที่ 1
ในช่วงเวลานี้ อำนาจศูนย์กลางเริ่มเสื่อมถอยจากจักรวรรดิโรมันตะวันตก ท่านได้รับบัญชาจากจักรพรรดิวาเลนติเนียนที่ ๓ ให้ไปยังแคว้น Gaul และระงับข้อพิพาทระหว่างกองทัพกับเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
เมื่อพระสันตะปาปาซิสตุส ที่ ๓ สิ้นพระชนม์ในปี ๔๔๐ ท่านก็ได้รับเลือกให้เป็นพระสันตะปาปา ท่านทำหน้าที่นานกว่า ๒๐ ปี พยายามรักษาเอกภาพของพระศาสนจักรในเรื่องข้อความเชื่อ และความปลอดภัยต่อการรุกรานของพวกบาร์บาเรียน
สันตะปาปาเลโอบังคับใช้อำนาจของพระองค์ ทั้งในทางข้อความเชื่อและการปกครอง เพื่อควบคุมพวกเฮเรติกที่สร้างปัญหาให้กับศาสนจักรตะวันตกในเวลานั้น ซึ่งได้แก่กลุ่ม Pelagiznism ซึ่งปฏิเสธเรื่องบาปกำเนิด กลุ่ม Manichaeanism และกลุ่ม Gnosticism ที่ถือว่าโลกวัตถุชั่วร้าย ในช่วงเวลาเดียวกัน ชาวคริสต์ทางตะวันออกก็เริ่มถกเถียงกันถึงความเป็นมนุษย์และพระเจ้าของพระเยซู
ท่านเข้าเกี่ยวข้องกับการโต้เถียงนี้ ซึ่งกำลังจะส่งผลถึงการแตกแยกระหว่างศาสนจักรที่เมืองอเล็กซานเดรียและคอนสแตนติโนเปิล แล้วที่สุด ก็เป็นจริง เกิดการแยกกันระหว่างศาสนจักรออร์โธด็อกซ์ตะวันออกและศาสนจักรที่เรียกว่า non-Chalcedonian มาจนปัจจุบัน
ความขัดแย้งทางความคิดเห็นเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ยังดำเนินต่อไป สันตะปาปาเลโอจึงเรียกประชุมสังคายนาเพื่อหาข้อตกลง สังคายนา Chalcedon ในปี ๔๕๑ ได้กำหนดเรื่องอำนาจคำสอนของพระสันตะปาปา ซึ่งบรรดาสังฆราชแห่งนิกายตะวันออกก็ให้การยอมรับ พวกเขากล่าวว่า "เปโตรพูดผ่านปากของเลโอ"
คำสอนของสันตะปาปาเลโอยืนยันถึงความเป็นพระเจ้าแต่นิรันดร์ของพระคริสต์ และธรรมชาติที่ไม่ได้ซึมรับหรือปฏิเสธต่อธรรมชาติมนุษย์ที่พระองค์ได้รับในการเข้าสู่กาลเวลาเมื่อบังเกิดเป็นมนุษย์
"ดังนั้น โดยมิได้ทอดทิ้งพระสิริรุ่งโรจน์ของพระบิดาของพระองค์ พระบุตรพระเจ้าได้ลงมาจากบัลลังก์สวรรค์และเข้าสู่โลกของเรา" ท่านสอน "ขณะที่ยังคงสภาวะก่อนการดำรงอยู่ของสิ่งทั้งปวง พระองค์ก็ทรงเริ่มการดำรงอยู่ในกาลเวลา เจ้านายของจักรวาลผู้ยิ่งใหญ่สุดหยั่งถึงทรงรับเอาสภาพทาส พระเจ้าผู้ไม่รู้จักความทุกข์ทรมาน ไม่ทรงรังเกียจจะมาบังเกิดเป็นมนุษย์ผู้ทุกข์ทน และพระองค์ผู้ไม่ตาย ก็ยอมรับกฎของความตาย"
ปี ๔๕๒ หนึ่งปีหลังสังคายนา Chalcedon สันตะปาปาเลโอเป็นผู้นำการเจรจากับกษัตริย์อัตติลาเพื่อป้องกันการบุกโรม เมื่อผู้นำทัพพวก Vandal ชื่อ Genseric ยึดครองโรมในปี ๔๕๕ ท่านก็เผชิญหน้าเขาโดยปราศจากอาวุธ และได้รับการรับประกันว่าชาวเมืองและวัดวาอารามต่างๆ จะปลอดภัย
สันตะปาปาเลโอผู้ยิ่งใหญ่ สิ้นพระชนม์วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ปี ๔๖๑ พระองค์ได้รับประกาศตั้งเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักรโดยพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ ๑๔ ในปี ๑๗๕๔ งานเขียนและบทเทศน์ของท่านตกทอดมาถึงคนในยุคเราจำนวนมาก
