ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

๔ ตุลาคม นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี Saint Francis of Assisi

วันที่ ๔ ตุลาคม
นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี
Saint Francis of Assisi



องค์อุปถัมภ์ : ต่อต้านการตายโดยลำพัง, ต่อต้านไฟ, บรรดาสัตว์, สวัสดิภาพของบรรดาสัตว์, นก, ระบบนิเวศ, นักนิเวศวิทยา, สิ่งแวดล้อม, นักสิ่งแวดล้อม, สิ่งแวดล้อมนิยม, ครอบครัว, ช่างปักลายลูกไม้ , พ่อค้า แม่ค้า, ช่างเข็ม, ช่างทอผ้า, สวนสัตว์, การกระทำของชาวคาทอลิก, คณะฟรานซิสกัน

สิ่งสื่อแทนถึงท่าน : นก, กวาง, ปลา, แกะ, หมาป่า, กะโหลก, รอยแผลศักดิ์สิทธิ์

         ฟรังซิสแห่งอัสซีซีเป็นชาวอิตาเลียนผู้นำการปฏิรูปมาสู่พระศาสนจักร โดยการดำเนินชีวิตตามพระวาจาของพระเยซูเจ้าอย่างเที่ยงตรงที่สุดเท่าที่จะกระทำได้

         ท่านเกิดเมื่อปี ๑๑๘๐ ในตระกูลค้าขายที่มั่งคั่ง บิดาท่านชื่อ Pietro Bernardone และมารดาชื่อ Pica ท่านได้รับชื่อแรกเกิดว่า Giovanni (ยอห์น) แต่บิดาของท่านเลือกจะเรียกท่านว่า Francesco (ฟรังซิส)

          ฟรังซิสแตกต่างจากนักบุญองค์อื่นๆ ของยุคกลาง ในวัยหนุ่มท่านไม่ได้โดดเด่นพิเศษเรื่องความศรัทธาหรือการศึกษา ความร่ำรวยของบิดาทำให้ท่านสามารถใช้ชีวิตชนชั้นสูง ท่านเป็นหนุ่มสังคม แต่งตัวโฉบเฉี่ยวทันสมัยและชอบร้องเพลง ท่านสนใจเรื่องการรบพุ่ง จนเข้าร่วมรบในสงครามของรัฐอิตาเลียนคู่แข่ง

          ช่วงเวลาที่ท่านถูกคุมขังเพราะการรบสู้นั้น ท่านเริ่มหันเหความคิดสู่เรื่องที่จริงจังกว่า ท่านกลับเมืองอัสซีซีในปี ๑๒๐๕ และเริ่มคิดถึงการใช้ชีวิตถือความยากจน

           มีเหตุการณ์ ๓ อย่างที่สร้างความมั่นใจให้กับทางเลือกนี้ของฟรังซิส ที่เมืองอัสซีซี ท่านเอาชนะความกลัวด้วยการจูบมือคนเป็นโรคเรื้อน หลังจากนั้น ท่านจาริกแสวงบุญไปยังโรม ท่านบริจาคเงินที่มีติดตัวให้กับตู้ทานสุสานนักบุญเปโตรและแลกเปลี่ยนเสื้อผ้ากับขอทานคนหนึ่ง ไม่นาน หลังกลับถึงบ้าน ฟรังซิสได้ยินพระคริสต์ตรัสกับท่านในภาพนิมิตว่า "ไปเถิด ฟรังซิส ไปซ่อมแซมบ้านของเรา ท่านเห็นแล้วว่ามันกำลังปรักหักพังเพียงใด"

           ฟรังซิสใช้เงินทองของบิดาซ่อมแซมวัดวาต่างๆ บิดาท่านไม่พอใจ เกิดการโต้เถียงรุนแรง ท่านตัดสินใจถอดเสื้อผ้าคืนให้และประกาศว่าท่านไม่มีบิดาไหนอื่นนอกจากพระเจ้า ท่านถือว่าตัวเองเป็นสามีของ "เลดี้ยากจน" และตัดสินใจจะรับใช้พระคริสต์ในฐานะ "ผู้นำสาสน์ของกษัตริย์ยิ่งใหญ่"

           ในปี ๑๒๐๘ ท่านได้รับแรงบันดาลใจก่อตั้งขบวนการฟรังซิสกัน ในมิสซาเช้า ท่านได้ยินบทอ่านพระวรสารที่พระคริสต์แนะนำให้อัครสาวกออกเดินทางไปโดยไม่มีเงินทอง รองเท้าและเสื้อผ้าสำรอง วิถีชีวิตแบบนี้ ไม่ช้าก็ได้รับการรับรองพระวินัยโดยพระสันตะปาปา และดึงดูดผู้ติดตามจำนวนมากในช่วงชีวิตของฟรังซิส

             ในปี ๑๒๑๒ แคลร์ แห่ง อัสซีซี ได้มาเป็นศิษย์ทางจิตวิญญาณของท่าน ซึ่งยังผลนำไปสู่การถือกำเนิดของคณะ แคลร์ผู้น่าเวทนา ในเวลาต่อมา ท่านได้ออกดำเนินเดินทาง ออกเทศน์สอน แพร่ธรรม ประกาศพระวาจาพระเจ้าในหลายต่อหลายสถาน และท่านยังนิพนธ์บทเพลง และบทสดุดี สรรญเสริญแด่องค์พระผู้เป็นเจ้า และธรรมชาติแวดล้อมในโลก ที่พระเจ้าทรงประทานมาให้อีกด้วย ท่านชอบธรรมชาติ ชอบใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับบรรดาสิงสาราสัตว์ และชอบลงมือทำอะไรต่อมิอะไรด้วยมือของท่านเอง ท่านชอบที่จะคอยดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อน ทำความสะอาดโบสถ์ และส่งอาหารให้แม้แต่คนพาล คนคุก และขโมย และในปี ๑๒๒๑ ท่านก็เกษียณตนเองออกจากคณะฟรังซิสกันของท่าน

            ในขณะที่ท่านกำลังบำเพ็ญเพียรภาวนา ทำสมาธิอยู่บนภูเขาอัลเวอร์เนีย ใน อาเพนไนส์ ในช่วงเดือน กันยายน ปี ๑๒๒๔ อยู่นั่นเอง ท่านก็ได้รับมาซึ่งรอยแผลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งหลั่งโลหิตออกมาอยู่เป็นนิตย์ ในช่วงระยะเวลา ๒ ปีสุดท้ายของช่วงชีวิตท่าน ในช่วงยุคกลาง มีความเชื่อว่าหากใครก็ตามถูกผีปีศาจ เบลเซบับ เข้าสิงรังควาน ให้ผู้นั้นเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากนักบุญฟรานซิส ด้วยว่าเชื่อว่าท่านเป็นคู่ปรับกับบรรดาปีศาจในสวรรค์

             ในการดำเนินชีวิตจำลองแบบพระคริสต์ ฟรังซิสก็ร่วมรับพระทรมานกับพระองค์ด้วย

             ระหว่างเดือนกันยายน ๑๒๒๔ สุขภาพของท่านเสื่อมโทรมตลอด ๒ ปีต่อมา ท่านเป็น "เครื่องบูชาที่มีชีวิต" ด้วยการสอนและใช้โทษบาปเป็นเวลา ๒๐ ปีของงานแพร่ธรรมของท่าน

             ท่านเสียชีวิตในวันที่ ๓ ตุลาคม ๑๒๒๖ พระสันตะปาปาเกรกอรี ที่ ๙ เพื่อนและผู้ศรัทธาต่อท่าน ประกาศตั้งท่านเป็นนักบุญในปี ๑๒๒๘



เนื้อหาและบทเรียน