วันที่ ๑ ตุลาคม
นักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู
Saint Therese of the Child Jesus
องค์อุปถัมภ์ : พันธกิจแอฟริกา, ต่อต้านความเจ็บป่วยทางกาย, ต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บ, ผู้ป่วยโรคเอดส์, นักบินอากาศยาน, ลูกเรือ, ผู้ขับขี่อากาศยาน, พันธกิจกับคนผิวดำ, คนขายดอกไม้, คนปลูกดอกไม้, ผู้สูญเสียบุพการี, นักบวชที่ออกปฏิบัติพันธกิจ, ฟื้นฟูอิสรภาพทางศาสนาในรัสเซีย, ผู้ป่วยโรควัณโรค
สิ่งสื่อแทนถึงท่าน : กุหลาบ, ซิสเตอร์ที่มีกุหลาบแทบเท้า, ซิสเตอร์คาร์เมไลท์เท้าเปล่า ถือช่อกุหลาบในมือ
นักบุญเทเรซาเกิดเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๑๘๗๓ ในเมือง Alencon ท่านเกิดมาในครอบครัวชนชั้นกลางในประเทศฝรั่งเศส อันเป็นครอบครัวผู้ศักดิ์สิทธิ์ และดำรงกิจการซึ่งการค้าเป็นสำคัญ ท่านเป็นธิดาของบุญราศี หลุยส์ มาร์ติน และ บุญราศี มารี อาเซลี กูเออริน มาร์ติน เช่นเดียวกับพี่น้องอีก ๔ คนร่วมกับท่าน ที่เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ และเข้ารีตถวายตัวเป็นนักบวชทั้งหมด มารดาเสียชีวิตเมื่อเทเรซาอายุ ๔ ขวบ บิดาและพวกพี่สาวช่วยกันอบรมเลี้ยงดูเธอ
และนั่นยังผลให้ครอบครัวของท่านจำต้องย้ายไปที่ลิซิอูกซ์ นอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส และในยามที่ท่านมีอายุได้ ๘ ขวบปี ท่านก็ประสบ ป่วยเป็นโรคร้าย หากแต่กลับหายอย่างน่าอัศจรรย์หลังจากเห็นรูปปั้นของแม่พระแย้มสรวล ยิ้มให้กับท่าน ท่านได้รับการศึกษาโดยคณะนางชีแห่งคณะเบเนดิกติน และก่อนจะถึงวันเกิดอายุ ๑๔ ขวบปีของท่านนี่เอง ท่านได้รับนิมิตเห็นพระกุมารเยซู ทำให้ท่านตระหนักรู้ถึงยัญบูชาอันยิ่งใหญ่ ที่พระองค์ได้กระทำให้กับท่าน ทำให้ท่านพัฒนาขึ้นมาซึ่งความเชื่ออันมิอาจสั่นคลอนได้
ในวันคริสต์มาสปี ๑๘๘๖ เทเรซามีประสบการณ์เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าอย่างแนบแน่น ซึ่งเธอบรรยายว่าเป็น "การกลับใจอย่างสมบูรณ์" ต่อมา เมื่อเธอร่วมคณะจาริกแสวงบุญไปโรม และได้เข้าเฝ้าพระสันตะปาปาเลโอ ที่ ๑๓ เธอทูลขอพระองค์อนุญาตให้เธอเข้าอารามคาร์เมไลท์ได้แม้อายุเพียง ๑๕ ปี
ท่านพยายามเข้าร่วมกับคณะคาร์เมไลท์ แต่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ เนื่องจากอายุที่ยังน้อยเกินไป ทำให้ท่านตัดสินใจไปแสวงบุญที่โรม ในโอกาสฉลองจูบิลี ของพระสันตะปาปาเลโอ ที่ ๑๓ ซึ่งพระองค์ท่านก็รู้ซึ่งเจตจำนง ความปรารถนาอยากเข้าเป็นนักบวชของท่าน และในวันที่ ๙ เมษายน ปี ๑๘๘๘ ในที่สุดท่านก็ได้เข้าร่วมกับคณะคาร์เมไลท์ได้เป็นผลสำเร็จ ด้วยวัยเพียงแค่ ๑๕ ปีเท่านั้น และในวันที่ ๘ กันยายน ปี ๑๘๙๐ ท่านก็ถือสัตยาบรรณ สาบานถวายตนครั้งสุดท้าย ด้วยวัย ๑๗ ปี
เมื่อเทเรซาเข้าอยู่ในอารามคณะคาร์เมไลท์ เธอพยายามดำเนินชีวิตศักดิ์สิทธิ์ เธอทำทุกอย่างด้วยความรักและไว้วางใจอย่างเด็กๆ ในพระเจ้า เธอต้องปรับตัวกับการดำเนินชีวิตกลุ่มในอาราม เธอตัดสินใจกระทำทุกอย่างด้วยความรัก โดยเฉพาะกับคนที่เธอไม่ชอบ เธอทำสิ่งต่างๆ โดยไม่เลือกว่าจะเล็กน้อยหรือใหญ่โต กิจการเหล่านี้ช่วยให้เธอเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อกระแสเรียกของเธอ
ท่านเป็นที่รู้จักเลื่องลือถึงการอุทิศถวายตนอย่างสมบูรณ์แบบให้กับการพัฒนาทางด้านจิตวิญญาณ และการถือประพฤติตามกฎของคณะคาร์เมไลท์อย่างเคร่งครัด หากแต่เพราะปัญหาทาง ด้านสุขภาพจากวัณโรคที่ท่านประสบนี่เอง อธิการผู้ใหญ่จึงสั่งกำชับไม่ให้ท่านถือศีลอด ท่านได้เป็นนวกจารย์เมื่อมีอายุได้ ๒๐ ปี และที่วัย ๒๒ ปี ท่านรับคำสั่งให้เขียนบันทึกซึ่งความ ทรงจำและแนวคิดของท่าน ซึ่งผลงานชิ้นนี้ได้ยังผลกลายเป็น หนังสือ ประวัติศาสตร์แห่งจิตวิญญาณ (History of a Soul) ท่านได้แจงความหมาย แจกนิยามของหนทางของการดำรงคงตนเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ และเส้นทางการเดินหน้าแสวงหาพระเป็นเจ้าของท่าน ไว้ว่า เป็นเส้นทางเล็กๆ ที่ประกอบไปด้วยความรัก แบบเด็กๆ ต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า
เธอเขียนในอัตชีวประวัติว่าเธอใฝ่ฝันอยากเป็นธรรมทูต เป็นอัครสาวก เป็นมรณสักขี แต่เธอเป็นเพียงชีลับคนหนึ่งในอารามเงียบสงัดในฝรั่งเศส แล้วความปรารถนานี้จะเป็นจริงได้อย่างไร?
"ความรักมอบกุญแจไขกระแสเรียกของฉัน ฉันเกิดความเข้าใจว่าพระศาสนจักรมีหัวใจ และหัวใจนี้ลุกไหม้ด้วยความรัก ฉันรู้ว่าความรักผลักดันให้สมาชิกของพระศาสนจักรออกกระทำกิจการดีต่างๆ ถ้าความรักนี้มอดดับ อัครสาวกก็จะไม่ประกาศพระวรสารอีกต่อไป มรณสักขีจะไม่หลั่งเลือดอีกต่อไป ฉันเข้าใจว่าความรักเป็นที่มาของกระแสเรียกทั้งหลาย ความรักเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่สวมกอดทุกแห่งแหล่งที่และทุกกาลเวลา ...กล่าวอีกอย่าง นั่นเป็นนิรันดร ดังนั้นด้วยความเบิกบานจนสุดจะข่มกลั้น ฉันร้องออกมาว่า โอ้ พระเยซู ความรักของฉัน กระแสเรียกของฉัน ในที่สุด ฉันพบแล้ว กระแสเรียกของฉันคือความรัก"
เทเรซาถวายตัวเธอเป็นพลีบูชาแด่ความรักของพระเจ้าในวันที่ ๙ มิถุนายน ๑๘๙๕ ในวันฉลองพระตรีเอกภาพ แล้วปีต่อมา ในคืนระหว่างวันพฤหัสฯ ศักดิ์สิทธิ์และศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ เธอก็พบอาการแรกของวัณโรค ซึ่งเป็นความเจ็บป่วยที่จะนำไปสู่ความตายของเธอ
เทเรซาตระหนักว่าความเจ็บป่วยของเธอคือการเชื้อเชิญอย่างลึกลับของการเป็นเจ้าสาวของพระเจ้า และเธอยินดีต้อนรับความทุกข์ทรมานในฐานะเป็นคำตอบรับสำหรับการถวายตัวของเธอเมื่อปีก่อน เธอได้พบการทดสอบด้านความเชื่อ ซึ่งคงอยู่จนกระทั่งถึงวันที่เธอสิ้นใจ คำพูดสุดท้ายของเธอคือ "พระเจ้าของลูก ลูกรักพระองค์"
ภายหลังการสิ้นใจด้วยวัยเพียง ๒๔ ปีของเธอ คริสตชนนับล้านได้รับแรงบันดาลใจจาก "ทางสายน้อย" ในการแสดงความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนมนุษย์ของเธอ มีอัศจรรย์เกิดขึ้นมากมายจากผู้วอนขอ เธอเคยกล่าวไว้ว่า "ชีวิตในสวรรค์ของฉันจะถูกใช้เพื่อกระทำสิ่งดีๆ ในโลก"
ในปี ๑๙๙๗ อันเป็นวาระ ๑๐๐ ปีการเสียชีวิตของเธอ นักบุญเทเรซาได้รับประกาศเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักรโดยพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ ๒ เธอเป็นสตรีคนที่สามที่ได้รับประกาศเป็นนักปราชญ์ของพระศาสนจักร ต่อจากนักบุญแคทเธอรีนแห่งซีเอนา และนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลา
นักบุญเทเรซาเคยเขียนไว้ว่า "พระเจ้าไม่ได้มองการกระทำของเราว่ายิ่งใหญ่หรือต้องประสบทุกข์ยากลำบากเพียงใด แต่ทรงมองที่ความรักของเราในการกระทำสิ่งนั้น"
