:::การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนเอกชนคาทอลิกสังกัดสังฆมณฑลในทศวรรษหน้า::::

แนวโน้มของการศึกษาเอกชนประเภทสามัญในอนาคตในปี 2550 PDF พิมพ์ อีเมล

           กองนโยบายและแผน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (2538) ได้ทำการวิจัยเรื่อง แนวโน้มของการศึกษาเอกชนประเภทสามัญในอนาคตในปี 2550 พบว่า แนวโน้มเกี่ยวกับนโยบายของรัฐในการเปิดโอกาสให้เอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาประเภทสามัญศึกษานั้น รัฐมีนโยบายเปิดโอกาสให้เอกชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาประเภทสามัญมากขึ้น โดยมีจุดเน้นในระบบและประเภทให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม เอกชนจะเน้นการจัดการศึกษาเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลมากว่าการศึกษาเพื่อมวลชน รัฐบาลยังคงนโยบายเร่งขยายโอกาสทางการศึกษาทั้งในระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาต่อไป โดยที่รัฐจะมีการปรับแนวปฏิบัติให้โรงเรียนเอกชนที่มีคุณภาพช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐในการจัดการศึกษาดังกล่าว เวลาเดียวกันรัฐจะขยายการเรียนระดับมัธยมศึกษามากขึ้น โดยรัฐจะมีงบช่วยเหลือเอกชนบางเขตมากขึ้น รัฐจะปรับขยายการจัดการศึกษาประเภทสามัญให้ชัดเจนว่าเอกชนจะมีส่วนรับผิดชอบได้ในระดับใด รัฐจะปรับนโยบายการศึกษาโดยยึดหลักว่าอะไรที่เอกชนทำได้ดีรัฐจะไม่ทุ่มงบประมาณเปิดโรงเรียนสามัญแข่งขันกับโรงเรียนเอกชน

         ทางด้านการส่งเสริมและสนับสนุนโรงเรียนเอกชนโดยรัฐ พบว่า โรงเรียนเอกชนจะได้รับการส่งเสริม สนับสนุน ทางด้านวิชาการ และการเงินเพิ่มขึ้น ทั้งนี้วัดจากเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเป็นหลัก รัฐจะอุดหนุนโรงเรียนเอกชนสายสามัญในรูปของเงินเบ็ดเสร็จ คิดเทียบจากค่าใช้จ่ายรายหัวของโรงเรียนเอกชนที่มีมาตรฐาน และจะค่อย ๆ ลดเงินอุดหนุนตามความเหมาะสม รัฐจะส่งเสริมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี

         แนวโน้มเกี่ยวกับบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน พบว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนในอนาคตยังคงมีบทบาทหน้าที่กำกับ ดูแลและส่งเสริมการศึกษาเอกชนต่อไป โดยมีบทบาทเป็นผู้ชี้ช่องทาง และส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งการเพิ่มบทบาทในการส่งเสริมโรงเรียนเอกชนให้มีมาตรฐานและคุณภาพตามที่กระทรวงศึกษากำหนด และมีบทบาทให้การอุดหนุนและสนับสนุนให้โรงเรียนเอกชนพึ่งตนเองได้ มีอิสระและบริหารได้คล่องตัว การจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชน พบว่า ในอนาคตหลักสูตรจะมีการสอนมากกว่า 1 ภาษา โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญทุกระดับจะได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ เพื่อเข้าสู่ระดับสากล และมีอิสระในการจัดหลักสูตรและการเรียนการสอนมากขึ้น จะมีโรงเรียนสองภาษามากขึ้น นอกจากนั้นโรงเรียนเอกชนจะมีการจัดการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ และภาษาต่างประเทศตั้งแต่ระดับประถมศึกษา

          แนวโน้มเกี่ยวกับบทบาทของเทคโนโลยีการศึกษาในโรงเรียนเอกชน โรงเรียนเอกชนในอนาคตจะใช้เทคโนโลยีมากขึ้น โดยจะนำมาใช้ในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะใช้เทคโนโลยีโดยเฉพาะสื่ออเนกทัศน์ (Multi Media) เสริมการเรียนการสอนให้น่าสนใจมากขึ้น การค้นคว้าและห้องสมุดจะทันสมัย จะมีการใช้สารสนเทศและสามารถติดต่อเครือข่ายด้วยระบบคอมพิวเตอร์

         แนวโน้มด้านการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชน ในอนาคตผู้จัดการโรงเรียนจำเป็นต้องมีความรู้ด้านการบริหารอย่างดี โรงเรียนเอกชนในอนาคตจะช่วยแบ่งเบาภาระการจัดการศึกษาภาครัฐ โดยไม่หวังผลกำไรเกินควร การศึกษาจะเป็นการลงทุนเพื่อธุรกิจอย่างหนึ่ง การบริหารจัดการจะเป็นแบบธุรกิจ การจัดการจะต้องเป็นแบบมืออาชีพ การบริหารจัดการจะอาศัยมุมมองทางธุรกิจมาช่วยจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การบริหารงานโรงเรียนในลักษณะครอบครัวจะลดน้อยลง เป็นต้น

        นอกจากนั้นผลจากการวิจัยพบว่า ผู้ปกครองยังคงนิยมส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนประเภทสามัญ แม้โรงเรียนจะเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนค่อนข้างสูงก็ตาม โดยที่โรงเรียนเหล่านั้นจะต้องมีคุณภาพและมาตรฐานสูงด้วย ด้านขวัญและกำลังใจของครูโรงเรียนเอกชน   จะต่ำกว่าขวัญและกำลังใจของครูโรงเรียนรัฐ ครูโรงเรียนเอกชนขาดความมั่นใจในอาชีพมากขึ้น ผลจากการวิจัยแสดงให้เห็นอีกว่า โรงเรียนเอกชนประเภทสามัญจะลดจำนวนลง แต่จะเพิ่ม ในประเภทระดับสูงกว่ามัธยมศึกษา เช่น อาชีวศึกษา โดยเน้นสอนในสาขาวิชาที่ขาดแคลน