:::การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนเอกชนคาทอลิกสังกัดสังฆมณฑลในทศวรรษหน้า::::

การควบคุม (Controlling) PDF พิมพ์ อีเมล
การควบคุม (Controlling)
            กิติมา ปรีดีดิลก (2532, หน้า 36) ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ (2539, หน้า 301) กล่าวว่า การควบคุม คือ การติดตามการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตามแผนหรือไม่ หากมีปัญหาจะได้หาทางแก้ไขได้และทันท่วงที กระบวนการควบคุมมี 4 ขั้นตอน กล่าวคือ
                        1) การกำหนดมาตรฐาน
                        2) การวัดผลการทำงาน
                        3) การเปรียบเทียบการทำงานกับมาตรฐาน
                        4) การปฏิบัติการแก้ไข

            เนตร์พัณณา ยาวิราช (2546, หน้า 3) เพิ่มเติมว่า การควบคุมเป็นหน้าที่ทางการจัดการสำหรับผู้บริหารในการรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้เป็นมาตรวัดการทำงานในองค์การในองค์การ

            ส่วนวิโรจน์ สารรัตนะ (2546, หน้า 254) การควบคุมเป็น เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งขององค์การ การเสริมสร้างพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ของสมาชิกในองค์การ

            สุรัสวดี ราชกุลชัย (2547, หน้า 253) การควบคุม หมายถึง วิธีการหรือกระบวนการตรวจตรา เพื่อตรวจตราแผนงานและกิจกรรมที่ได้กำหนดไว้ว่ามีการปฏิบัติงานสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ หรือเป็นไปตามมาตรฐานที่ระบุไว้หรือไม่ อย่างไร และหากมีการคลาดเคลื่อนก็ดำเนินการปรับเปลี่ยนแก้ไขเพื่อให้เป้าหมายเป็นไปในทิศทางที่มุ่งสู่ภารกิจหลักขององค์การที่ตั้งไว้

           Dessler (2004, p. 366) การควบคุม เป็นการกระทำเพื่อให้มั่นใจว่า แผนงานที่วางไว้แล้ว มีการดำเนินการอย่างถูกต้องใช้ได้ผลทางการปฏิบัติ และถ้าจำเป็นก็ต้องมีการปรับปรุงทบทวนแผนงานนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ

            Mescon and Khedouri (1985, p. 376) Holt (1993, p. 548) DuBrin (1994, p. 364) Hellriegel and Slocum (1989, p. 623) การควบคุม คือ กระบวนการที่ทำให้แน่ใจได้ว่าองค์การบรรลุถึงวัตถุประสงค์ หรือ หมายถึง วิธีการและกลไกที่ใช้เพื่อเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าพฤติกรรมและผลการปฏิบัติงานดำเนินตามวัตถุประสงค์ แผนและมาตรฐานขององค์การ 

          Robbins (1998, pp. 376-383) Robbins and Coulter (2003, p. 229) ซึ่งให้ความหมายของการควบคุมที่มีรายละเอียดแตกต่างออกไป ซึ่งหมายถึง กระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของกิจกรรมเพื่อให้ได้ข้อสรุปของแต่ละหน่วยงาน หากมีความเบี่ยงเบนไปจากแผนก็จะดำเนินการปรับปรุงแก้ไข ตลอดจนหาทางแก้ไขความเบี่ยงเบน ก่อนที่สิ่งนั้นจะเกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอน กล่าวคือ
                  1) การวัดผลการปฏิบัติงาน
                  2) เปรียบเทียบกับมาตรฐานหรือเกณฑ์
                 3) เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อปรับปรุงแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดหรือเบี่ยงเบนไปจากมาตรฐาน 

         การวัดผลการปฏิบัติงาน ผู้บริหารทราบผลการปฏิบัติงานได้จาก การสังเกตการณ์ด้วยตนเอง จากรายงานในรูปสถิติ หรือการรายงานด้วยวาจา จากการประชุม ปรึกษาหารือทั้งที่เป็นกลุ่มหรือรายงานเป็นรายบุคคล หรือจากรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร 

        การเปรียบเทียบ เป็นขั้นตอนที่จะทำให้ทราบถึงความแตกต่างระหว่างการปฏิบัติจริงเมื่อเทียบกับมาตรฐาน ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บริหารที่จะพิจารณาว่าความแตกต่างดังกล่าวมีนัยสำคัญหรือไม่ หากมีความแตกต่างมาก ผู้บริหารต้องหาสาเหตุและทำการแก้ไขต่อไป

        การจัดการแก้ไข ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการควบคุม คือ การดำเนินการโดยผู้บริหารซึ่งมีทางเลือกในการดำเนินการ 3 ทาง คือ ไม่ต้องดำเนินการอะไรเลย ปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงาน และ ทบทวนมาตรฐาน

        กล่าวโดยสรุป การควบคุมเป็นการดำเนินการของผู้บริหารในการตรวจสอบการดำเนินงานว่าบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์การหรือไม่ หากการปฏิบัติงานไม่ตรงตามวัตถุประสงค์องค์การต้องหากทางแก้ไขเพื่อให้การปฏิบัติงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

         Robbins (1998, pp. 420-425) สรุปว่า การบริหารเป็นสิ่งที่เป็นพลวัตร (Dynamic) ไปตลอดเวลา องค์ประกอบ 4 ด้านของกระบวนการบริหารมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นการวางแผน การจัดองค์การ การนำ และการควบคุม ล้วนแต่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างแยกจากกันไม่ได้ทั้งสิ้น

        การวางแผนเป็นการตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะทำอะไร ทำอย่างไร และใครเป็นคนทำ การจัดองค์การเป็นวิธีการ หรือ กระบวนการที่ผู้นำประสานกับบุคลากรและทรัพยากรด้านอื่น ๆ ขององค์การผ่านทางโครงสร้างงานที่เป็นทางการ และความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้ร่วมกัน สำหรับการนำ คือ การกระตุ้นให้บุคลากรกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามที่ต้องการ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการจูงใจ และชี้นำผู้ใต้บังคับบัญชา มีการสื่อสารที่ชัดเจน ตลอดจนมีการบริหารความเปลี่ยนแปลง และความขัดแย้งที่มีประสิทธิภาพ ในขณะที่การควบคุมนั้น เป็นกระบวนการวัดผลการปฏิบัติงานจริง โดยนำผลนั้นไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ ซึ่งการวัดผลดังกล่าวมุ่งให้ความสนใจไปที่การเบี่ยงเบนและการริเริ่มมาตรการแก้ไขในกรณีที่เป็นการเบี่ยงเบนที่มีนัยสำคัญ

         หลังจากที่ได้ทบทวนทฤษฎีระบบ และทฤษฏีกระบวนการบริหาร ซึ่งสามารถสรุปได้ว่า แนวคิดเกี่ยวกับทฤษฏีระบบอันประกอบด้วย ตัวป้อน (Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิต (Output) ทั้ง 3 องค์ประกอบ มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน ขึ้นต่อกัน และมีความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์การ ทำให้องค์การต้องปรับตัวโดยอาศัยข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ระบบโดยทั่วไปมี 2 ระบบ กล่าวคือ ระบบปิด (Closed System) ซึ่งเป็นระบบที่ไม่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม องค์การหรือหน่วยงานใด ๆ ซึ่งตรงข้ามกับระบบเปิด (Open System) ซึ่งผู้วิจัยนำมาประกอบกับทฤษฎีการบริหารของ Robbins ที่กล่าวถึงกระบวนการบริหาร อันประกอบด้วย การวางแผน (Planning) การจัดองค์กร (Organizing) การนำ (Leading) การควบคุม (Controlling) ทฤษฎีทั้ง 2 เป็นกรอบความคิดของผู้วิจัยที่นำไปสู่การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนเอกชนคาทอลิกสังกัดสังฆมณฑลในทศวรรษหน้า