"พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์"
ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2012
 
(มาระโก 9:1-9)
         “ข่าวดี” ของพระเจ้าประจำอาทิตย์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูเจ้าทรงแสดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์บนภูเขาสูงแห่งหนึ่ง ต่อหน้าพยานสามคน ได้แก่ เปโตร ยากอบ และยอห์น ขณะที่อยู่กันตามลำพังนั้น พระพักตร์และพระภูษาของพระองค์เปล่งรัศมีแวววับระยับแสง และที่นั้นเองประกาศกเอลียาห์กับโมเสสได้สำแดงตนสนทนากับพระเยซูเจ้าด้วย ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้นก็มีเมฆก้อนหนึ่งมาปกคลุมพวกเขาไว้ และมีพระสุรเสียงจากสวรรค์ว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด”

            เพื่อให้เราสามารถเข้าใจ “ข่าวดี” ได้ดียิ่งขึ้น จึงขอนำบรรยากาศในห้วงเวลานั้นมาเพื่อเล่าให้ฟังสักเล็กน้อย เมื่อเปโตรได้ประกาศยืนยันว่าพระเยซูคือพระคริสตเจ้า พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงชีวิต พระเยซูพระอาจารย์เจ้าของเรา “ก็ทรงเริ่มเผยแสดงแก่เหล่าสาวกของพระองค์ว่าพระองค์จะต้องเสด็จไปกรุงเยรูซาเล็ม จะต้องรับทรมาน..จะต้องถูกประหารชีวิต และในวันที่สาม พระองค์ก็จะกลับฟื้นคืนชีพ”(มัทธิว 16:21) เปโตรปฏิเสธไม่ยอมรับเรื่องที่พระเยซูทรงบอกพวกเขานี้  ส่วนสาวกคนอื่นๆก็มิได้เข้าใจอะไรไปมากกว่านั้น นี้เป็นความทุกข์ใจอย่างมากที่อยู่ดีๆพระเยซูเจ้าทรงพูดถึงความทุกข์ทรมาน บรรดาศิษย์ของพระเยซูเจ้าจึงอยู่ในบรรยากาศที่สับสนไม่มั่นใจ ในบรรยากาศเช่นนี้เอง การแสดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์ให้ศิษย์ได้เห็นจึงเป็นการสร้างกำลังใจให้กับพวกเขา และเป็นบอกอย่างเป็นนัยว่า “ในการที่จะเข้าสู่พระสิริรุ่งโรจน์ของพระองค์นั้น พระองค์จะต้องผ่านการถูกตรึงกางเขน ณ กรุงเยรูซาเล็มก่อน” หรือก่อนจะได้รับความสำเร็จก็ต้องผ่านการความลำบากมาก่อนนั้นเอง

          การที่ “โมเสส” และ “อับราฮัม” มีชื่ออยู่ในพระคัมภีร์ในนี้ มีความหมายที่น่าสนใจ คือ โมเสสเป็นตัวแทนของ “พระธรรมบัญญัติ” เรารู้จักพระบัญญัติ 10 ประการกันอย่างดี และเราก็รู้ว่าเป็นโมเสสนี้เองที่ได้ขึ้นไปบนภูเขาเพื่อรับพระบัญญัติจากพระเจ้า ซึ่งชาวยิวเรียกว่า “กฎหมายของโมเสส” (Mosaic Law) ส่วนอับราฮัมเป็นตัวแทนของ “ความเชื่อ” เพราะท่านได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งความเชื่อ(อ่านบทอ่านที่หนึ่งเรื่องของอับราฮัมกับอิสอัค) ดังนั้นเมื่อนึกถึงความสำคัญของทั้งสองประการนี้ ชีวิตของคริสตชนจึงต้องประกอบด้วย “การปฏิบัติตามพระบัญญัติและความเชื่อ” ควบคู่กันไป

           “คำสอน” โดยตรงเรื่องการแสดงพระองค์อย่างรุ่งโรจน์ คือ การที่พระเยซูเจ้าทรงต้องการให้เราได้ “ลิ้มรสพระอาณาจักรสวรรค์ล่วงหน้า” คนเรามักจะถามว่าสวรรค์เป็นอย่างไร ลองฟังคำพูดของเปโตรที่ว่า “พระอาจารย์ ที่นี่สบายน่าอยู่จริงๆ เราจงสร้างเพิงขึ้นสามหลังเถิด”(มาระโก 9:5) ทำไมจึงสบายน่าอยู่ คงไม่ใช่เพราะที่นั้นอยู่บนยอดเขา มีต้นไม้ร่มรื่นหรืออากาศที่บริสุทธิ์ แต่เพราะที่นั้นมี “พระเยซูเจ้า” และบรรดาประกาศกของพระเจ้าอยู่ด้วยนั้นเอง

ดังนั้น “ข่าวดี” สำหรับอาทิตย์นี้จึงของสรุปเป็นข้อปฏิบัติ 3 ประการด้วยกัน คือ
     1.เราอย่ากลัวความลำบาก “เราต้องผ่านความยากลำบากมากมายจึงจะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าได้” (กิจการฯ 14:22)
     2.ในเทศกาลมหาพรตนี้ ขอให้เราปฏิบัติตามบทบัญญัติของพระเจ้าอย่างเคร่งครัด และปฏิบัติด้วยความเชื่ออย่างแท้จริง  
     3.ถ้าอยากให้โลกนี้น่าอยู่เหมือนสรวงสวรรค์ ณ แผ่นดิน เราต้องอัญเชิญพระเยซูเจ้ามาประทับอยู่กับเราด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นตัวของเราเอง ครอบครัว ที่ทำงาน หมู่บ้าน ประเทศ ฯลฯ (แผ่นดินใดไร้พระ แผ่นดินนั้นจะไร้ความสงบสุข)