ศิษย์พระคริสต์ ศิษย์ธรรมทูต : พระศาสนจักรของพระคริสต์ พันธกิจในโลก

สถิติการเยี่ยมชม

007353154
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
3146
2447
3146
86983
120823
7353154
Your IP: 18.204.227.250
2019-10-20 19:00

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

บทที่  37 บัญญัติของพระศาสนจักร

จุดมุ่งหมาย    เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและเห็นคุณค่าของพระบัญญัติของพระศษสนจักร และปฏิบัติตามด้วยความยินดี

ขั้นที่ 1  กิจกรรม     อุปกรณ์ ครูเตรียมซอง 4 ซอง แต่ละซองบรรจุอักษรต่อไปนี้

ซองที่ 1    ม ิ ส ซ า / ว ั น อ า ท ิ ต ย ์ / ฉ ล อ ง บ ั ง ค ั บ
ซองที่ 2    อ ด อ า ห า ร / อ ด เ น ื ้ อ / จ ำ ศ ี ล
ซองที่ 3    ศ ี ล แ ก ้ บ า ป / ศ ี ล ม ห า ส น ิ ท / ป ั ส ก า
ซองที่ 4     พ ร ะ ศ า ส น จ ั ก ร / บ ำ ร ุ ง ท ร ั พ ย ์

แบ่งผู้เรียนเป็น 4 กลุ่ม แจกซองบรรจุอักษรให้กลุ่มละ 1 ซอง
ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันเรียงอักษรให้เป็นคำที่ถูกต้อง

ขั้นที่ 2  วิเคราะห์
เฉลย ตามที่แจ้งใน ขั้นที่ 1 กิจกรรม
ครูถามผู้เรียนว่า
- คำที่เรียงกันทั้ง 4 กลุ่มนั้นเตือนให้คิกถึงอะไร ? (พระบัญญัติพระศาสนจักร)
- ให้ผู้เรียนสวด “พระบัญญัติของพระศาสนจักร” พร้อมๆกัน

ขั้นที่ 3  คำสอน
         
1. พระศาสนจักรเป็นผู้ตั้งพระบัญญัติ 4 ประการนี้ตามที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสม พระศาสนจักรได้รับอำนาจนีมาจากพระเยซูคริสต์เองซึ่งตรัสว่า “ผู้ใดฟังท่าน ผู้นั้นก็ฟังเรา” (ลก. 10,16) และทุกสิ่งที่ท่านผูกในโลกก็จะแก้ในสวรรค์” (มธ. 18,18)
พระบัญญัตอของพระศาสนจักรจึงสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยอำนาจของพระศาสนจักรเอง ตามความจำเป็น และความเหมาะสมของกาลเวลาและสถานที่ และพระบัญญัตินี้ใช้บังคับเฉพาะคริสตชนที่อยู่ในอำนาจปกครองของพระศษสนจักรคาทอลิกเท่านั้น ไม่เหมือนกับพระบัญญัติของพระเป็นเจ้าที่ใช้บังคับแก่มนุษย์ทุกรูปทุกนาม

        2. พระบัญญัติของพระศาสนจักรประการที่ 1 สั่งให้คริสตชนทุกคนไปร่วมมิสซาทุกวันอาทิตย์ ยกเว้นเมื่อมีสาเหตุจำเป็น เช่น เป็นป่วย เฝ้าพยาบาลคนป่วย เฝ้าบ้าน หรือติดธุระจำเป็นจริงๆซึ่งก็สามารถไปร่วมมิซาเย็นวันก่อนแทนได้ (กฎหมายพระศาสนจักรมาตรา 1248 วรรค 1)

           นอกจากวันอาทิตย์แล้วคริสตชนยังต้องไปร่วมมิสซาในวันฉลองบังคับด้วย วันฉลองบังคับในประเทศไทยมีอยู่ 7 วัน คือ วันคริสต์มาสตรงวัน และอีก 6 วน ให้เลื่อนไปฉลองในวันอาทิตย์ถัดไป (หรือจะฉลองตรงวันก็ได้) ได้แก่ วันฉลองพระคริสตเจ้าแสดงองค์ วันฉลองพระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นสวรรค์ วันฉลองพระนางมารีรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ วันฉลองนักบุญทั้งหลาย วันฉลองพระกายและพระโลหิตพระคริสตเจ้า (ศีลมหาสนิท) วันฉลองนักบุญเปโตรและเปาโล โดยปฏิบัติเหมือนวันอาทิตย์ทุกอย่าง
เพื่อให้วันอาทิตย์เป๋นวันศักดิ์สอทธิ์สำหรับคริสตชนจริงๆ พระศาสนจักรจึงสั่งให้มีการหยุดงานด้วย เหมือนพระเป็นเจ้าที่ทรงหยุดงานในวันที่ 7 หลังการสร้างสรรพสิ่ง งานในที่นี้หมายถึงงานหนักและงานอาชีพทั่วไป ยกเว้นงานบ้านและงานสาธารณที่จำเป็น

       3. พระบัญญัติของพระศษนจักรประการที่ 2 สั่งให้อดเนื้อและอดอาหารในวันฉลองบังคับ ซึ่งได้แก่วันศุกร์ตลอดปี และวันพุธรับเถ้า วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์ ในเทศการมหาพรต (รายละเอียด ดูบทที่ 32 ขั้นที่ 3 ข้อที่ 3)

       4. พระบัญญัติของพระศาสนจักรประการที่ 3 สั่งให้รับศีลแก้บาปอย่างน้อยปีละครั้ง และรับศีลมหาสนิทอย่างน้อยปีละครั้งในกำหนดปัสกา
           การรับศีลแก้บาป เป็นการสถาปนาความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นไปจากพระเจ้า หรือเสริมความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เจตนาของพระศาสนจักรจึงต้องการให้คริสตชนไปรับศีลแก้บาปบ่อยๆ แต่ที่กำหนดไว้อย่างน้อยปีละครั้งก็เป็นการถือเกณฑ์ที่ต่ำที่สุด ต่ำกว่านี้คงใช้ไม่ได้แล้ว การรับศีลแก้บาปอย่างน้อยปีละครั้งนั้น จะรับในช่วงไหนก็ได้ในหนึ่งปี และบังคับคริสตชนทุกคนที่อายุถึงอายุความรู้ความและรับศีลแก้บาปได้แล้วในต้นปี

           การรับศีลมหาสนิท เป็นการรับประทานอาหารฝ่ายวิญญาณ เจตนาของพระศาสนจักรจึงต้องการให้คริสตชนไปรับศีลมหาสนิทบ่อยๆเช่นกัน ที่กำหนดไว้อย่างน้อยปีละครั้งก็เป็นการถือเกณฑ์ที่ต่ำที่สุด ต่ำกว่านี้วิญญาณก็คงอดอยากหมดเรี่ยวแรงแลพตายไปในที่สุด พระศาสนจักรกำหนดให้รับศีลมหาสนิทอย่างน้อยปีละครั้งในกำหนดปัสกา คือช่วงระหว่างวันพุธรับเถ้าถึงวันฉลองพระจิต และบังคับคริสตชนทุกคนที่ถึงอายุรู้ความและรับศีลมหาสนิทได้แล้ว

        5. พระบัญญัติของพระศาสนจักรประการที่ 4 สั่งให้บำรุงพระศษสนจักรตามความสามารถ เพราะเหตุว่าพระศาสนจักรคือประชากรของพระเป็นเจ้า ซึ่งได้แก่บรรดาคริสตชนทุกคน คริสตชนจึงมีหน้าที่ต้องช่วยกันทะนุบำรุงพระศาสนจักตามความสามารถของตน เช่น ช่วยด้วยการสวดภาวนา ช่วยด้วยการมีส่วนร่วมในกิจการงานต่างๆ ช่วนนด้วยการร่วมกลุ่มกิจการคาทอลิก ช่วยด้วยการแพร่ธรรมทั้งด้วยวาจา กิจการ และตัวอย่างที่ดี และช่วยด้วยการบริจาคทรัพย์สิ่งของเพื่ออุดหนุนจุนเจือพระศาสนจักรให้ดำรงอยู่และเผยแพร่ไปให้กว้างไกลยิ่งขึ้น

 ขั้นที่ 4  ปฏิบัติ

  • ข้อควรจำ
    1. พระศาสนักรมีอำนาจออกกฎบัญญัติเพื่อความดีของคริสตชน ประชากรองพระเจ้า
    2. พระศาสนจักรสั่งให้ร่วมมิสซา รับศีลศักดิ์สิทธิ์ก็เพื่อชีวิตคริสตชนจะได้เข้มแข็งสมบูรณ์ขึ้น ด้วยพระหรรษทานจากศีลศักดิ์สิทธิ์นั้น
    3. พระศาสนจักรสั่งให้อดเนื้อ อดอาหาร ก็เพื่อคริสตชนจะได้ใช้โทษบาปในโลกใบนี้ และฝึกฝนตนเองให้มีความเข้มแข็งอดทนต่อความยากลำบาก
    4. เราคริสตชนมีหน้าที่ต้องช่วยกันทะนุบำรุงพระศาสนจักรตามความสามารถ คือ ด้วยกำลังกาย กำลังปัญญา กำลังใจ และกำลังทรัพย์
  • กิจกรรม

    ร้องเพลง “คนมีปัญญา” พร้อมทำท่าทางประกอบ

    คนมีปัญญา
    “คนมีปัญญา สร้างบ้านไว้บนศิลา เมื่อมีลมพายุพัดมา เมื่อฝนตกหนักและน้ำก็ไหลเชี่ยว บ้านของเขาก็ยังคงอยู่
    คนโง่สร้างบ้าน สร้างบ้านไว้บนหาดทราย เมื่อมีลมพายุพัดมา เมื่อฝนตกหนักและน้ำก็ไหลเชี่ยว บ้านของเขาก็พังทลาย.......โครม”

    การบ้าน สวดภาวนา “พระบัญญัติของพระศาสนจักร” ให้ขึ้นใจ
                  ปฏิบัติตามพระบัญญัติเหล่านั้นให้ดี โดยเฉพาะไปร่วมมิสซาในวันอาทิตย์ และรับศีลศักดิ์ด้วย

เดือนพิเศษเพื่อการประกาศฯ

ตุลาคม 2019 เดือนพิเศษเพื่อการประกาศข่าวดี

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ