Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

บทที่  13 จงนับถือบิดามารดา

จุดมุ่งหมาย    เพื่อให้เรียนรู้จักหน้าที่ที่ต้องมีต่อบิดา  ผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายศาสนาและฝ่ายบ้านเมือง  และปฏิบัติหน้าที่นั้นด้วยความเคารพรัก

ขั้นที่ 1  กิจกรรม

ครูพูดคุยกับนักเรียนถึงเรื่อง  “วันพ่อ”  และ  “วันแม่”

  • ตกตรงวันที่เท่าไร ?
  • ทำไมจึงมี “วันพ่อ”  และ  “วันแม่”  ?
  • พ่อแม่สำคัญอย่างไร ?
  • เราที่เป็นลูกมีหน้าที่ต่อพ่อแม่อย่างไร ?

                       ฯลฯ

ทุกชาติทุกภาษาต่างยกย่องเทิดทูลพ่อแม่ไว้เหนือสิ่งใด  ทั้งนี้เนื่องจากสายสัมพันธ์ตามธรรมชาติ

สรุป     สำหรับสังคมไทยเรายิ่งให้เกียรติและยกย่องพ่อแม่เป็นทวีคูณถึงกับมีความเชื่อถือว่า  ใครนับถือพ่อแม่จะประสบความเจริญรุ่งเรือง  ใครไม่นับถือพ่อแม่จะอับโชค  ทำกินไม่ขึ้น

ขั้นที่ 3  คำสอน

  1. พระเยซูคริสได้ทรงวางแบบอย่างอันพึงปฏิบัติต่อพ่อแม่ไว้ให้เราคริสตชนได้เห็นและปฏิบัติตาม  คือ  “เมื่อพระกุมารมีพระชนมายุได้สิบสองพรรษา  พวกเขา  (พระกุมาร  พระนางมารีอา  นักบุญยอแซฟ)  ได้ไปกรุงเยรูซาเล็มเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในเทศกาลปัสกาตามธรรมเนียม  เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว  ขณะที่เดินทางกลับพระกุมารยังค้างอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็มโดยบิดามารดาไม่รู้  เขาทั้งสองคิดว่าพระกุมารคงปะปนมากับผู้ที่เดินทางมาด้วยกัน  พอเดินทางมาได้หนึ่งวันออกตามหาพระกุมารในหมู่ญาติพี่น้องและคนรู่จัก  แต่ไม่พบ  จึงรีบกลับไปกรุงเยรูซาเล็มอีกเที่ยวตามหาอยู่สามวัน  จึงพบพระกุมารประทับอยู่ในพระวิหารท่ามกลางบรรดาอาจารย์ทั้งหลาย  กำลังฟังและไต่ถามอาจารย์เหล่านั้นอยู่  คนทั้งปวงที่ได้ยินที่ได้ฟังต่างก็พิศวงในสติปัญญาและคำตอบของพระกุมารยั้น  ฝ่ายบิดามารดาเห็นก็ประหลาดใจ  มารดาจึงกล่าวว่า  “ลูกเอ๋ย     ทำไมจึงทำเช่นนี้  ดูซิ  พ่อกับแม่ตามหาลูกด้วยความเป็ฯห่วงยิ่ง”  พระกุมารตอบว่า  “คุณพ่อคุณแม่ตามหาลูกทำไม  ?   ไม่ทราบหรือว่าลูกจะต้องกระทำภารกิจของพระบิดา  ?”  แต่บิดามารดาไม่เข้าใจคำตอบนี้  แล้วพระกุมารก็กลับไปนาซาแร็ธกับบอดามารดาและอยู่ใต้โอวาทของท่านทั้งสอง  ฝ่ายพระมารก็เก็บเรื่องนี้เอาไว้ในใจและพระกุมารก็เจริญเติบโตขึ้นทั้งสติปัญญาและวัยวุฒิ  เป็นที่พอพระทัยของพระเป็นเจ้า  และของเพื่อนบ้าทุกคน”  (ลก. 2,42 – 52)

            จากเหตุการณ์นี้ทำให้เราเห็นพระกุมารกำลังทำหน้าที่ต่อบิดามารดาในสองระดับคือ  1)  ต่อพระบิดา  คือ  พระเป็นเจ้าในสวรรค์และ  2)  ต่อบิดามารดา  คือพระนางมารีอาและนักบุญยอแซฟในโลกนี้  หน้าที่ต่อพระบิดาในสวรรค์ต้องมาก่อน  เพราะพระองค์ทรงเป็นพระบิดาเที่ยงแท้นิรันดรของพระองค์  ส่วนหน้าที่ต่อพระนางมารีอาและนักบุญยอแซฟมาทีหลัง  เพราะท่านทั้งสองเป็ฯบิดามารดาของพระองค์ในโลกนี้  พระกุมารจึงตอบว่าพระองค์ต้องทำภารกิจของพระบิดา  และแล้วก็ทำหน้าที่บิดามารดา  คือกลับไปนาซาแร็ธกับท่าน  และอยู่ใต้โอวาทของท่าน

  1. หน้าที่เอกของลูกจึงได้แก่ความนบนอบเชื่อฟังบิดามารดา  เป็นต้น  เมื่อลูกๆ ยังอยู่กับท่าน  พระคัมภีร์ยังเตือนย้ำถึงหน้าที่นี้อยู่บ่อยๆ  เช่น  “ลูกเอ๋ย  จงถือบัญญัติของพ่อเจ้า  และอย่าละทิ้งคำสั่งสอนของแม่เจ้ามัดมันติดไว้ในใจเจ้าเสมอ  เมื่อเจ้าเดินมันจะนำเจ้า  เมื่อเจ้านอนมันจะเฝ้าเจ้า  เมื่อเจ้าตื่นมันจะพูดกับเจ้า”  (สภษ. 6,20 – 22)  และ  เด็กๆทั้งหลาย  จงนบนอบพ่อแม่ของเจ้าในทุกสิ่งทุกอย่าง  เพราะการกระทำเช่นนี้พอพระทัยพระเป็นเจ้า”  (คส. 3,20)

หน้าที่ต่อมาของลูกต่อบิดามารดาก็คือความกตัญญูรู้คุณ  เพราะท่านเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดในโลกนี้  เป็นผู้ให้กำเนิดลูกมา  เลี้ยงดูอบรมสั่งสอน  ปกป้องคุ้มครองจนเติบใหญ่  “จงนับถือดามารดาของเจ้าด้วยความเคารพเหนือเกล้า  จงอย่าลืมมารดาที่ให้กำเนิดเจ้ามาด้วยความเจ็บปวด  อย่าลืมว่าท่านทั้งสองเป็นผู้บังเกิดเกล้า  พระคุณของท่านต่อเจ้านั้นจะหาอะไรมาทดแทนได้  ?”  (บสร. 7,27 – 28)  ความกตัญญูรู้คุณนี้แสดงออกด้วยการให้ความช่วยเหลือพ่อแม่ทั้งทางกายและทางใจ  เป็นต้นในยามท่านแก่ชรา  เจ็บป่วย  อยู่โดดเดี่ยว  หรือประสบความยากลำบากใดๆ

  1. ลูกๆยังต้องเคารพบิดามารดาของตนอยู่เสมอ  ให้เกียรติท่านยกย่องท่านไว้มนที่สูง  ไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการลบหลู่ดูหมิ่น  แม้ด้วยวาจา  หนังสือบุตรสิรากล่าวว่า  “พระเจ้ายกย่องบิดามารดารเหนือบุตร  ทรงสนับสนุนสิทธิของบิดามารดาเหนือบุตร  บุตรที่เคารพนับถือบิดาก็ใช้หนี้บาปของตน  บุตรที่ให้เกียรติมารดาก็เท่ากับสะสมทรัพย์สมบัติไว้  ใครเคารพนับถือบิดาก็จะประสบความสุขสันต์หรรษากับบุตรของตนเอง  ในวาระที่เขาภาวนาอ้อนวอนพระเจ้าก็จะสดับฟัง  บุตรที่ให้เกียรติบิดาจะมีอายุยืน  บุตรที่เชื่อฟังพระเจ้าจะทำให้มารดาชื่นใจ  (บสร. 3,2 – 6)

เมื่อเราเคารพนับถือบิดามารดา  เราก็ต้องเคารพนับถือญาติพี่น้องของเราด้วย  เป็นต้นพี่น้องที่คลานตามกันมา  จงทำให้บ้านมีสันติด้วยการรักใคร่ปรองดองกันระหว่างพี่น้อง  ไม่ทะเลาะเบาะแว้งแก่งแย่งชิงดีกันอันจะทำให้พ่อแม่หนักใจ  และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจงทำตนเป็นลูกที่ดี  ประพฤติดี  มีสัมมาอาชีพ  ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมและมีศรัทธากล้าแข็งต่อพระเป็นเจ้าอยู่เสมอ  พ่อแม่จะได้ปลื้มใจที่ได้เห็นผลงานความสำเร็จในชีวิตของท่าน  คือเป็นผู้ให้กำเนิดทั้งกายและใจแก่ลูกๆตามหน้าที่ที่ท่านได้รับมาจากพระเป็นเจ้า  ท่านจะได้ตายตาหลับเหมือนผู้เฒ่าสิเมโอนที่กล่าวว่า  “บัดนี้ข้าพเจ้าหลับตาตายเป็นสุขได้แล้ว  เพราะตาข้าพเจ้าได้เห็นความรอดแล้ว”  (ลก. 2,29 – 30)

ขั้นที่ 4  ปฏิบัติ

  • ข้อควรจำ
  1. “จงนับถือบิดามารดา”
  2. “พระเยซูกลับไปนาซาแร็ธกับบิดามารดาและอยู่ใต้โอวาทของท่านทั้งสอง” (ลก. 2,51)
  3. “บุตรที่เกียรติบิดาจะมีอายุยืน บุตรที่เชื่อฟังพระเจ้าจะทำให้มารดารชื่นใจ”
  4. “อย่าลืมว่าท่านทั้งสองเป็นผู้บังเกิดเกล้า พระคุณของท่านต่อเจ้าจะเอาอะไรมาทดแทนไม่ได้”  (บสร. 7,28)
  5. จงทำตนเป็นลูกที่ดี ประพฤติดี  มีสัมมาอาชีพ  ตั้งมั่นในศีลในธรรม  และมีศรัทธากล้าแข็งต่อพระเป็นเจ้าอยู่เสมอ
  • กิจกรรม ให้ผู้เรียนกลับไปปฏิบัติหน้าที่ลูกที่ดีต่อพ่อแม่ที่บ้าน  นำสวดภาวนาเช้าค่ำที่บ้าน  และสอดแทรกภาวนาเพื่อพ่อแม่เป็นพิเศษ