ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCCESE

catepic04.jpg3. ใช้อย่างไรให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
ก. มากกว่าแค่การมอง
เด็กๆสามารถมองเห็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้นานตราบเท่าที่ดวงตาของเขาไม่เป็นอะไร การมองเป็นธรรมชาติและขึ้นอยู่กับเจตนา การมองเฉยๆโดยไม่มีเจตนาอาจจะไม่มีประโยชน์อะไรมากนัก แต่การมองแบบพินิจพิเคราะห์ มองแบบมีสติ มองแบบตั้งใจมอง จะทำให้ผู้มองเกิดการเรียนรู้ได้ ดังนั้นก่อนที่จะให้เด็กได้มองดูภาพอะไร เราควรที่จะให้คำอธิบายก่อนเพื่อเป็นแนวทาง การตั้งคำถามเป็นสิ่งที่จำเป็นและมีประโยชน์ในการที่จะช่วยให้เด็กๆได้ค้นพบความหมายของภาพนั้นๆ




ข. อย่ามากเกินไป

การนำเสนอภาพที่มากเกินไป และให้ดูอย่ารวดเร็วจะทำให้เด็กเกิดความเบื่อหน่าย ไม่เกิดประโยชน์ต่อการสอน เราควรนำเสนอเพียงสองหรือสามภาพที่มีคุณค่าเหมาะสมกับหัวเรื่องที่เราต้องการให้กับเด็กๆ เพราะจุดประสงค์ในการใช้ภาพของเราก็คือเพื่อให้การสอนของเราชัดเจนขึ้น หรือเพื่อเสริมการพูดของเรา เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องถ้าเราจะสอนคำสอนโดยการให้เด็กๆดูแต่รูปภาพเท่านั้น อันตรายอีกอย่างหนึ่งก็คือการให้เด็กดูภาพยนต์ หรือวีดีโอ โดยที่เราไม่ได้ให้คำแนะนำที่ดีเสียก่อน เพราะภาพยนต์นั้นมีความหมายเฉพาะเรื่องของมันที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ภาพเหล่านั้นจะดึงดูดเด็กๆไปสู่ความเคลื่อนไหวจากบทต่างๆในภาพยนต์ และพวกเขาจะไม่ฟังการสอนของครูเลย

ภาพที่ดีมีความหมายที่สุดก็คือภาพที่ยิ่งดูยิ่งทำให้เราเกิดความเข้าใจและความชื่นชม และทำให้เราอยากที่จะดูซ้ำแล้วซ้ำอีก ดูแล้วให้ข้อคิดใหม่ๆอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เรามองดูภาพหนึ่งภาพใดด้วยความตั้งใจ จิตใจของเราจะลงลึกลงไปสู่ความหมายทางจิตวิญญาณ เราต้องการให้เด็กๆของเราได้สำนึกว่าภาพต่างๆเหล่านี้มีความหมายมากกว่าแค่การมองอย่างผิวเผิน เราต้องฝึกเด็กของเราให้ไปไกลกว่าความงดงามที่เห็นภายนอก ภาพที่เราประดับอยู่ตามกำแพงอาจจะอยู่เป็นเดือนเป็นปี แต่เด็กๆอาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากภาพเหล่านั้นก็ได้ ถ้าเราไม่ชี้แนะให้พวกเขารู้จักมอง

ภาพที่ใช้ในการสอนคำสอนส่วนใหญ่เป็นภาพจากพระคัมภีร์ หรือภาพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในพระคัมภีร์ ซึ่งเราสามารถนำมาจากนิตยสารหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆก็ได้ ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการฝึกอบรมเพื่อความเชื่อ แต่จำเป็นที่จะต้องเลือกภาพให้เหมาะสมเช่นกัน และการที่จะเลือกภาพได้ดีและเหมาะสมนั้นครูจะต้องรู้จักพระคัมภีร์และอ่านพะรคัมภีร์อยู่เสมอๆ

รูปภาพมิใช่ของวิเศษที่จะรับประกันถึงความสำเร็จในการเรียนการสอน การสอนคำสอนมิใช่พอใจที่ให้เด็กๆ “ได้ดู” ภาพ แต่ต้องให้พวกเขาได้ “ปฏิบัติ” ภาพเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น แต่ภาพก็ยังไม่สามารถมาแทนที่ “กิจกรรม” ต่างๆที่ให้เด็กๆได้ลงมือทำงานด้วยตัวของเขาเอง และจากกิจกรรมนั้นได้โน้มนำจิตใจของพวกเขาไปสู่เรื่องของจิตวิญญาณ เราต้องช่วยเด็กๆของเราให้ก้าวหน้าขึ้นไป จากการมองไปสู่การคิด การคิดไปสู่การรำพึงตริตรอง ภาพเปรียบเหมือนบุรุษผู้นำทางของงานที่อยู่ภายในเท่านั้น


 

เนื้อหาและบทเรียน