1. ทำไมจึงต้องใช้รูปภาพ ?

1. ทำไมจึงต้องใช้รูปภาพ ?
ก. ความจำเป็นทางจิตวิทยา
          เราทุกคนคงยอมรับว่าเด็ก ๆ (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เอง) ชอบที่จะดูรูปภาพ รูปภาพช่วยดึงดูดความสนใจ ความตั้งใจ ช่วยให้เกิดความเข้าใจและความจำในข่าวสารที่เราต้องการสื่อให้พวกเขาได้ทราบ นอกจากภาพที่มองเห็นได้นี้ ยังเป็นธรรมชาติของคนเราไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ไม่ว่าเราจะได้ยินได้ฟังได้สัมผัสเรื่องอะไรมา เรามักจะสร้างภาพขึ้นในสมองของเรา (mental images) ภาพเหล่านี้ช่วยให้เราจดจำสิ่งต่าง ๆได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นภาพยังช่วยให้เราเกิดจินตนาการที่กว้างขว้างอย่างไร้ขอบเขตได้อีกด้วย

ข. ประโยชน์ทางการสอน
      โดยทั่วไปรูปภาพมีบทบาทในการสอนคำสอนสองประการคือ

1. นำเสนอให้เป็นปัจจุบัน
         รูปภาพช่วยเราให้ระลึกถึงบุคคล เหตุการณ์และความจริงที่เราไม่สามารถเห็นได้ในขณะนั้น หรือเพราะว่าอยู่ห่างไกล หรือเรื่องราวนั้นเกิดขึ้นมานานแล้ว เช่น ภาพของพระสันตะปาปาที่เสด็จมาเยี่ยมประเทศไทยเมื่อปี 1984 หรือในประเทศต่าง ๆ ภาพของพระสังฆราชที่โปรดศีลกำลังให้เรา หรือภาพงานบวชพระสงฆ์ในสังฆมณฑลต่าง ๆ เราสามารถรับรู้หรือมองเห็นได้โดยที่ไม่ต้องขยับตัวไปไหนเลย เช่นเดียวกันภาพของพระเยซูเจ้าขณะทรงเทศนา ภาพของแม่พระ ภาพการบังเกิดของพระเยซูเจ้า ภาพพระเยซูเจ้าทรงถูกตรึงกางเขน ฯลฯ เราสามารถนำมาแสดงให้เห็นในปัจจุบันนี้ได้ก็โดยการใช้รูปภาพ เป็นการนำเอาอดีตให้มาเป็นปัจจุบันได้อีกครั้งหนึ่ง ทำให้เราที่ได้เห็นได้ดูเกิดความรู้สึกที่ใกล้ชิดกับบุคคลหรือเหตุการณ์ที่เป็นอดีตนั้น ๆ

2. แสดงความจริงที่ซ่อนอยู่
          มีความจริงหลายอย่างที่ลำบากแก่การเข้าใจ และเราไม่สามารถแสดงออกมาด้วยคำพูด หรือการอธิบาย แต่ภาพที่ดี ๆ สักภาพหนึ่งอาจจะช่วยทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ พระเยซูเจ้าเองได้ทรงใช้วิธีนี้  พระองค์ทรงอธิบายความจริงเรื่องของเมืองสวรรค์ด้วยการเล่าเป็นเรื่องเปรียบเทียบ ดังเช่น เมืองสวรรค์ อุปมาเหมือนงานเลี้ยงในพิธีอภิเษกของพระโอรส (มธ. 22:2)

          รูปภาพช่วยให้สมองของเราได้รับรู้ความจริง และช่วยเชื่อมโยงข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ที่อยู่ห่างไกลเกินไป ยากเกินไป หรือคลุมเครือเกินไป ให้เราสามารถเข้าใจได้ ทำให้หัวของเราเกิดความคิดด้วยความเข้าใจในรูปแบบของเราเอง

          แต่รูปภาพอย่างเดียวอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เราต้องพยายามทำความเข้าใจด้วยสติปัญญาของเราเองด้วย เราไม่สามารถตีความข้อคำสอนได้อย่างอิสระ หรือตามใจชอบ เราจะต้องมีหลักเกณฑ์จากข้อคำสอนของพระศาสนจักรเพื่อจะตัดสินว่ารูปภาพต่าง ๆ เหล่านั้นถูกต้องหรือไม่อีกด้วย สิ่งที่สำคัญก็คือ เราต้องจดจำไว้ว่าความจริงเกี่ยวกับพระเจ้าหรือรหัสธรรมแห่งความรอดนั้นยิ่งใหญ่เหนือภาพใดทั้งหมด และความเชื่อของเรานั้นจะต้องไม่ยึดติดอยู่กับภาพหนึ่งภาพใดเท่านั้น การเห็นก็เป็นเรื่องหนึ่ง ความเข้าใจก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง และความเชื่อก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง