นำแนะนำในการใช้ดนตรีและบทเพลง
นำแนะนำในการใช้ดนตรีและบทเพลง
ข้อแนะนำ 4 ประการก่อนที่ครูจะใช้บทเพลงหรือดนตรีในการภาวนากับเด็กๆ
1.ทำความรู้จักบทเพลงที่จะนำมาใช้ให้ดีเสียก่อน เช่น เรื่องของจังหวะ ตอนไหนเร็ว ตอนไหนช้า ตอนไหนควรเบาหรือดัง มีกี่ประโยค แต่ละประโยคมีความหมายอะไร ท่อนรับเป็นอย่างไร คำไหนเป็นคำที่สำคัญของบทเพลง เป็นบทเพลงที่เล่าเรื่องราวหรือเพลงเพื่อการรำพึง เพลงนี้ทำท่าประกอบหรือมีการเคลื่อนไหวได้หรือไม่ เพลงนี้เด็ก ๆ จะชอบหรือเปล่านะ เพลงนี้สอนอะไรเรา ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกอย่างไร
2.ขั้นต่อมาคือ การตัดสินใจเลือกวิธีการนำสอน คือ เริ่มจากการจูงใจให้เด็ก ๆ สนใจในบทเพลงที่ครูจะสอน ครูเตรียมคำพูดที่ให้เด็ก ๆ เห็นถึงความงดงามของบทเพลงหรือประโยชน์ของบทเพลงที่เรากำลังจะร้องหรือฟังกัน เกริ่นนำถึงความหมายของเพลงจากนั้นครูจะใช้วิธีการเปิดซีดีหรือร้องเพลง ให้เด็ก ๆ ได้อ่านเนื้อหาของเพลงเน้นคำที่มีความหมายเป็นพิเศษในบทเพลงนั้น ให้เด็กฟังพร้อมกับเคาะจังหวะหรือปรบมือตามจังหวะเพลง เมื่อเด็กคุ้นเคยแล้วค่อย ๆ ให้ร้องพร้อม ๆ กันจากนั้นให้คิดถึงท่าทางหรือการเคลื่อนไหวแล้วทำพร้อมๆกัน
3.เมื่อคิดขั้นตอนการนำเสนอแล้วจึงลงมือปฏิบัติการ ครูต้องตรวจสอบเรื่องเครื่องเสียง ความดังของเสียงที่ทำให้เด็กทุกคนได้ยินอย่างทั่วถึงไม่เบาหรือดังจนเกินไป สังเกตความสนใจของเด็กๆ ตอนไหนยากหรือยาก ตอนไหนร้องผิดกันมากๆตอนไหนที่เด็กๆชอบ ตอนไหนที่เด็กสนุก ครูควรมีเนื้อเพลงให้เด็ก ๆ ได้ดูด้วย และเมื่อให้เด็กไตร่ตรองจากเนื้อเพลงเขาจะได้ขีดเขียนคำหรือวลีหรือประโยคที่เขาประทับใจ
4.ในการเตรียมการใช้เพลงและดนตรีเพื่อการภาวนานี้ ครูควรกระทำจนเด็ก ๆ คุ้นเคยกับกระบานการนำเสนอของครู บางครั้งครูอาจจะใช้เพลงเดิมที่เคยใช้แล้วเด็กชื่อชอบมาใช้ร้องพร้อม ๆ กันอีกก็ได้ เพราะเพลงถ่ายทอดเนื้อหาที่มีคุณค่าต่อการดำเนินชีวิต ทำให้จิตใจสดชื่น และโน้นน้าวจิตใจของเด็ก ๆ ให้มุ่งไปหาแต่สิ่งที่ดีงาม เพลงเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้จิตใจผ่อนคลาย เพลงและดนตรีช่วยยกจิตวิญญาณของเราขึ้นไปหาพระเจ้า
เรื่องชวนคิด
1. จากประสบการณ์ของครูเอง บทเพลงช่วยทำให้ครูได้ภาวนาดีขึ้นอย่างไรบ้าง
2. การขับร้องทบเพลงในวัดของครูเป็นอย่างไรบ้าง การขับร้องในวัดช่วยทำให้ครูภาวนาได้ดีขึ้นหรือไม่อย่างไร
3. ครูรู้สึกอย่างไรที่เห็นเด็ก ๆ ของเราติดเพลงกันมาก และครูคิดอย่างไรถ้าเราเอาเพลงที่เด็กๆชื่นชอบมาใช้ในการเรียนคำสอน
เรื่องที่ควรทำ
1. ถ้าครูไม่ชำนาญเรื่องเพลงหรือไม่คุ้นเคยกับเพลงสมัยใหม่ก็ให้ครูได้สอบถามคนที่รู้เรื่องดีๆขอคำแนะนำจากเขา หรือถามเด็ก ๆ ในชั้นของเราก็ได้ว่าตอนนี้เขาชอบเพลงของใครชอบร้องหรือฟังเพลงอะไร แล้วหาเวลาเงียบ ๆ ฟังเพลงนั้นหลาย ๆ รอบ หาเนื้อเพลงเพื่อศึกษาถ้อยคำ เปิดใจและสติปัญญารับฟังเพลงนั้น (แม้จะไม่ตรงสเป็กของครู) จับประเด็นสำคัญของเพลงให้ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นคำที่ร้องซ้ำ ๆ จากนั้นลองประเมินภาพรวมของเพลงหลังจากได้ฟังเพลงนั้นอย่างดีแล้ว (ครูอาจจะไม่ชอบเพลงนี้ แต่เด็กชอบนะครับ) จากนั้นให้ครูเขียนความรู้สึกที่ได้รับจากการฟังเพลงบทนี้ และคิดต่อไปว่าพระวาจาของพระเจ้าตอนใดที่ตรงกับเนื้อหาของบทเพลงนี้บ้างและครูเองจะจับประเด็นไหมในบทเพลงนี้มาสอนลูกศิษย์ของครู
2. ถ้ามีเพลงอะไรที่ตรงกับเนื้อหาคำสอน ให้ครูได้เตรียมเพลงพร้อมเครื่องเล่นให้พร้อม แล้วลองคิดท่าทางประกอบบทเพลงเพื่อจะได้ร้องและทำท่าทางพร้อม ๆ กัน
3. ช่วยกันทำให้การขับร้องเพลงในวัดเป็นเครื่องมือเพื่อให้ผู้ร่วมพิธีเกิดความศรัทธา และมีส่วนร่วมอย่างมีชีวิตชีวา ครูอาจจะใช้เพลงในพิธีมิสซาฯมาใช้สอนก่อนการร่วมพิธีมิสซาฯก็ได้ เป็นการเตรียมจิตใจที่ดี


































