Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

การให้การอบรมเด็กๆ ของเรา
        เด็กๆ ควรได้รับการฝึกอบรมให้รู้สึกถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของเรา ต้องให้เขาเกิดความรับรู้ว่าพระเจ้าทรงรักเขาโดยผ่านทางบุคคลต่างๆ การให้เกิดสำนึกเช่นนี้ไม่เพียงแต่ให้เด็ก ๆ เกิดความรู้สึกสำนึกในบุญคุณของพระเจ้าและขอบพระคุณพระเจ้าหรือสรรเสริญพระเจ้าเท่านั้น          แต่การฝึกอบรมเช่นนี้จะทำให้เด็กๆ เกิดความรักตนเอง ที่เขารักตนเองเพราะเขาสำนึกว่าพระเจ้าทรงรักเขา ผลที่จะเกิดต่อไปคือเขาจะต้องใช้ชีวิตที่พระเจ้าให้ หรือพระพรที่พระเจ้าประทานให้อย่างรู้คุณค่าและหาทางตอบแทนพระคุณของพระองค์ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง

ตัวอย่างในการสร้างจิตสำนึกนี้กับเด็กๆ ของเรา
         ถ้าเด็กๆ ของเราสามารถทำอะไรได้ประสบผลสำเร็จ แทนที่เราจะชมเชยยกย่องเขาตามปกติแล้ว      เราควรที่จะสอนเขาให้รู้จักขอบพระคุณพระเจ้าที่ได้ประทานโอกาสให้เขาได้แสดงความสามารถ  ครูอาจจะใช้พระคัมภีร์คำภาวนาของแม่พระในลูกา 1:46;49 ให้เขาภาวนา “วิญญาณข้าพเจ้าประกาศความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า...พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า” คือการสอนให้มีใจสุภาพและถวายความดีหรือความสำเร็จให้พระเจ้า

          เมื่อเผชิญกับความยากลำบากหรือความทุกข์เราควรให้กำลังใจเด็กๆ ของเรา ว่าพระเจ้าทรงเป็นที่หลบภัยของเรา พระเจ้าทรงเป็นที่พึ่งของเรา ให้เราไว้วางใจในความรักของพระองค์

           ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ ความสามารถ ความคาดหวัง ความใฝ่ฝันในชีวิต ทุกกรณีนำเราให้เข้าหาพระเจ้าด้วยการภาวนาได้ทั้งนั้น หน้าที่ของเราคือช่วยเด็กๆ ของเราให้สามารถภาวนาได้อย่างมีสำนึกในทุกกรณีของชีวิต บทสดุดีที่ 139 สะท้อนให้เห็นถึงความจริงในเรื่องนี้(ให้อ่าน)