Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn
150 เม็ด
ครูคำสอน
:   สวัสดีนักเรียนทุกคน วันนี้ครูมีคำถามมาให้พวกเธอได้ตอบกัน ดูซิว่าใครจะตอบครูได้บ้าง
นักเรียนชาย : ดีครับ วันนี้พวกเราจะต้องชนะครูแน่ๆเลยครับ
นักเรียนหญิง :พวกเราก็จะเอาชนะครูและพวกเด็กผู้ชายด้วยค่ะ
ครู :              ดี..ดี…แต่เราอย่าหวังที่จะเอาแพ้เอาชนะกันเลย เพราะอย่างไรก็ตามครูก็แพ้พวกเธออยู่แล้ว เพราะอะไรรู้ไหม…พวกเธอเคยได้ยินไหม…ผิดเป็นครู…อย่างไง คนที่ผิดจะ ชนะได้อย่างไร ใช่ไหมนักเรียน
นักเรียน :      (หัวเราะ)
ครู :             สายประคำทั้งหมดมีลูกประคำทั้งหมดกี่เม็ด
นักเรียน :      59 เม็ดครับ/ค่ะ นักเรียนตอบพร้อมกันเสียงดัง
ครู :              เก่งมาก แล้วใครรู้บ้างแต่ก่อนมีการสวดสายประคำกันกี่เม็ด
นักเรียน :      (เงียบหมด เพราะไม่มีใครรู้)

ครู :             ดีแหละ คราวนี้ครูชนะบ้างล่ะ ครูจะเล่าประวัติของสายประคำให้เธอฟังก่อน แล้วจะมี
คำถามให้ตอบในตอนท้าย คราวนี้มีรางวัลให้ด้วย  ความคิดเกี่ยวกับสวดสายประคำนี้มีมานานแล้ว เมื่อก่อนนั้น เฉพาะคนที่มีการศึกษา  แล้วก็พวกนักพรตนักบวชพระสงฆ์เท่านั้นที่อ่านเขียนหนังสือได้ เพราะยังไม่มีการ พิมพ์ จึงไม่มีหนังสือให้คนได้อ่านกันเหมือนคนในสมัยของเรานี้ รวมทั้งหนังสือสวดภาวนาด้วย

นักเรียน :     แล้วพวกพระสงฆ์นักบวชสวดภาวนากันอย่างไรครับ เมื่อยังไม่มีการพิมพ์หนังสือ

ครู :            สมัยนั้นเขาใช้การคัดลอกด้วยลายมือ พวกพระสงฆ์นักบวชเขาคัดลอกหนังสือสวดกันเป็นเล่มๆเลย เขียนกันด้วยลายมือนี่แหละ แล้วลายมือของคนในสมัยนั้นก็สวยน่าดู ไม่เหมือนพวกเธอในสมัยใหม่นี้หรอก

นักเรียน :     ครูเล่าต่อเถอะค่ะ อย่าเปรียบเทียบกระทบกันเลย
ครู :            สมัยนั้น พระสงฆ์นักบวชสวดภาวนาจากบทสดุดีกันทุกวัน
นักเรียน :     แล้วบทสดุดีมันคืออะไร
ครู :            ก็คือหนังสือเล่มหนึ่งที่อยู่ในพันธสัญญาเดิมหรือพระธรรมเก่านั่นเอง พระสงฆ์นักบวชต้องอ่านพระคัมภีร์กันทุกวัน เมื่อบรรดาคนทั่วไปเห็นพระสงฆ์นักบวชสวดบทสดุดีกันทุกวันเช่นนี้ พวกเขาอยากที่จะสวดบ้าง จึงร้องขอให้สอนพวกเขาให้สวดภาวนาประจำวันบ้าง

นักเรียน :   พวกเขาน่าจะเข้าไปบวชเสียก็สิ้นเรื่อง..ครูครับแล้วบทสดุดีมีจำนวนเท่าไรครับ ยาวไหม
ครู:          ก่อนอื่น การสวดภาวนามิใช่เป็นเรื่องของพระสงฆ์นักบวชเท่านั้น ฆราวาสอย่างเราก็ต้องสวดเหมือนกัน ส่วนบทสดุดีนั้นมีทั้งหมด 150 บท แต่ละบทมีความยาวไม่เท่ากัน สั้นบ้างยาวบ้างเหมือนพวกเธอนั่นแหละ บางคนสูงบางคนต่ำ

นักเรียน : 150 บทนี้จะสวดไหวหรือค่ะ
ครู :        ก็นี้แหละ เข้าประเด็นเลย..ก็เพราะว่าบทสดุดีมีถึง 150 บท แล้วใครจะจำได้หมดทุกบทล่ะโชคดีที่มีนักบวชสมองใสปิ๊งความคิดขึ้นได้ว่าเราน่าจะให้สัตบุรุษสวดบทภาวนาที่พวกเขาสวดขึ้นใจได้แล้วแทนบทสดุดีที่พวกพระสงฆ์นักบวชต้องสวด ดังนั้นจึงแนะนำให้สวดบท ข้าแต่พระบิดา 150 ครั้ง แทนบทสดุดี  150 บท

นักเรียน : แล้วพวกเขานับกันอย่างไรครับตั้ง 150 ครั้ง นิ้วมือนิ้วเท้ามีแค่ 20 เท่านั้น
ครู :         จากประวัตินะ เริ่มแรกพวกเขาเอาลูกปัดหรือก้อนหินเล็กๆใส่ถุงไว้ 150 เม็ดเวลาสวดบทหนึ่งก็หยิบออกมาเม็ดหนึ่ง ทำนองนี้แหละ

นักเรียน : แล้วมีใครสวดบทหนึ่งหยิบมา 4 หรือ 5 เม็ดบ้างไหมครับ
ครู :         นี้เธอ..คิดได้อย่างไร… เรื่องขี้โกงนี้….ถนัดนัก…ไม่มีหรอก ต่อมามีคนคิดประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่โดยเอาเชือกมาเส้นหนึ่งแล้วขมวดเป็นปมให้ได้ 150 ปมแล้วก็ใช้สวดแทนถุงลูกปัดแต่เดิมซึ่งดูจะสะดวกกว่ามากใช่ไหม และต่อมาการสวดก็ลดลงเหลือแค่ 50 บท แต่ก็มีผู้ที่ศรัทธาบางคนได้เริ่มสวดบทวันทามารีอา ต่อไปจะเป็นอย่างไรพบกันใหม่ครั้งต่อไปนะนักเรียนทุกคน

นักเรียน :  กำลังสนุกเชียวครับคุณครู คราวหน้าอย่าลืมเล่าให้จบนะครับ
นักเรียนหญิง : อดตอบคำถามเลย แย่จัง รางวัลก็ไม่ได้
ครู :      เอาแหละคราวหน้าเจอกันใหม่ มีรางวัลให้แน่ๆ ไม่ต้องห่วง