Black Ribbon

www.kamsondeedee.com

รายการโทรทัศน์คาทอลิก

catholic multimedia

สถิติการเยี่ยมชม

004994035
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1307
1298
1307
1751744
46078
68604
4994035
Your IP: 54.156.60.28
2017-07-23 19:45

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

เหตุผล 8 ประการที่เราต้องไปร่วมมิสซา
เหตุผล 8 ประการที่เราต้องไปร่วมมิสซา

        "มิสซาน่าเบื่อ” “ฉันไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการไปร่วมมิสซาเลย” “ทำไมต้องไปวัดด้วย” “สวดภาวนาอยู่ที่บ้านไม่ได้หรือ” ความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องปรกติที่เรามักจะได้ยินหรือแม้แต่เราเองก็เคยรู้สึกเช่นนี้บ้างล่ะ เป็นต้นบรรดาเยาวชนรวมถึงบรรดาผูใหญ่หลายๆท่านด้วยเช่นกัน แล้วเราจะตอบความรู้สึกเช่นนี้ว่าอย่างไร


พระเยซูตรัสว่า “จงทำดังนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด’ (ลูกา 22:19)
“ถ้าท่านคิดจริงๆว่าท่านคือใคร พระเจ้าคือใคร และท่านได้ขอบพระคุณพระองค์มากน้อยเพียงไร ท่านคงมาร่วมมิสซา มิสซาจะกลายเป็นบ่อเกิดและศูนย์กลางชีวิตจิตของท่าน” (เจมส์ สเตนสัน)

         มีความรู้สึกที่เกิดโดยเฉพาะบรรดาเยาวชนแต่ก็ยังคงเกิดขึ้นกับบรรดาผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน พระสังฆราชฟูลตัน เจ. ชีน เมื่อท่านได้นำการเข้าเงียบให้บรรดาเด็กวัยรุ่น ครั้งหนึ่งท่านได้เทศน์ถึงความหมายของพิธีมิสซา ท่านกล่าวว่า “ถ้าเธอไม่ได้อะไรเลยจากการไปร่วมมิสซา นั้นเป็นเพราะว่าเธอตั้งความหวังต่อมิสซาไม่ถูกต้อง” มิสซาไม่ใช่เรื่องของการบันเทิงสนุกสนาน แต่เป็นการนมัสการพระเจ้าผู้ทรงสร้างเรามาและทรงช่วยเหลือเราให้รอดพ้นจากบาปและความตาย มิสซาเป็นโอกาสให้เราได้สรรเสริญพระเจ้าและขอบพระคุณพระองค์สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ได้ทรงกระทำเพื่อเรา

        พระสังฆราชชีนยังกล่าวอีกว่า ถ้าเรามีความเข้าใจมิสซาที่ถูกต้อง มิสซาจะกลับมีความหมายต่อชีวิตของเรามากยิ่งขึ้น เราจะมีต้องการที่จะไปร่วมมิสซาอย่างแน่นอน เราจะต้องเข้าใจว่าทำไมมิสซาจึงเป็นของขวัญทรงคุณค่าของพระเจ้าที่ทรงมอบให้เรา และเราจะไม่มีวันปฏิเสธของขวัญนี้ได้ ต่อไปนี้เป็นเหตุผล 8 ประการที่เราต้องไปร่วมมิสซา

1. พระบัญชาของพระเจ้า
       พระบัญญัติประการที่สามที่พระเจ้าประทานให้โมเสส “อย่าลืมฉลองวันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์” (อพยพ 20:8)

2. พระบัญชาของพระคริสตเจ้า  
ทำไมเราจึงต้องทำให้วันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์โดยการไปร่วมมิสซาฯ?
      พระเยซูเจ้าทรงจัดตั้งมิสซาในขณะที่พระองค์ทรงรับประทานอาหารค่ำครั้งสุดท้ายกับบรรดาอัครสาวก ก่อนที่จะไปรับโทษตรึงบนไม้กางเขน “อาหารค่ำครั้งสุดท้ายคือมิสซาฯแรกที่เกิดขึ้น”
“เมื่อถึงเวลา พระเยซูเจ้าประทับที่โต๊ะพร้อมกับบรรดาอัครสาวก..พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ทรงขอบพระคุณ ทรงบิขนมปังประทานให้บรรดาศิษย์ ตรัสว่า ‘นี่เป็นกายของเราที่ถูกมอบเพื่อท่านทั้งหลาย จงทำดังนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด” (ลก. 22:14,19)
เมื่อเราร่วมเฉลิมฉลองพิธีมิสซา เราได้กระทำซ้ำพิธีเลี้ยงอาหารค่ำอย่างที่พระเยซูได้บัญชาเราให้กระทำ ในการกระทำเช่นนี้ เราย้อนระลึกถึงและกระทำซ้ำถึงความรักของพระองค์ที่มีต่อเราบนไม้กางเขน (คือการยอมรับเอาบาปต่างๆ ของเราไว้กับตัวพระองค์เองเพื่อให้เราได้เป็นอิสระจากพันธนาการของบาป ซึ่งเป็นความรอดพ้น: ผู้เรียบเรียง) ถ้าเราติดตามและปฏิบัติตามพระบัญชาของพระองค์ เราก็จะมีชีวิตอยู่กับพระองค์ตลอดไป

3. คำสั่งของพระศาสนจักร
        พระศาสนจักรสอนว่าเราต้องปฏิบัติตามพระบัญชาของพระเยซู (“จงทำดังนี้เพื่อระลึกถึงเราเถิด”) โดยการมาร่วมพิธีมิสซาในวันอาทิตย์ (หรือคืนวันเสาร์) คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก อธิบายว่าการไปร่วมพิธีมิสซาและวันฉลองบังคับเป็นข้อแรกในห้าข้อของพระบัญญัติของพระศาสนจักร พระบัญญัติประการนี้ยังเรียกร้องให้ไปรับอภัยบาปอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และรับศีลมหาสนิทอย่างน้อยหนึ่งครั้งในกำหนดปัสกา และให้อดอาหารและอดเนื้อในวันที่กำหนด สุดท้าย ให้เราทุกคน บำรุงพระศาสนจักรตามความสามารถ พระบัญญัติเหล่านี้เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นอย่างน้อยถึงความรับผิดชอบที่เราคาทอลิกจะต้องกระทำ การไม่ปฏิบัติตามเป็นความผิดของเราต่อคำสอนของพระศาสนจักรซึ่งถือว่าเป็นบาปหนัก

4. พระศาสนจักรทำหน้าที่ในอำนาจของพระเยซูเจ้า
ทำไมเราต้องนบนอบเชื่อฟังคำสอนของพระศาสนจักร พระศาสนจักรเอาอำนาจมาจากไหน
       แน่นอนพระศาสนจักรรับอำนาจมาจากพระเยซูเจ้าเอง ในมัทธิว 16:18-19 พระเยซูเจ้าทรงแต่งตั้งนัดบุญเปโตรให้เป็นหัวหน้าของพระศาสนจักร เป็พระสันตะปาปาพระองค์แรก พระองค์ทรงให้นักบุญเปโตรและพระศาสนจักร มีหน้าที่เป็น “กุญแจเปิดประตูแห่งพระอาณาจักรสวรรค์”  

“เราบอกท่านว่า ท่านคือศิลาและบนศิลานี้ เราจะตั้งพระศาสนจักรของเราประตูนรกจะไม่มีวันชนะพระศาสนจักรได้ เราจะมอบกุญแจอาณาจักรสวรรค์ให้ ทุกสิ่งที่ท่านจะผูกบนแผ่นดินนี้ จะผูกไว้ในสวรรค์ด้วย ทุกสิ่งที่ท่านจะแก้ในแผ่นดินนี้ ก็จะแก้ในสวรรค์ด้วย”
อำนาจของพระศาสนจักรในเรื่องความเชื่อและหลักศีลธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะอำนาจของพระเยซูเจ้าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

5. เราทำอะไรในพิธีมิสซา
      มิสซาเป็นอันดับหนึ่งของการถวายบูชาสักการะ – เป็นการถวายบูชาสักการะที่สมบูรณ์แบบ เพราะเป็นการกระทำของพระเยซูเจ้าเอง โดยผ่านทางพระสงฆ์เราถวายพระเยซูเจ้า ทั้งพระกายและพระโลหิตของพระองค์แด่พระบิดาเจ้า อย่างที่พระเยซูเจ้าทรงถวายตัวพระองค์แด่พระบิดาบนไม้กางเขน ด้วยวิธีที่ไม่ต้องมีการหลั่งโลหิต เราได้กระทำซ้ำเหตุการณ์นี้ในพิธีมิสซา ในพิธีมิสซาเราทำให้เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเป็นปัจจุบันอีกครั้งหนึ่ง พระเยซูสิ้นพระชนม์และกลับคือชีพในทุกๆ มิสซาที่พระสงฆ์ถวาย ในพิธีมิสซา เราสรรเสริญ เราเสียใจสำหรับบาปต่างๆ ของเรา และในเวลาเดียวกันเรามีอะไรมากมายที่จะต้องขอบคุณพระเจ้า

       มิสซายังเป็นการทานเลี้ยงอาหารด้วย ในการเสกของพระสงฆ์และด้วยฤทธิ์อำนาจของพระจิตเจ้าขนมปังและเหล้าองุ่นได้กลับกลายเป็นพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้า สิ่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ แต่เป็นพระกายและพระโลหิตของพระคริสตเจ้าอย่างแท้จริง แต่ยังคงปรากฏอยู่ภายใต้รูปปรากฏของปังแกละเหล้าองุ่น เมื่อเรารับศีลมหาสนิท เราจึงได้รับเอาพระเยซูเจ้าเองเข้ามาประทับอยู่ในตัวของเรา พระองค์ทรงเป็นอาหารฝ่ายจิตวิญญาณของเรา พระองค์ตรัสอย่างเรียบง่ายว่า “เพราะเนื้อของเราเป็นอาหารแท้ และโลหิตของเราเป็นเครื่องดื่มแท้ ผู้ที่กินเนื้อของเรา และดื่มโลหิตของเรา ก็ดำรงอยู่ในเรา และเราก็ดำรงอยู่ในเขา (ยอห์น 6:55-56)

ศีลมหาสนิทมีประโยชน์อะไร
        ศีลมหาสนิทช่วยทำให้ความสนิทสัมพันธ์ของเรากับพระเยซูคริสต์เพิ่มมากขึ้น พระองค์ประทับอยู่ในเราด้วยวิธีการพิเศษนี้ ศีลมหาสนิทยังเป็นยาช่วยชำระบาปเบาของเรา (บาปหนักจำเป็นต้องไปรับศีลอภัยบาป) ศีลมหาสนิทประทานพระหรรษทานเพื่อช่วยเราให้หลีกหนีบาป เพิ่มความรักต่อพระเจ้าและเพื่อนบ้าน

6. ทำไมเราจึงต้องมานมัสการพระเจ้าร่วมกับคนอื่น
        พระเจ้าทรงสร้างเราให้มีชีวิตทางสังคม พระองค์ปรารถนาให้เรามานมัสการพระองค์เป็นหมู่คณะ พระองค์ตรัสว่า “ที่ใดมีสองหรือสามคนชุมนุมกันในนามของเรา เราอยู่ที่นั่นในหมู่พวกเขา” (มธ. 18:20)

7. ถ้าเราไม่ได้ร่วมมิสซาผลที่จะตามมาจะเป็นอย่างไร
        เจมส์ สเตนสัน แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า “ บรรพชนของเราได้เสี่ยงต่อการเบียดเบียนต่าง ๆ นานา เสี่ยงแม้กระทั่งความตายเพื่อจะได้มีโอกาสร่วมพิธีมิสซา ต่อไปเมื่อเธอมีลูก เธอจะต้องการพระหรรษทานและพละกำลังจากพิธีมิสซาเพื่อการอบรมเลี้ยงดูลูกๆ ของเธอ แต่ถ้าเธอพลาดในเรื่องนี้ไป เธอไม่สนใจหรือไม่เอาใจใส่เรื่องของการไปร่วมพิธีมิสซา เธอก็จะกระทำสิ่งที่ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งต่อลูกๆ ของเธอและต่อพระเจ้า เธอมีส่วนสำคัญที่จะสร้างคนรุ่นใหม่ และเธอเองก็มองเห็นอนาคตของคนรุ่นใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร ความเชื่อศรัทธาได้ช่วยค้ำจุนครอบครัวของเธอมามาหลายชั่วคน นี้จึงเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ของเธอ และเธอจะต้องตอบพระเจ้าสำหรับเรื่องนี้”  

8. ประโยชน์ของมิสซา
ถ้าเราให้เวลาพระเจ้า พระองค์จะช่วยเราให้ได้รับประโยชน์มหาศาลจากการไปร่วมมิสซาและการรับศีลมหาสนิท เจมส์ สเตนสัน เขียนไว้ว่า “จงมีความพากเพียรอดทน จงไปร่วมมิสซาด้วยท่าทีของการภาวนาและการขอบพระคุณ และเธอจะได้รับผลทางจิตใจที่ยิ่งใหญ่ เธอจะได้รับ ความบรรเทาใจ ความมั่นใจ สันติสุข ความสุขลึกๆในใจ และพลังทางจิตใจเพื่อต่อสู้กับสิ่งท้าทายในชีวิตของเธอ

         คุณแม่เทเรซาบันทึกไว้ว่า “พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าของฉัน พระเยซูทรงเป็นคู่ชีวิตของฉัน พระเยซูคือชีวิตของฉัน พระเยซูทรงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงไม่เคยมีความกลัวใดทั้งสิ้น” คุณแม่เทเรซาได้ไปร่วมมิสซาทุกวัน ถ้าเรารักพิธีมิสซา เราเองก็จะมีชีวิตในพระเยซูและพระองค์ประทับในตัวเรา และเราก็ไม่ต้องกลัวอะไร

(เขียนโดย THOMAS LICKONA นักการศึกษาและนักเขียน ด้านจิตวิทยาเพื่อสร้างคุณลักษณะของมนุษย์ -คุณพ่อวัชศิลป์ กฤษเจริญ เรียบเรียง)