ศิษย์พระคริสต์ ศิษย์ธรรมทูต : พระศาสนจักรของพระคริสต์ พันธกิจในโลก

สถิติการเยี่ยมชม

007224035
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
3748
2822
20278
78687
104587
7224035
Your IP: 100.26.182.28
2019-09-20 19:24

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

จดหมายเปิดผนึก...ถึงเพื่อน...ผู้ร่วมงาน
Love Letter 18 “แนวคิดและข้อเสนอ เพื่อการสอนคำสอนที่มีประสิทธิภาพสำหรับวัยเด็ก"
เพื่อนผู้ร่วมงานที่รัก
                      

           กิจกรรมต่อไปนี้จะขอนำเสนอ แนวความคิดและข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิบัติที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์และการศึกษาของนักการศึกษาสองท่าน (John Roberto and Katie Pfiffner) ซึ่งเป็นการนำเสนอแนวปฏิบัติที่ถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด จนเรียกว่าเป็น “Best Practices” ของการสอนคำสอน ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 6 ประการดังนี้

 

Best Practice 1. เพื่อให้การหล่อหลอมความเชื่อให้กับเด็กๆของท่านมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ท่านต้องเข้าใจหลักการเรียนรู้ของเด็กในยุคปัจจุบัน  และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ตรงกับประสบการณ์ตามวัยของพวกเขา ซึ่งท่านอาจจะใช้ภาพหรือวัสดุศึกษาต่างๆที่เด็กสามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัส เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น และด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย

 

# ตรวจสอบคู่มือการสอนคำสอนที่ท่านใช้อยู่ว่ามีคุณลักษณะที่ดีและมีประโยชน์เหมาะสมกับยุคปัจจุบันหรือไม่

 

# จัดกิจกรรมต่างๆให้สอดคล้องกับความสามารถที่แตกต่างกันของเด็ก (พหุปัญญา ของ Howard Gardner)
          - ความฉลาดทางด้านภาษา(Linguistic intelligence)ความสามารถในการเข้าใจ ความหมายและการใช้ภาษา การพูดและการเขียน การเรียนรู้ภาษา การใช้ภาษาสื่อสารให้ได้ผลตามเป้าหมาย สื่ออารมณ์ความรู้สึกให้คนอื่นเข้าใจได้ดี เช่น กวี นักเขียน นักพูด นักกฎหมาย
          - ความฉลาดทางด้านตรรกะ (Logical-mathematic intelligence) ความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ และเรื่องของเหตุผล คิดวิเคราะห์ในเชิงวิทยาศาสตร์ เช่น นักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์
          - ความฉลาดทางด้านดนตรี (Musical intelligence) ความสามารถในการเข้าใจและสร้างสรรค์ดนตรี เข้าใจจังหวะ เช่น นักแต่งเพลง นักดนตรี นักเต้น
          - ความฉลาดทางด้านมิติ (Spatial intelligence) ความสามารถในการสร้างภาพในจินตนาการ และนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงาน เช่น จิตรกร ประติมากร สถาปนิก ดีไซเนอร์
          - ความฉลาดทางด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย (Bodily-kinesthetic intelligence) ความสามารถในการใช้ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างสร้างสรรค์ เช่น นักเต้น นักกีฬา นักแสดง
          - ความฉลาดในการเป็นผู้นำ (Interpersonal intelligence) ความสามารถในการ เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น สามารถจูงใจผู้อื่น เช่น นักการเมือง ผู้นำทางศาสนา ครู นักการศึกษา นักขาย นักโฆษณา
          - ความฉลาดภายในตน (Intrapersonal intelligence) ความสามารถในการเข้าอกเข้าใจความรู้สึกภายในของผู้คน เช่น นักเขียน ผู้ให้คำปรึกษา จิตแพทย์
          - ความฉลาดทางด้านธรรมชาติ (Naturalist intelligence) ความสามารถในการเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ พืช สัตว์ ธรณีวิทยา สิ่งแวดล้อม
          - ความฉลาดในการคิดใคร่ครวญ (Existential intelligence) ชอบคิด สงสัยใคร่รู้ ตั้งคำถามกับตัวเองในเรื่องความเป็นไปของชีวิต ชีวิตหลังความตาย เรื่องเหนือจริง มิติลึกลับ เช่น นักคิดอย่าง อริสโตเติล ขงจื้อ ไอน์สไตน์ พลาโต โสเครติส ฯลฯ
          - ความฉลาดทางด้านคุณธรรมจริยธรรม (Moral intelligence)

 

#ให้เด็กได้เรียนรู้โดยผ่านทางผัสสะต่างๆ ชิม ดม สัมผัส ฟัง สิ่งของต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องการให้เด็กได้เรียนรู้หรือเรื่องที่เด็กอยากรู้

 
#ให้เด็กได้เรียนรู้โดยลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง โดยประยุกต์กิจกรรมให้เข้ากับประสบการณ์ในชีวิตจริงของพวกเขา


#ให้เด็กได้ทำงานร่วมมือกันเป็นกลุ่ม โดยการอภิปรายและการทำงานโครงการต่างๆ และให้มีการนำเสนอสิ่งที่ได้เรียนรู้มาให้เพื่อนๆได้รับรู้

 
#ให้เด็กได้เรียนรู้โดยผ่านทางภาพและธรรมชาติต่างๆที่สามารถสัมผัสได้


#กิจกรรมต่างๆเหล่านี้ช่วยให้ท่านมีแนวทางในการปรับปรุงหรืออกแบบการหล่อหลอมความเชื่อศรัทธาเด็กๆให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร

 


Best Practice 2. การหล่อหลอมความเชื่อศรัทธาให้กับเด็กๆนั้น ผู้ให้การฝึกอบรมจะต้องให้โอกาสเด็กๆได้มีประสบการณ์และจินตนาการในเรื่องของการใช้พระคัมภีร์และธรรมประเพณี โดยทำให้เด็กๆรู้สึกว่าตัวเขาเองเข้าไปโลดแล่นอยู่ในพระคัมภีร์และเหตุการณ์ในธรรมประเพณีนั้นๆ

 

#ตรวจสอบบทเรียนคำสอนและแหล่งข้อมูลสำหรับการสอนคำสอนเด็กว่าได้มีการเรียนการสอนที่ทำให้เด็กๆรู้สึกว่าตนเองเข้าไปอยู่เหตุการณ์ต่างๆในพระคัมภีร์(ธรรมประเพณี) ที่ครูได้สอนหรือไม่ และเด็กๆได้มีประสบการณ์ในการเรียนรู้ว่า “นี้คือเรื่องของฉันเอง และเป็นเรื่องของพวกเราเองที่เกี่ยวข้องกับตัวฉัน”

 

#บทเรียนและแหล่งข้อมูลในการสอนคำสอนเด็กช่วยทำให้เด็กๆได้ค้นพบหรือเรียนรู้ถึงความสำคัญของความเชื่อศรัทธาที่มีต่อชีวิตของพวกเขาหรือไม่

 

#บทเรียนและแหล่งข้อมูลในการสอนคำสอนเด็กช่วยบำรุงความเชื่อและทำให้เด็กๆได้เห็นถึงความสำคัญของความเชื่อศรัทธาได้อย่างไร

 

Best Practice 3. การหล่อหลอมความเชื่อศรัทธา ผู้ให้การอบรมจะต้องจัดบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้เด็กๆได้เข้าพบพระเจ้าผู้ทรงดำรงชีวิตอยู่ได้โดยตรง

 

#การอภิบาลและการสอนคำสอนเด็กๆในหมู่คณะของท่านได้มีความพยายามที่จะนำเด็กๆได้สัมผัสกับพระเจ้าอย่างใกล้ชิดหรือไม่ ท่านได้จัดประสบการณ์อะไรบ้างเพื่อให้เด็กๆได้สัมผัสพระเจ้าอย่างใกล้ชิด (เช่น การภาวนา มิสซาฯ วจนะพิธีกรรม การเข้าเงียบ...)

 

#ท่านได้ให้เด็กๆได้ฝึกฝนการสวดภาวนาในรูปแบบและวิธีการต่างๆอย่างไร
        - ความเงียบและการภาวนาในความเงียบ
        - การภาวนาแบบใจจดจ่อ (centering prayer)
        - การรำพึงภาวนา (meditative prayer)
        - การภาวนาด้วยบทประพันธ์ ศิลปะ หรือ เพลง
        - การรำพึงแบบชี้นำ (guided meditation)
        - การอ่านและรำพึงพระคัมภีร์
        - การภาวนาเพื่อสรรเสริญ ขอบพระคุณ วอนขอ ขอโทษ สารภาพบาป
        - ท่านและหมู่คณะของท่านได้มี “ความคิดริเริ่มใหม่ๆ” ในการหล่อหลอมเด็กๆให้ใกล้ชิดพระเจ้าหรือพบพระเจ้าอย่างใกล้ชิดอย่างไร

 

 

Best Practice 4. การหล่อหลอมความเชื่อศรัทธาที่มีประสิทธิภาพให้กับเด็กๆนั้น ผู้ให้การอบรมควรใช้เหตุการณ์สำคัญในชีวิตเป็นโอกาสบำรุงหล่อเลี้ยงความเชื่อทั้งของตัวเด็กเองรวมถึงครอบครัวของพวกเขาด้วย

 

#ท่านและหมู่คณะของท่านได้ใช้เหตุการณ์สำคัญๆในวงจรชีวิตของเด็กๆเป็นโอกาสเพื่อการบำรุงหล่อเลี้ยงความเชื่อทั้งตัวเด็กและครอบครัวของเขาหรือไม่ อย่างไร (ตัวอย่างเช่น วัดเกิด วันคล้ายวันเกิด วันรับศีลล้างบาป การรับศีลมหาสนิทครั้งแรก ฯลฯ)

 

#ท่านและหมู่คณะของท่านได้ 1) จัดเตรียมเด็กและครอบครัวเพื่อการฉลองวันสำคัญอย่างไร 2) ระลึกถึงและฉลองกันอย่างไร และ 3) มีการติดตามผลหลังจากการฉลองอย่างไร

 

#โบสถ์ของท่านได้จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้อย่างไร และมีกิจกรรมอะไรที่ลงไปถึงบ้านของพวกเขาบ้าง

 

#หมู่คณะของท่านมีแนวคิดอะไรบ้างที่จะทำให้เหตุการณ์สำคัญในวงจรชีวิตของเด็กๆเป็นโอกาสหล่อหลอมความเชื่อของสมาชิกให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

 

#ให้คิดหากิจกรรมเพื่อทำให้เหตุการณ์สำคัญในชีวิตเป็นโอกาสหล่อเลี้ยงความเชื่อให้กับสมาชิกสัก 1 หรือ 2 กิจกรรม

 

 

Best Practice 5. การหล่อหลอมความเชื่อศรัทธาที่มีประสิทธิภาพ ผู้ให้การอบรมจะต้องจัดกิจกรรมที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับทุกคนในครอบครัวของเด็กๆ ให้เป็นกิจกรรมที่ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน

 

#ท่านมีกิจกรรมที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวได้เรียนรู้ร่วมกันหรือไม่ กิจกรรมนั้นจัดขึ้นในโอกาสอะไร ท่านใช้หัวข้อหรือประเด็นอะไร (topics or themes addressed)

 

#ท่านและหมู่คณะของท่านจะจัดโอกาสให้ครอบครัวได้เรียนรู้ร่วมกันได้อย่างไร
          - การจัดให้ทุกครอบครัวมาพบปะสังสรรค์เรียนรู้ร่วมกันประจำเดือนทั้งโบสถ์
          - การจัดโปรแกรมฝึกปฏิบัติที่เกี่ยวกับครอบครัวตลอดทั้งปี หรือจัดตามเทศกาล
          - การจัดให้ครอบครัวเฉพาะกลุ่มมารับการฝึกอบรม เช่น แบ่งกลุ่มตามอาชีพ ตามอายุ ตามเขต ฯลฯ
          - การจัดให้ครอบครัวได้ศึกษาพระคัมภีร์ร่วมกัน 
          - การจัดให้มีการแบ่งปันพระวาจาในครอบครัว ในรูปแบบต่างๆ เช่น Lectio divina
          - การจัดให้การเข้าเงียบหรือค่ายฯให้กับกลุ่มครอบครัว
          - การจัดการอบรมเพื่อการเตรียมตัวเพื่อการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ

 

 

Best Practice 6. การหล่อหลอมความเชื่อศรัทธาที่มีประสิทธิภาพนั้น ผู้ให้การอบรมจะต้องส่งเสริมให้เด็กๆเข้ามามีส่วนร่วมในศาสนบริการและกิจกรรมต่างๆที่โบสถ์จัดขึ้น


#โบสถ์ของท่านได้จัดให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมในกิจการของโบสถ์และชุมชนอย่างไร ระบุถึงวิธีการที่ทำให้พวกเขามีความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆด้วย


#ท่านและหมู่คณะของท่านตระหนักถึงและยอมรับเด็กๆในฐานะที่เป็นสมาชิกคนสำคัญของโบสถ์ที่มีบทบาทและความรับผิดชอบต่อโบสถ์อย่างไร


#ตรวจสอบบทเรียนคำสอนและแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการสอนคำสอนว่าได้จัดให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมกิจกรรมของวัดบ้างหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการภาวนา การบริการ การเรียนรู้ ความสัมพันธ์ การเป็นผู้นำ ฯลฯ


#การเรียนคำสอนมีความเชื่อมโยงกับการให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของโบสถ์และชุมชนอย่างไร


#ทำอย่างไรที่จะให้การหล่อหลอมความเชื่อศรัทธาเป็นโอกาสให้เด็กๆได้มีส่วนร่วมในมากยิ่งขึ้น ท่านจะปรับปรุงการสอนคำสอนให้สอดคล้องกับเรื่องนี้อย่างไร


#ให้ท่านได้คิดหาวิธีสัก 1 หรือ 2 วิธี เพื่อให้สมาชิกเด็กๆในโบสถ์ของท่านได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของโบสถ์ และท่านมีแผนในการเตรียมตัวพวกเขาอย่างไร

 

เดือนพิเศษเพื่อการประกาศฯ

ตุลาคม 2019 เดือนพิเศษเพื่อการประกาศข่าวดี

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ