ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCCESE

ชีวิตภาวนาของพระเยซูชีวิตภาวนาของพระเยซู
          พระวรสารแสดงให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นบุคคลแห่งการภาวนา ในฐานะที่ทรงบังเกิดเป็นชาวยิวคนหนึ่ง พระองค์ทรงปฏิบัติตนเคร่งครัดตามแบบอย่างของชาวยิวที่หล่อเลี้ยงชีวิตด้วยการภาวนาอยู่เสมอ ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าพระองค์ทรงได้เรียนรู้การภาวนามาจากพระแม่มารีย์และนักบุญยอแซฟ และยังได้หล่อเลี้ยงจากชีวิตของเพื่อนบ้าน เป็นต้นพระองค์ทรงภาวนาเป็นประจำ   ที่ศาลาธรรมในทุกวันสับบาโต

          ในฐานะชาวยิวที่เคร่งครัด พระองค์ทรงภาวนาตั้งแต่เช้า บ่ายและเย็น พระองค์ทรงภาวนาก่อนทานอาหาร(มธ 14:19; 26:26) ทรงภาวนาส่วนตัวและภาวนาพร้อมกับบรรดาศิษย์(ลก 22:32) และภาวนาให้กับผู้ที่ทรมานพระองค์(ลก 23:34) พระองค์ทรงภาวนาด้วยบทสดุดี(สดด 22- มก 15:34;   สดด 31- ลก 23:46) พระองค์ทรงสวดภาวนาทุกวันพระทั้งที่บ้านและที่ศาลาธรรม(ลก 4:16) ทรงร่วมเฉลิมฉลองวันปัสกาประจำปีและร่วมนมัสการพระเจ้าในพระวิหาร(ลก 2:41; 19:45)

            ในการปฏิบัติพันธกิจของพระองค์ พระองค์ทรงเริ่มต้นจากการภาวนาโดยการเขารับพิธีล้าง   จากท่านยอห์น บัปติส(ลก 3:21-22) ทรงจบชีวิตด้วยการภาวนาบนไม้กางเขน(ลก 23:46) ระหว่างการปฏิบัติงานพระองค์ทรงภาวนาอยู่เสมอ ภาวนาในทุกสถานที่ ทั้งในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คน ในงานเลี้ยง ตามถนน ตามตลาด แม้จะวุ่นวายสักปานใดพระองค์ทรงหาที่เงียบๆ เพื่อภาวนาได้เสมอ(ลก 5:16)     ในทะเลทราย(มก 1:35) บนภูเขา(ลก 6:12) ริมทะเล(มธ 4:18) ที่สวนมะกอก(ลก 22:39)

           พระเยซูเจ้ามิได้ทรงภาวนาตามธรรมเนียมของชาวยิวเท่านั้น แต่พระองค์ทรงภาวนาตลอดเวลา เรารู้จากพระวรสาร ว่าพระองค์ทรงภาวนาเป็นพิเศษในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤติในชีวิตหรือในช่วงเวลา     ที่สำคัญๆ เช่น ก่อนการเลือกอัครสาวก(ลก 6:12) เมื่อรับรู้ว่าจะต้องทุกข์ทรมาน(ลก 9:28) เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการถูกจับกุมและทรมาน(มก 14:35) และเมื่อถูกตรึงกางเขน(มธ 27:46)

          พระเยซูเจ้าทรงภาวนาเพื่อสรรเสริญและขอบพระคุณพระบิดา ทรงภาวนาของการให้อภัย    ทรงภาวนาวอนขอให้คุ้มครองสานุศิษย์และมวลมนุษย์ ทรงภาวนาด้วยจิตใจที่ศรัทธาและไว้วางใจ บางครั้งพระองค์ก็ทรงสับสนเพราะรู้สึกว่าพระบิดาทรงทอดทิ้งพระองค์ไปในเวลาที่อยู่บนไม้กางเขน

         ผู้ชำนาญการพระคัมภีร์สรุปว่าการสวดภาวนาที่สำคัญๆ ของพระเยซูเจ้ามีอยู่สองครั้งด้วยกัน  คือ ทรงภาวนาเมื่อรู้ว่าประชาชนพากันทอดทิ้งพระองค์ไป(มธ 11:25-26; ลก 10:21) และในเวลาที่พระองค์ภาวนาในสวนมะกอก เมื่อต้องเผชิญกับความเป็นความตายในชีวิต(มธ 26:39; มก 14:36;    ลก 22:42)

        ในขณะนั้นพระองค์ทรงภาวนต่อพระบิดาด้วยความสนิทสัมพันธ์และด้วยความไว้วางใจอย่าง  เต็มเปี่ยม พระองค์ทรงเรียกพระเจ้าว่า “พ่อ” คำๆ นี้เป็นคำปกติธรรมดาที่ลูกๆ เรียกพ่อของตนเองอย่างคนคุ้นเคย
อีกคำหนึ่งที่ทรงใช้ในยามที่เจ็บปวดคือ “อาแมน” หมายความว่า ขอให้เป็นไปตามพระประสงค์ พระองค์ทรงมอบตนเองให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระบิดา
 
        ดังนั้นคำว่า “พ่อ” และ “อาแมน” จึงเป็นบทสรุปคำภาวนาของพระเยซูเจ้า และนี่เป็นหัวใจ  ในการภาวนาของเราคริสตชน

เนื้อหาและบทเรียน