www.kamsondeedee.com

สถิติการเยี่ยมชม

006488266
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
2593
2782
21977
75169
105271
6488266
Your IP: 52.91.176.251
2019-02-23 14:30

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn
สารคำสอนฉบับที่ 46บทเรียนที่      1 เดือนพฤศจิกายน 1997

หัวข้อเรื่อง
     ความเชื่อ-ศรัทธาในองค์พระเยซูคริสต์

จุดมุ่งหมาย   ให้ผู้เรียนได้สัมผัสคุณค่า ความประเสริฐขององค์พระเยซูคริสต์ เกิดความเชื่อ-ศรัทธาในพระองค์ และอุทิศชีวิตของตนเพื่อพระองค์
ขั้นที่ 1 กิจกรรม
 แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 5-6 คน
 ให้แบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวในกลุ่มเรื่อง “บุคคลที่ฉันเลือมใสมากที่สุดในขณะนี้” ตามลำดับดังนี้

- บุคคลนั้นเป็นใคร?
- เขามีคุณสมบัติอะไรที่ทำให้ฉันเลื่อมใส?
- เมื่อเลื่อมใสแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในตัวฉัน?

 ให้เวลาประมาณ 15 นาที เสร็จแล้วขออาสาสมัครกลุ่มละ 1-2  คนออกมาแบ่งปันในกลุ่มใหญ่ฟัง

ขั้นที่ 2 วิเคราะห์
ครูถามผู้เรียนว่า

- เพราะเหตุใดจึงมีความเลื่อมใสต่อบุคคลนั้นๆ? (เพราะเขาเก่ง กล้า มีความสามารถ มีเสน่ห์ เป็นกันเอง ติดดิน รักฉัน สนใจฉัน ฯลฯ)

- เลื่อมใสแล้วเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง? (ติดอกติดใจ อยากเป็นอย่างเขา เอาอย่างเขา มีความสุข ทุ่มเทกายใจ เวลา ทรัพย์สินให้ ฯลฯ)

สรุป เมื่อเรารักใครชอบใคร เลื่อมใสใคร เราก็เฝ้าคิดถึงเขา ชอบเห็นเขา ชอบอยู่กับเขา ยอมทำหลายอย่างเพื่อเขา พยายามเอาอย่างของเขา

ขั้นที่ 3 คำสอน
1. เป็นธรรมชาติของคนเราที่ชอบเอาอย่างคนที่เรารัก หรือใกล้ชิด เช่น เด็กๆ จะชอบเอาอย่างผู้ใหญ่ เริ่มตั้งแต่พ่อแม่ พี่น้อง พอโตขึ้นก็เอาอย่างเพื่อนๆ จนบางทีถูกเพื่อนชักจูงไปในทางไม่ดีก็มี เรามักจะเคยได้ยินคำบ่นว่าจนคุ้นหูว่า “เด็กคนนี้เสียคนเพราะเพื่อน” แต่ไม่ค่อยจะได้ยินว่า “เด็กคนนี้ได้ดิบได้ดีเพราะเพื่อน” อาจจะเป็นเพราะเพื่อดีไม่ค่อยจะมี หรืออาจจะเป็นเพราะเพื่อนดีๆ มักจะไม่กล้าแสดงตัวออกมาชักนำคนอื่นๆ เหมือนเพื่อนไม่ดีก็เป็นได้

2. พระเยซูคริสต์ทรงเป็นบุคคลผู้ประเสริฐ เปี่ยมด้วยคุณงามความดี มีเสน่ห์ทั้งในวาจาและกิจการ นักบุญเปโตรกล่าวว่า “เราจะไปหาใคร พระเจ้าข้า เพราะพระองค์ทรงมีพระวาจที่ให้ชีวิต” (ยน 6:66) และประชาชนชาวอิสราแอลก็กล่าวยืนยันว่า “พระองค์ทรงกระทำล้วนแต่ดีๆ ทั้งนั้น" (มก 7:37) พระองค์กล้าท้าทายว่า “มีผู้ใดในพวกท่านหรือที่จะชี้ให้เห็นว่าเราทำผิด?” (ยน 8:46) พวกศัตรูอิจฉาความดีของพระองค์แต่ก็ไม่สามารถหาความผิดกับพระองค์ได้ “จึงไปหาพยานเท็จมาปรักปรำพระองค์.....แต่พยานเท็จเหล่านั้นก็หาหลักฐานไม่ได้” (มธ 26:59-60)

3. เพราะคุณธรรมความดีอันประเสริฐของพระเยซูคริสต์นี้เอง จึงมีผู้เลื่อมใสสมัครเป็นศิษย์ติดตามพระองค์ ยึดพระองค์เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต เป็นที่พึ่งทางใจในยามที่มีความทุกข์ร้อนหรือมีปัญหารุมเร้าจิตใจ และแม้กระทั่งในยามที่มีความทุกข์ทางกายด้วย บรรดาผู้คนเหล่านั้นได้แก่นักบุญทั้งหลายที่พระศาสนจักรเชิญชวนให้เราระลึกคิดถึงเป็นพิเศษในวันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี

 นักบุญคือใคร? ทำไมจึงเป็นนักบุญ? นักบุญก็คือปุถุชนธรรมดาสามัญเหมือนเราท่านนี่แหละ มีความอ่อนแอบกพร่อง มีนิสัยไม่ดีติดตัว บางคนเป็นคนบาปหนาเสียด้วยซ้ำไปแม่เมื่อเขาได้สัมผัสความประเสริฐขององค์พระเยซูคริสต์ เขาก็เกิดความเลื่อมใส สละละทิ้งทุกอย่าง แล้วติดตามพระองค์ไป เปรียบได้กับบุคคลที่เราเลื่อมใสจนเกิดการติดอกติดใจ เฝ้าพะวงหลงใหล คิดถึงเขาอยู่ทุกลมหายใจ อยากอยู่ใกล้เขาอยากเป็นอย่างเขา เขาไปไหนก็อยากไปด้วย ฯลฯ ความรู้สึกเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับบรรดานักบุญ เขาติดอกติดใจในความดี ความประเสริฐของพระองค์ อยากอยู่ใกล้ชิดพระองค์ เฝ้าพะวงคิดถึงพระองค์อยู่เสมอ อยากเป็นเหมือนพระองค์ อุทิศตนเพื่อพระองค์ ฯลฯ เขาจึงกลับใจ เปลี่ยนชีวิตไปกลายเป็นนักบุญให้เราเคารพนับถือและยึดเป็นแบบอย่าง

4. มีเพียงนักบุญเท่านั้น แต่ยัวมีบุคคลที่ศักดิ์สิทธิ์ ดำเนินชีวิตตามรอยพระบาทของพระเยซูคริสต์อีกเป็นจำนวนมากทั้งที่สิ้นชีวิตไปแล้ว เช่น คุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตา ซึ่งได้รับขนานนามว่า “นักบุญของคนจน” เพราะท่านได้ประพฤติตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ในการเผื่อแผ่เมตตาไปสู่คนยากคนจนคนเจ็บคนป่วย คนที่ถูกสังคมรังเกียจหรือทอดทิ้ง ตลอดอายุ 87 ปี เพื่อประชาชนชาวอินเดีย และในจำนวนนี้  49 ปี เพื่อคนยากคนจนโดยเฉพาะ

 ลองคิดถึงคนเก่าคนแก่ของวัดเราที่อุทิศตนรับใช้พระศาสนจักรในฐานครูคำสอนบ้าง คนจัดวัดบ้าง พลมารีบ้าง ที่บัดนี้ได้อำลาจากโลกไปรับรางวัลในสวรรค์แล้ว อะไรทำให้เขาเป็นเช่นนั้น ทั้งๆ ที่เขาอาจจะประสบความรุ่งโรจน์ในการงานอาชีพอย่างอื่น? ก็เพราะความเลื่อมใสในองค์พระเยซูคริสต์นั่นเอง
คนที่เลื่อมใสในองค์พระเยซูคริสต์จนอุทิศตนเพื่อพระองค์ ที่ยังมีชีวิตอยู่ก็มีมาก ทั้งที่เป็นคาทอลิก ทั้งที่เป็นโปรเตสแตนท์ (คริสเตียน) เรามีพระสงฆ์ นักบวชหลายองค์ที่เคยผ่านการเบียดเบียนศาสนามาแล้วอย่างโชกโชน ทำไมท่านจึงไม่ยอมทิ้งความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ ก็เพราะท่านมีความเลื่อมใสผูกพันกับพระองค์อย่างลึกซึ้งถึงขั้นพูดเหมือนอัครสาวกว่า “เราจะไปหาใคร พระเจ้าข้า เพราะพระองค์แต่ผู้เดียว  มีพระวาจาที่ให้ชีวิต” (ยน 6:68) เรายังมีฆราวาสอีกมากมายที่กำลังอุทิศตนเพื่อพระเยซูคริสต์ ปฏิบัติงานแพร่ธรรมอย่างขะมักเขม้นอยู่ในขณะนี้ เขาจะทำไปทำไมถ้าหากมิใช่เพราะแรงศรัทธาเลื่อมใสในองค์พระเยซูคริสต์ผลักดันเขาไป?

เราคงรู้จักเพื่อนคริสเตียนที่ชื่อว่า อัญชลี จงคดีกิจ ได้ดี จากนักร้อง ดาราที่มีชีวิตอยู่ในความฟุ้งเฟ้อเหลวแหลกดังที่ตัวเธอสารภาพเอง บัดนี้เธอกลายมาเป็นสาวกผู้ประกาศองค์พระเยซูคริสต์อย่างเต็มภาคภูมิ ทำไม? เพราะเธอได้พบพระเยซูคริสต์ได้สัมผัสความประเสริฐของพระองค์ เกิดความเลื่อมใส กลับใจ หันมายึดพระองค์เป็นสรณะ และประกาศอย่างกล้าหาญว่า เธอได้พบคำตอบชีวิตของเธอแล้ว พระองค์แต่ผู้เดียวทำให้ชีวิตเธอเปลี่ยนไป เธอจึงอุทิศชีวิตนี้เพื่อแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ตลอดไป

5. ที่เรายังมิได้เชื่อ ศรัทธา และเลื่อมใสในองค์พระเยซูคริสต์ คงเป็นเพราะว่าเรายังมิได้สัมผัสความดี ความประเสริฐของพระองค์อย่างจริงจัง เรามีชีวิตคริสตชนแต่เพียงผิวเผิน เรากับพระเยซูคริสต์จึงไม่ค่อยจะสนิทชิดเชื้อกันนัก เราจะทำอย่างไรดีจึงจะเกิดความเลื่อมใสขึ้นมาได้?

 นักบุญเยโรม นักปราชญ์ กล่าวว่า “ใครไม่รู้จักพระคัมภีร์ ก็ไม่รู้จักพระเยซูคริสต์” สิ่งแรกที่เราพึงกระทำก็คือ จงรีบหยิบพระคัมภีร์ โดยเฉพาะพระวรสารขึ้นมาอ่าน อ่านวันละเล็กวันละนั้อยทุกวัน อ่านแล้วตริตรอง รำพึง นำมาประยุกต์กับชีวิตประจำวัน ถ้าเราทำด้วยความพากเพียรสม่ำเสมอจะเกิดความซาบซึ้งเพราะพระจิตจะทรงดลใจให้เราได้ลิ้มรสความประเสริฐของพระเยซูคริสต์อย่างดื่มด่ำ

 อย่างที่สองก็คือ จงคำนึงถึงพระเยซูคริสต์ประทับอยู่กับเราในทุกชั่วขณะของชีวิต ทรงทำงานกับเรา พักผ่อนกับเรา เล่นกับเรา ภาวนากับเรา เป็นสุขกับเรา เป็นทุกข์กับเรา หัวเราะกับเรา ร้องไห้กับเรา ฯลฯ แล้วเราจะพบความสุขความบรรเทาใจที่มีพระผู้ประเสริฐอยู่เคียงข้างเราเสมอ สมตามพระวาจาในสัญลักษณ์ (โลโก้) ประจำปี 1997 ที่ว่า “พระเยซู วานนี้ วันนี้ และตลอดกาล” คือ พระองค์ประทับอยู่กับเราตลอดไป

ขั้นที่ 4 ปฏิบัติ
ก. ข้อควรจำ
1. “พระองค์ผู้เดียวศักดิ์สิทธิ์ พระองค์ผู้เดียวทรงเป็นเจ้า พระองค์ผู้เดียวสูงสุด” (บท “พระสิริรุ่งโรจน์)
2. “ดูซิ โลกทั้งโลกตามเขา (พระเยซูคริสต์) ไปหมดแล้ว” (ยน 12:19)
3. นักบุญคือผู้ที่ได้สัมผัสความประเสริฐของพระเยซูคริสต์ เลื่อมใสปฏิบัติตามจนบรรลุถึงความศักดิ์สิทธิ์
4. เราสัมผัสพระเยซูคริสต์ในพระคัมภีร์ และในชีวิตประจำวันของเรา

ข. กิจกรรม 
ปลุกเร้าความเชื่อ-ศรัทธาในองค์พระเยซูคริสต์ โดยสวด “ข้าพเจ้าเชื่อ” พร้อมกัน
ร้องเพลงปิดท้าย “โอ้ปียูบีลี” (สารคำสอน เดือนสิงหาคม 1997)

ค. การบ้าน
ให้ผู้เรียนเขียนเรียงความสั้นๆ เรื่อง “ฉันกับพระเยซูคริสต์”
- พระเยซูคริสต์ทรงทำอะไรเพื่อฉันบ้าง?
- ฉันทำอะไรเพื่อพระเยซูคริสต์บ้าง?

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ