บทที่ 31
ครอบครัวของพระเป็นเจ้ามาชุมนุมกันกินเลี้ยง

จุดมุ่งหมาย เพื่อให้นักเรียนดีใจที่ได้มาร่วมโต๊ะกับบรรดาสมาชิกในครอบครัวพระเป็นเจ้า
มารับศีลมหาสนิทด้วยกัน

ขั้นที่ 1 กิจกรรม

 ครูพูดคุยกับนักเรียนถึงบรรยากาศในการรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว
 - มีใครร่วมรับประทานอาหารบ้าง?
 - บรรยากาศของการรับประทานอาหารในครอบครัวเป็นอย่างไร?
 - ความแตกต่างระหว่างรับประทานอาหารคนเดียวกับรับประทานอาหารด้วยกันหลาย ๆ คน

ขั้นที่ 2 วิเคราะห์

  - นักเรียนรู้สึกอย่างไรต่อสภาพครอบครัวในปัจจุบันที่ไม่มีเวลารับประทานอาหารด้วยกัน?
  - สภาพดังกล่าวมีผลกระทบต่อชีวิตในครอบครัวอย่างไร?
  - นักเรียนคิดว่าควรจะแก้ไขอย่างไร?
สรุป  การรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัวเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด เพราะทุกคนอยู่พร้อมหน้า ได้พูดคุยกัน เล่าเรื่องให้กันฟัง แบ่งอาหารกันกิน ช่วยเหลือกัน อิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจ

ขั้นที่ 3 คำสอน

             1. ในครอบครัวของพระเป็นเจ้าก็เหมือนกัน พระองค์ทรงเรียกลูก ๆ ของพระองค์มายังโต๊ะอาหาร เพื่อกินเลี้ยงด้วยกัน ทรงเตรียมอาหารอย่างดีวิเศษไว้ต้อนรับเรา คือศีลมหาสนิท เราต้องรู้สึกยินดีที่มีโชคได้มาร่วมโต๊ะอาหารนี้ ทำให้เรารู้สึกบรรยากาศของความสุขความเป็นพี่น้องกัน

             2.กระนั้นก็ดี มีหลายคนที่ไม่เห็นคุณค่าพากันปฏิเสธคำเชิญของพระเป็นเจ้า ดังที่พระวรสารบันทึกไว้ว่า “กษัตริย์พระองค์หนึ่งจัดงานกินเลี้ยงเนื่องในพิธีอภิเษกมเหสีให้ราชโอรสของท่าน แล้วใช้ข้าราชการไปตามผู้ที่ได้รับเชิญให้มาในงานนี้ แต่พวกเขาไม่อยากมากษัตริย์ก็ทรงส่งข้าราชการคนอื่นไปอีก รับสั่งให้บอกผู้เชิญว่า ดูเถิดเราได้จัดงานกินเลี้ยงไว้แล้ว ทั้งวัวและสัตว์ที่ขุนไว้อย่างดีก็จัดฆ่าไว้แล้ว สิ่งสารพัดก็เตรียมไว้พร้อมแล้ว เชิญมาในงานอภิเษกสมรสเถิด แต่พวกเขาก็เพิกเฉยและหลบไปเสีย บางคนไปไร่นาของตน บางคนไปทำมาค้าขาย บางคนถึงกับจับข้าราชการมาทำอัปยศต่าง ๆ แล้วฆ่าเสีย กษัตริย์ทรงพระพิโรธยิ่งนัก จึงรับสั่งให้ยกกองทัพไปปราบพวกฆาตกรเหล่านั้นและให้เผาเมืองเสีย แล้วสั่งข้าราชการว่า งานอภิเษกสมรสก็พร้อมแล้ว แต่ผู้รับเชิญไม่สมกับงานนี้ จงออกไปตามทางหลวงพบใคร ๆ ก็ให้เชิญมาในงานนี้ พวกข้าราชการก็ออกไปเชิญคนทั้งปวงตามท้องถนนแล้วแต่จะพบ ทั้งคนดีและคนชั่ว จนกระทั้งห้องโถงงานอภิเษกสมรสเต็มด้วยแขก” (มธ.22,2-10) นิทานเปรียบเทียบของพระเยซูคริสต์นี้กลายเป็นความจริงในยุคของเรา จะเห็นได้ว่าคริสตชนเป็นจำนวนมากพากันห่างเหินจากศีลมหาสนิท ละทิ้งการรับศีลมหาสนิทไปเพราะสาเหตุเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ไม่ว่าง ติดธุระ ไม่มีเวลา ต้องค้าขาย ต้องไปเที่ยว ฯลฯ บางคนเมื่อมีคนไปเตือนมาก ๆ เข้าก็โมโห ด่าว่าสารพัดอย่าง ดีที่ยังไม่ถึงกับลงไม้ลงมือฆ่าให้ตายเหมือนในนิทานเปรียบเทียบนั้น โชคชะตาของคนเหล่านี้จะเป็นอย่างไร? ก็คงจะคล้าย ๆ กับที่เกิดขึ้นในนิทานเปรียบเทียบนี้นั้นแหละคือนอกจากจะไม่ได้ลิ้มรสอาหารวิเศษของพระเป็นเจ้าแล้ว เขาก็จะต้องอ่อนแอไม่มีกำลังและตกในบาป และที่สุดก็จะต้องพินาศไป

            3. คนธรรมดา ๆ เดินถนนอย่างเราก็มีบุญได้รับเชิญให้มากินเลี้ยง และเราก็มากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา สำหรับคนที่จะรับศีลมหาสนิทครั้งแรกคงจะตื่นเต้นและเฝ้ารอวันเวลาด้วยความยินดีสำหรับคนที่เคยรับศีลมหาสนิทแล้วก็จงอย่าลืมความตื่นเต้นยินดีเมื่อวันที่ได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรกนั้นเสีย แต่จงขยันไปรับศีลนี้บ่อย ๆ เท่ากับเราไปร่วมกินเลี้ยงกับครอบครัวของพระเป็นเจ้า เราจะได้อิ่มด้วยอาหารวิเศษและมีพลังวังชาเข็มแข็งเพื่อดำเนินชีวิตคริสตชนของเราให้ดีต่อไป

            4. คริสตชนเดิมมีความศรัทธาและรักกันอย่างเหนียวแน่น จนคนต่างศาสนาพากันแปลกใจและกลับใจกันเป็นจำนวนมาก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ “พวกเขาร่วมใจกันไปในพระวิหาร (ซึ่งเป็นบ้านของพระเป็นเจ้า) และหักขนมปัง (พิธีมิสซาและรับศีลมหาสนิท) ตามบ้านของเขา ร่วมรับประทานอาหารด้วยความชื่นชมยินดีและใจกว้างขวางทุกวันเรื่อยไป ทั้งได้สรรเสริญพระเจ้า และคนทั้งปวงก็ชอบใจ ฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดให้คนทั้งหลายซึ่งกำลังจะรอดมาเข้ากับพวกสาวกทุกวัน ๆ” (กจ.2,46-47) คริสตชนเดิมเติบโตด้วยศีลมหาสนิท จนกลายเป็นชุมชนใหญ่และสีบทอดมาถึงพวกเราทุกวันนี้

ขั้นที่ 4 ปฏิบัติ

ก. จดเนื้อหาลงในสมุด
1. มิสซาคืออะไร?
 ตอบ  มิสซาคือการชุมนุมกันของคริสตชนเพื่อกินเลี้ยงในศีลมหาสนิทเพื่อระลึกถึงการกินเลี้ยงอาหารค่ำของพระเยซูคริสต์
2. เราควรร่วมมิสซาอย่างไร?
 ตอบ  เราควรร่วมมิสซาด้วยใจรักและศรัทธา และรับศีลมหาสนิทด้วย

ข. กิจกรรม
ฝึกนักเรียนที่กำลังเตรียมตัวรับศีลมหาสนิทครั้งแรก ให้รู้จักวิธีรับศีลมหาสนิทอย่างถูกต้อง
ร้องเพลง “บุตรพระเจ้า” (ปรารถนา หน้า 154)

บุตรพระเจ้า

 (รับ) บุตรพระเจ้าเข้ามาพร้อมน้อมรับ
  สดับธรรมรอบโต๊ะขององค์พระเจ้า
  เชิญดื่มโลหิตรับพระกาย
  ร้องสรรเสริญความรักพระองค์
  อัลเลลู อัลเลลู อัลเลลู อัลเลลูยา
1. พี่น้องทั้งหลายเป็นหนึ่งเดียว  กลมเกลียวชีวีที่แจ่มใส
 ในองค์พระจิตฤทธิไกร   เราอาศัยชั่วนิรันดร์
2. เราวิงวอนขอพรพระเป็นเจ้า  ได้โปรดเกล้าประทานสัญญา
 ชุบชีวาให้สุขทวี    ได้เปรมปรีดิ์อยู่ชั่วกาล
3. พระเยซูได้บัญญัติไว้   ให้เราไซร้มีไมตรีแผ่
 เพื่อหมายมุ่งแคว้นเดินสัญญา  ให้ชีพรอดตลอดกาล
4. ถ้าเราหวังจะอยู่คู่องค์   เราก็จงพลีชีพถวาย
 ทำลายละตระหนี่บาปกรรม  ค้ำจุนชีพสถาพร
5. จงประสานรักสามัคคี   ทำโลกนี้เป็นเรือนเดียวกัน
 พลันพบพระตรีเอกภาพ   ผู้ครองราชย์ชั่วนิรันดร์
6. ในพระศาสนจักรฉลอง   พระเยซูจะมาครอบครอง
 เพื่อวันนั้นเราจะรอคอย   ด้วยสุขสันต์นิรันดร