Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

พระแม่มารีย์ตอบรับ "yes"
         ในบทนี้จะเล่าถึงเรื่องการบังเกิดมาของพระเยซคริสต์จากพระมารีย์ การบังเกิดมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามธรรมชาติมนุษย์ เพราะพระแม่มารีย์ไม่ได้แต่งงาน พระนางเป็นพรหมจารี วันหนึ่งทูตสวรรค์ได้มาแจ้งข่าวว่าพระเจ้าทรงโปรดปรานเลือกท่านให้เป็นพระมารดาของพระเจ้า และในเวลาเดียวกันทูตสววรค์ก็ได้บอกกับยอแซฟว่าให้รับพระแม่มารีย์เป็นภรรยา และบุตรที่ปฏิสนธิในครรภ์ของนางมาจากพระจิตเจ้า

ทีแรกยอแซฟก็ไม่เชื่อ แต่ต่อมาก็ได้ น้อมรับแผนการของพระเจ้ารับพระแม่มารีย์มาเป็นภรรยาของท่าน แต่ไม่ได้อยู่กันแบบสามีภรรยา ต่อมายอแซฟต้องพาพระแม่มารีย์จากเมืองนาซาเร็ธไปยังเมืองเบธเลเฮม(ใกล้ๆกรุงเยรูซาเล็ม)เพื่อจดทะเบียนสำมะโนประชากรตามคำสั่งของจักรวรรดิโรมัน
 
         เมื่อเดินทางมาถึงเบธเลเฮม ทั้งสองต้องลำบากใจและกายมากเพราะไม่มีที่พักแห่งใดว่างเลย ไม่มีที่พักอาศัย จึงต้องไปหาที่พอจะซุกหัวนอนไปสักคืนหนึ่ง ที่สุดได้เชิงพักเล็กๆที่เขาใช้เลี้ยงสัตว์ เรียกว่าคอกสัตว์ก็ได้ เป็นสถานที่นักเดินทางนำลาหรือม้ามากินหญ้าหรือพักผ่อนเพื่อเดินทางไปยังที่อื่นต่อไป

         พระเยซูคริสต์ทรงบังเกิดที่นี่แหละ เกิดในเวลากลางคืน เนื่องจากไม่มีเปลหรือเตียงนอน  พระแม่มารีย์จึงเอาผ้าพันกายให้คลายหนาว แล้ววางไว้ในรางหญ้าที่ใส่หญ้าให้สัตว์กิน

        เราสามารถเห็นภาพนี้ได้จากบัตรอวยพรวันคริสตมาสต่างๆ ซึ่งมักจะได้รับการออกแบบที่สวยงาม แต่ความจริงแล้ว สถานที่เกิดของพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่นั้น คือสถานที่นอนกลางดินกินกลางทรายนั้นเอง มันสกปรกและน่ากลัวมาก นี้แหละคือพระเจ้าของเรา