www.kamsondeedee.com

สถิติการเยี่ยมชม

005588384
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
288
2181
13422
44827
45473
5588384
Your IP: 54.167.196.208
2018-04-20 05:51

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn
ccpcommandment01.jpgบทที่หนึ่ง
“จงรักองค์พระผู้เป็นเจ้าของเจ้าสุดจิตใจ สุดวิญญาณ สุดสติปัญญา”

พระบัญญัติประการแรก
“เราเป็นพระเจ้าของท่าน ท่านต้องไม่มีพระอื่นใดนอกจากเรา”

9. เราจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร เมื่อเรารู้ว่าพระเป็นเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของเรามนุษย์ทุกคน  (เทียบ อพย 20:2)

(คำสอนฯข้อ 2083-2094,2133-2134)
 เมื่อเรารู้ว่าพระเป็นเจ้าทรงเป็นพระเจ้าของเรา เราต้องรักษาและปฏิบัติตามคุณธรรมที่พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอน คือ ความเชื่อ ความไว้วางใจ และความรัก และพยายามหลีกเลี่ยงบาปที่ขัดกับคุณธรรมนั้น

(ความเชื่อ คือ เชื่อในพระเป็นเจ้าและปฏิเสธทุกสิ่งที่ตรงข้ามเช่นความสงสัยโดยจงใจ ความไม่เชื่อ การถือนอกรีต การละทิ้งความเชื่อ การแยกตัวออกจากพระศาสนจักร ความไว้ใจหรือความหวัง คือ รอคอยความสุขแท้จริงจากพระเป็นเจ้าด้วยความเชื่อมั่นและความช่วยเหลือของพระองค์   โดยการหลีกเลี่ยงความสิ้นหวังและความวางใจเกินควร    และความรัก คือ รักพระเป็นเจ้าเหนือสิ่งทั้งปวง นั่นคือ การขับไล่ความเย็นเฉย ความอกตัญญู  ความเย็นเฉย ความเกียจคร้านหรือความไม่รู้ร้อนรู้หนาวฝ่ายจิต และความเกลียดชังพระเป็นเจ้าอันเนื่องมาจากความจองหอง)

10.  พระวาจาขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ว่า “จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน และรับใช้พระองค์แต่ผู้เดียวเท่านั้น” (มธ 4:10) หมายความว่าอะไร 

(คำสอนฯข้อที่ 2095-2105, 2135-2136)
หมายความว่า เรามนุษย์จะต้องกราบไหว้ บูชา นมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ทั้งโดยการกระทำที่เป็นส่วนตัวและทำเป็นหมู่คณะ ให้เราอธิษฐานภาวนาถึงพระองค์ด้วยการสรรเสริญ ขอบพระคุณ และวิงวอนขอพระพรจากพระองค์ 


11. มนุษย์ทุกคนมีสิทธิที่ถวายคารวกิจแด่พระเป็นเจ้าด้วยใจอิสระตามสิทธิของตนได้หรือไม่และอย่างไร

(คำสอนฯข้อ 2104-2109, 2137) มนุษย์แต่ละคนมีสิทธิและหน้าที่ที่จะแสวงหาความจริง โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวกับพระเป็นเจ้าและพระศาสนจักรของพระองค์ เมื่อได้รู้จักแล้วก็จะรับและรักษาไว้อย่างซื่อสัตย์ด้วยการถวายคารวกิจที่ถูกต้องแท้จริงแด่พระเป็นเจ้า ในขณะเดียวกันในเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อในศาสนานี้ ไม่มีใครสามารถบังคับให้ใครกระทำอะไรที่ขัดกับมโนธรรมของตน หรือขัดขวางมิให้ปฏิบัติตามมโนธรรมภายในของตน สิทธิการนับถือศาสนาเป็นสิทธิพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ทุกคน

12. พระบัญชาที่ว่า “ท่านต้องไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากเรา” (อพย 20:2) หมายความว่าอย่างไร 

(คำสอนฯข้อ 2110-2128, 2138-2140)
พระบัญชานี้มีความหมายว่า เราจะต้องเคารพสักการะพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่ไปศรัทธาหรือบูชาพระอื่นใด ไม่เชื่อในเวทมนต์คาถา ไม่ดูหมิ่นบุคคลหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือไม่ยอมรับว่ามีพระเจ้าอยู่จริงในโลกนี้

13. พระบัญชาที่ว่า “ท่านต้องไม่ทำรูปเคารพสำหรับตน” (อพย 20:3)หมายความว่าอะไร
 
(2129-2132, 2141)
พระบัญชานี้มีความหมายว่า ในพันธสัญญาเดิมนั้นห้ามมิให้มีอะไรมาแทนที่พระเป็นเจ้าได้ เพราะพระองค์ทรงอยู่เหนือรูปเคารพใดๆ แต่ต่อมาในพันธสัญญาใหม่เมื่อพระเยซูเจ้าทรงบังเกิดมารับสภาพมนุษย์ พระองค์ทรงมีร่างกายเหมือนมนุษย์ทุกประการ พระศาสนจักรจึงยอมรับและจัดให้ภาพของพระเยซูเจ้าเป็นภาพศักดิ์สิทธิ์ที่เราแสดงความเคารพได้ เพราะเมื่อเราแสดงความเคารพต่อพระรูป เราไม่ได้เคารพรูปนั้นๆ แต่เราได้เคารพพระบุคคลที่วาดอยู่ในภาพนั้นเอง

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง
คู่มือสอนศีลกำลัง(ฉบับทดลองใช้)

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ