ศิษย์พระคริสต์ ศิษย์ธรรมทูต : พระศาสนจักรของพระคริสต์ พันธกิจในโลก

สถิติการเยี่ยมชม

007353059
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
3051
2447
3051
86888
120823
7353059
Your IP: 18.204.227.250
2019-10-20 18:29

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn
ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม 2011
สัปดาห์ที่ 3 ในเทศกาลเตรียมรับเสด็จพระคริสตเจ้า
เราได้ทำให้ผู้อื่นได้เห็นว่าพระเจ้าประทับอยู่จริงในชีวิตของเราหรือไม่
(อิสยาห์ 61:1-2ก, 10-11; 1เธสะโลนิกา 5:16-24; ยอห์น 1:6-8; 19-28)

         
คงไม่ได้มองคนในแง่ร้ายหรือสุดโต้งเกินไปที่จะบอกว่า คนเรา(เกือบ)ทุกคนล้วนแต่อยากจะเป็นคนที่มีชื่อเสียง อยากให้ใครๆพูดถึง อยากให้ตนเองเป็นที่รู้จัก อยากที่จะให้ทุกอย่างที่ตนเองกระทำได้รับการสังเกตจากผู้อื่นและได้รับการกล่าวถึง ตัวอย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆในวงสังคม เช่น คนบางอาชีพที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่งก็ต้องประกาศให้ทุกคนได้รับทราบถึงผลงานของตน ไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไรหรือสร้างอะไรก็ต้องมีการประกาศชื่อให้ทุกคนรับรู้ ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานก็ได้ แต่ลึกๆแล้วสิ่งนี้เป็นค่านิยมของคนเราทั่วไปในสังคมที่หวังผลประโยชน์ตอบแทนของตนเอง ทำทุกอย่างเพื่อตนเอง พูดโดยรวมคือ เอาตัวเองเป็นใหญ่หรือเป็นศูนย์กลางนั้นเอง    


                 แต่ในอีกด้านหนึ่งของชีวิต พระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์สอนเราว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าซิทรงเป็นใหญ่ ทรงเป็นศูนย์ของชีวิตของสรรพสิ่ง  ทรงเป็นเจ้าเหนือหัวของมนุษย์ มนุษย์เรานั้นเป็นเพียงสิ่งสร้างหนึ่งของพระเจ้าเท่านั้น สิ่งที่มนุษย์จะพึงปฏิบัติต่อพระเจ้าผู้มีพระคุณใหญ่หลวงต่อชีวิตของตนได้ก็คือ พยายามเรียนรู้เรื่องของพระเจ้าให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้รักและปฏิบัติรับใช้พระองค์ได้อย่างเหมาะสม เพราะเรามนุษย์ทุกคนล้วนมาจากพระองค์และเมื่อจากโลกนี้ไปก็ต้องกลับไปหาพระองค์

                  มนุษย์เองสามารถรู้จักพระเจ้าได้หลายวิธีด้วยกัน ทั้งโดยอาศัยสติปัญญาของตนเอง อาศัยการไตร่ตรองความเป็นจริงของชีวิต การพิจารณาความน่าอัศจรรย์จากโลกจักรวาล และที่สำคัญจากการเผยแสดงของพระเจ้าเอง(คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก CCC ข้อ 31-33, 51)

                  วันอาทิตย์นี้ พระเจ้าได้ทรงเผยแสดงให้เราได้รู้จักพระองค์โดยผ่านทางประกาศกอิสยาห์ ยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง และนักบุญนักบุญเปาโล
                  บทอ่านแรก อสย. 61:1-2.9-11 ประกาศกอิสยาห์ได้ประกาศให้โลกรู้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าที่เราบูชาสักการะนั้นเป็นพระเจ้าที่ห่วงใยคนยากจน ปลอบโยนคนที่มีใจชอกช้ำ ให้อิสรภาพแก่เชลย ปลดปล่อยผู้ถูกจองจำ ทรงให้ความยุติธรรมแก่ทุกคน(อสย. 61:1-2,11)

                  สิ่งสำคัญซึ่งเป็นที่น่าสังเกตอย่างมากในการทำหน้าที่ประกาศข่าวดีของประกาศกอิสยาห์ คือ ท่าทีของท่านเอง ที่แสดงให้เห็นว่าตนเองเป็นเพียง “ข้ารับใช้ของพระเจ้า” เท่านั้น ตามข้อความจากพระคัมภีร์ที่ว่า “พระจิตขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเจิม..และทรงส่งข้าพเจ้า”

                   ท่าทีเช่นนี้เราพบได้อีกครั้งหนึ่งในบทพระวรสารของนักบุญยอห์น  1:6-8, 19-28 ซึ่งเราได้ยินชื่อของประกาศกอีกท่านหนึ่งคือ ยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง หรือยอห์น แบ๊สติส “ยอห์นมาในฐานะพยานเพื่อเป็นพยานถึงแสงสว่าง เขาไม่ใช่แสงสว่างแต่เป็นพยานถึงแสงสว่าง แสงสว่างแท้จริงซึ่งส่องแก่มนุษย์ทุกคนกำลังจะมา”(ยน 1:7-9) เมื่อมีคนถามท่านว่าท่านเป็นใคร ท่านมิได้ปิดบังความจริง แต่ยืนยันว่า ท่านมิได้เป็นพระคริสต์ และไม่ได้เป็นบุคคลสำคัญๆที่ชาวยิวอ้างถึงด้วยไม่ว่าจะเป็นประกาศกเอลียาห์หรือประกาศกอื่นๆ แต่ “ข้าพเจ้าเป็นเสียงของผู้ร้องตะโกนในถิ่นทุรกันดารว่าจงทำทางขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้ตรงเถิด” (ยน 1:23) ในช่วงเวลานั้นท่านยอห์น แบ๊สติสเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป มีลูกศิษย์และคนนับหน้าถือตามากมาย แต่ ถ้าท่านต้องการมีชื่อเสียงโด่งดัง เหมือนนักการเมืองหรือบุคคลในสมัยนี้ ท่านย่อมฉวยโอกาสนี้สร้างชื่อเสียงหรือเรียกคะแนนนิยมให้ตนเองได้ แต่ท่านไม่ทำเช่นนั้น กลับประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่า “ข้าพเจ้าไม่สมควรแม้แต่จะแก้สายรัดรองเท้าของเขา” (ยน 1:27)

พระวาจาของพระเจ้าในวันอาทิตย์นี้ต้องการบอกอะไรเรา
                        ในฐานะที่เราได้รับเรียกมาให้เป็นคริสตชน การเป็นคริสตชนของเรานั้นทั้งในชีวิตของแต่ละคนและในชีวิตชุมชน เราต่างได้รับหน้าที่ให้ทำการประกาศข่าวดีเรื่องของพระเยซูเจ้าให้ทุกคนได้รับฟัง เราทุกคนจะต้องกระทำตนให้เป็นดั่งประกาศกอิสยาห์และยอห์น แบ๊สติส คือ เป็นพยานถึงแสงสว่างที่แท้จริงของโลก ด้วยการดำเนินชีวิตที่ดี จนทำให้คนอื่นๆได้เห็นพระเจ้าจากการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา เราจะต้องกระทำตัวของเราให้เป็นเสมือนป้ายชี้ทาง ที่นำคนเดินทางไปสู่เป้าหมายด้วยความถูกต้องและปลอดภัย ป้ายยิ่งชัดยิ่งละเอียด คนเดินทางก็ปลอดภัยมากเท่านั้น ชีวิตของเราจึงควรโปร่งใส อ่านง่าย ชัดเจน ไม่เย่อหยิ่ง ไม่อวดตัว แต่สุภาพถ่อมตน

                       ในบทจดหมายของนักบุญเปาโลได้แนะนำให้เราได้ทำหน้าที่ของการเป็นผู้ประกาศข่าวดี ด้วยความร่างเริงยินดี ด้วยการภาวนาอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการขอบพระคุณพระเจ้าในทุกกรณี(เทียบ 1ธส 5:16-18)

                      สิ่งท้าทายเราจากพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ในวันนี้ เราได้สำนึกถึงการประทับอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของเราบางไหม คนอื่นๆได้มองเห็นหรือสัมผัสพระเจ้าจากการดำเนินชีวิตของได้หรือไม่ เราเป็นคนที่ยังมีความต้องการที่จะให้คนอื่นยกย่องชมเชย หรือพยายามทำตัวเองให้ใหญ่ขึ้นหรือไม่ เรามีความสุภาพถ่อมตนเพียงพอหรือไม่ การเป็นคริสตชนที่ดีนั้นคือ การดำเนินชีวิตที่ทำให้ทุกคนมองเห็นพระเจ้าในตัวของเราทั้งด้วยการกระทำและด้วยคำพูด
-----------------------------
ข้อปฏิบัติ
• จงเป็นคนที่สุภาพถ่อมตน กระทำสิ่งต่างๆเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า
• จงเป็นผู้ประกาศข่าวดีของพระเจ้า ทั้งด้วยการกระทำและคำพูด
• ตลอดอาทิตย์นี้ให้หาโอกาสเล่าเรื่องวันคริสต์มาสให้เพื่อนๆที่ยังไม่รู้สักสองคน และชวนเชิญเพื่อนมาร่วมฉลองวันคริสต์มาสที่วัดของเรา

เดือนพิเศษเพื่อการประกาศฯ

ตุลาคม 2019 เดือนพิเศษเพื่อการประกาศข่าวดี

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ